กทม.ถก กฟน.ลุยจัดระเบียบสายสื่อสาร เชื่อมระบบทราฟฟี่ ฟองดูว์ ไร้รอยต่อ

22.06.22 | 14:47 น.
กทม.ถก กฟน.ลุยจัดระเบียบสายสื่อสาร เชื่อมระบบทราฟฟี่ ฟองดูว์ ไร้รอยต่อ

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2565 ที่การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) สำนักงานใหญ่ เขตคลองเตย นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยภายหลังประชุมหารือเรื่องแผนการนำสายไฟลงดิน ร่วมกับ นายรงค์เพชร เขาเรียง รองผู้ว่าการปฏิบัติการระบบส่ง กฟน. และ นายไทวุฒิ ขันแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการโยธา กทม. ว่า ในการประชุมวันนี้ เพื่อหารือการจัดระเบียบสายสื่อสารพื้นที่ที่ยังมีเสาไฟฟ้าอยู่ กรณีการระงับการก่อสร้างโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายอากาศใต้ดินของ กฟน.

“หลักการทำงานคือ เตือนก่อน หากผู้รับจ้างมีแนวทางที่จะปรับปรุงก็จะปล่อยให้ทำงาน แต่หากเตือนไปแล้ว แต่ไม่มีความคืบหน้าในการแก้ไขก็จะสั่งให้หยุด ทั้งนี้ กทม.จะเร่งรัดให้แล้วเสร็จโดยเร็วทุกจุด โดย กฟน.จะดูแลควบคุมในเรื่องของคุณภาพการก่อสร้าง และปรับรูปแบบฝาบ่อพักให้เป็นรูปแบบใหม่ ลดความขรุขระของขอบฝาบ่อ เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น” นายวิศณุกล่าว และว่า สำหรับการจัดระเบียบสายสื่อสาร จะมี 2 ส่วน คือ 1.ส่วนที่ กฟน. มีแผนเอาสายไฟฟ้าลงดิน ก็จะนำสายสื่อสารลงดินด้วย ซึ่งอยู่ระหว่างการหารือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง 2.การจัดระเบียบสายสื่อสารตามนโยบายของผู้ว่าฯกทม. ซึ่งจะได้นัดหารือร่วมกับ กสทช. เพื่อจัดระเบียบสายสื่อสารในพื้นที่ที่ยังมีเสาไฟฟ้าอยู่ ทั้งนี้ จะตั้งคณะทำงาน เพื่อประสานการทำงานร่วมกับ Operator การสื่อสารหลักๆ อย่างใกล้ชิด

รองผู้ว่าฯกทม.กล่าวว่า ในที่ประชุมยังได้หารือผู้บริหาร กฟน. ถึงแนวทางการเชื่อมต่อระบบร้องเรียนทราฟฟี่ ฟองดูว์ (Traffy Fondue) ในส่วนภารกิจซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับ กฟน. เพื่อลดขั้นตอนของเอกสารและให้เกิดความรวดเร็วในการแก้ไขปัญหา ซึ่ง กฟน.ยินดีที่จะเชื่อมต่อ Contact Point ของระบบทราฟฟี่ ฟองดูว์ กับระบบการรับเรื่องราวร้องทุกข์ของหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

Advertisement

“การยกระดับเมืองให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองระดับโลกได้ กฟน.ถือว่ามีส่วนสำคัญ เนื่องจากการขับเคลื่อนความเป็นเมืองที่ดีพลังงานต้องมีความเสถียร และการปรับปรุงต้องมีผลกระทบแน่นอน ที่ผ่านมา เราได้ร่วมมือช่วยเหลือกันมาอย่างต่อเนื่อง ได้เห็นถึงความพยายามของทั้งสองหน่วยงานที่จะทำให้กรุงเทพฯเป็นเมืองของโลก ซึ่งอนาคตกรุงเทพฯเป็นอนาคตของประเทศไทย” นายวิศณุกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการประชุมครั้งนี้ กฟน.ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแผนงานเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดิน ระยะทาง 236.1 กิโลเมตร ดำเนินการแล้วเสร็จ 62 กิโลเมตร อยู่ระหว่างดำเนินการ 174.1 กิโลเมตร เพื่อเพิ่มเสถียรภาพและความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า รองรับความต้องการใช้กระแสไฟฟ้าที่จะขยายตัวเพิ่มขึ้นในอนาคต เสริมสร้างภูมิทัศน์ให้สวยงาม และเพิ่มความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน โดยมีหลักเกณฑ์การเลือกพื้นที่โครงการ ประกอบด้วย แนวถนนสายหลัก แนวรถไฟฟ้า ย่านธุรกิจและสถานที่สำคัญ และตามนโยบายของหน่วยงานผู้ดูแลพื้นที่ รูปแบบการก่อสร้าง ประกอบด้วย วิธีการดันท่อ (Pipe Jacking) ใช้สำหรับการก่อสร้างสำหรับวางบ่อพักและท่อร้อยสายไฟฟ้าบนถนนจราจร วิธีการดึงท่อ (Horizontal Directional Drilling: HDD) ใช้สำหรับการก่อสร้างท่อร้อยสายไฟฟ้าจากบ่อพักไปยังจุดจ่ายไฟต่างๆ วิธีการขุดเปิด (Open Cut) ใช้สำหรับการก่อสร้างบ่อพักและวางท่อร้อยสายไฟฟ้าบนทางเท้า

ทั้งนี้ กฟน.ได้ประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจในการดำเนินโครงการ ชี้แจงให้เห็นถึงความสำคัญของการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายใต้ดิน ตลอดจนสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินโครงการ เพื่อสร้างความเข้าใจและให้เกิดความร่วมมือ เพื่อให้โครงการดังกล่าวสามารถสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

สำหรับการหารือในครั้งนี้ มีความเกี่ยวข้องกับนโยบายสำคัญของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. 9 ด้าน 9 ดี 216 นโยบาย ประกอบด้วย นโยบายการกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ นโยบายการรายงานปัญหาโดยประชาชน แก้ปัญหาโดย กทม. ผ่านแพลตฟอร์มทราฟฟี่ ฟองดูว์ นโยบายการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนำการพัฒนาเมือง และนโยบายกำกับดูแลและเร่งคืนผิวจราจรการก่อสร้างอย่างใกล้ชิดเพื่อการจราจรที่คล่องตัว