จิตแพทย์เปิดวิธี ‘ฮีลใจ’ ฟันธง ขี้น้อยใจ-กังวล บ่ง ‘ซึมเศร้าในสูงวัย’ แง้มเคล็ดลับ แค่นอนหลับไม่พร่อง
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ที่สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) หรือ เครือมติชน ผนึกกำลังพันธมิตรชั้นนำ ทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน จำนวน 14 แห่ง หน่วยงานสังกัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ตลอดจนภาคเอกชน จัดมหกรรมสุขภาพเฮลท์ แคร์ 2022 ภายใต้ธีม ‘Healthcare 2022 จักรวาลผู้สูงวัย’ ตอกย้ำความแกร่งผู้นำงานแฟร์สุขภาพอันดับ 1 ของประเทศไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 ระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน – วันที่ 3 กรกฎาคมนี้
บรรยากาศเวลา 15.50 น. ที่เวทีกลาง กรมสุขภาพจิต มี “กิจกรรมบำบัด วาดรูปในอากาศ และสลับมือ ดีอย่างไร กับผู้สูงอายุ” โดยแนะนำท่าทางในการบริหารมือ ท่ามกลางผู้สูงวัยร่วมทำตามคำแนะนำเป็นจำนวนมาก
จากนั้น เวลา 16.10 น. มีการบรรยายในหัวข้อ “เคล็ด (ไม่) ลับ กับการดูแลใจ ผู้สูงวัย ให้แฮบปี้”
นพ.ธิติพันธ์ ธานีรัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิตเวชสงขลาราชนครินทร์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าหลายท่านไม่ค่อยได้มีโอกาสพบจิตแพทย์โดยตรง โรคซึมเศร้าในสังคมเรายังถูกมองเป็นมุมอื่น ทำให้ไม่กล้าไปพบแพทย์ ซึ่งไม่เกี่ยวกับบ้า จิตแพทย์มีหน้าที่ดูแลทุกคนใน 3 เรื่อง อารมณ์ พฤติกรรม และความคิด ซึ่งหลากหลายและเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ
เมื่อพิธีกรถามว่า สามารถแบ่งประเภทผู้สูงวัยได้หรือไม่ ?
นพ.ธิติพันธ์กล่าวว่า ความจริง กระทรวงสาธารณสุข ได้สร้างข้อกำหนด จัดกลุ่มผู้สูงวัย ตามสุขภาวะที่มี และรูปแบบการใช้ชีวิต (life style) แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มติดสังคม 2. ติดบ้าน และ 3.ติดเตียง
กลุ่มติดสังคม มีสุขภาวะโดยรวม ที่สามารถร่วมกิจกรรมนอกบ้าน ส่วนกลุ่มติดบ้าน มีข้อจำกัดหรือความถดถอยบางอย่างทางสุขภาพ ทำให้ต้องใช้ชีวิตที่บ้านเป็นหลัก
ขณะที่กลุ่มติดเตียง มีสุขภาวะ หรือสุขภาพที่มีปัญหา จึงต้องติดเตียง ตนเชื่อว่า 100 เปอร์เซ็นต์ที่มาวันนี้ เป็นกลุ่มติดสังคมอย่างแน่นอน
ถามถึงปัญหาที่พบบ่อย สำหรับสุขภาพจิต ?
นพ.ธิติพันธ์ชี้ว่า ปัญหาสุขภาพกายอาจะมองเป็นเรื่องใกล้ตัว อย่าง ปวดเข่า เป็นเบาหวาน ไขมัน โรคหัวใจ ก็ไปหาหมอ แต่พอเป็นเรื่องสุขภาพจิต ดูเป็นเรื่องไกลตัว จึงชวนมองอีกมุมหนึ่งว่า โดยสถิติการสึกษาวิจัยทั่วโลก ออกมาแนวทางเดียวว่า ทุกชนชาติมีปัญหาสุขภาพจิต ใหญ่ๆ 2 เรื่อง คือ ภาวะซึมเศร้า และภาวะสมองเสื่อม
แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็น หรือพ่อแม่เป็นซึมเศร้า ?
นพ.ธิติพันธ์กล่าวว่า ต้องทำความเข้าใจว่า ซึมเศร้าฟังดูเป็นหนัก ต้องเป็นไก่หงอย แต่ความจริงเป็นเหมือนอารมณ์เศร้า แล้วเศร้าแบบไหน ถึงเข้าข่าย ? ต้องเศร้ามากกว่าปกติ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นไก่หงอย
มีลักษณะเฉพาะ มีอาการตามมา เช่น คุณภาพการนอนลดลง อ่อนเพลียง่าย เจ็บปวดตรงนู้น ตรงนี้เรื้อรัง ซึ่งย้ายจุดได้ด้วย และรู้สึกไม่มีแรง สมาธิความจำลดลง โดยที่ไม่จำเป็นต้องนั่งซึม นั่งเศร้าเลย
“ความจริงที่จะมาเล่าวันนี้ เรื่องภาวะซึมเศร้า ดูเหมือนไกลตัว แต่ตัวเลขน่ากลัวมาก คนอายุ 60 ปีขึ้นไป พบภาวะนี้ซ่อนเร้นอยู่ 50 เปอร์เซ็นต์ ทุก 2 คน จะมีภาวะซึมเศร้า 1 คน เช่นอายุ 70 ปีขึ้นไป อาจจะเพิ่มเป็น 75 เปอร์เซ็นต์ ทำให้เราเห็นภาพของคนที่มีภาวะซึมเศร้า กลายเป็นภาพของผู้สูงวัยปกติ ตรงนี้เป็นหลุมพรางของสังคมที่น่าเป็นห่วงมาก กลายเป็นเรามองว่า คนสูงวัยก็ต้องแบบนี้ ต้องนอนน้อย เจ็บปวด ขี้น้อยใจ คิดลบ ขี้กังวล เหล่านี้คือกลุ่มสัญญาณซึมเศร้าในผู้สูงอายุทั้งนั้น”
“ภาวะซึมเศร้า ก็เหมือนอาการหวัด มาหาเราได้ ก็ไปจากเราได้เหมือนกัน ถ้าเราทำความเข้าใจ อาการไม่รุนแรง ก็สามารถฟื้นฟูตัวเองได้ หากิจกรรมที่ช่วยให้สดชื่นขึ้น ตามจริตของแต่ละคน ไม่มีสูตรตายตัว” นพ.ธิติพันธ์กล่าว
แล้วภาวะนี้เกิดขึ้นจากอะไร?
นพ.ธิติพันธ์ระบุว่า เรามีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชัดเจน ไม่ได้แปลว่าคนเป็นโรคซึมเศร้า คือคนที่อ่อนแอ ไม่เกี่ยวกัน เราเข้าใจว่าสมองคืออวัยวะที่สำคัญ พออายุมากขึ้น เหมือนตู้เย็นที่บ้าน ใช้ไป 10 ปี ก็เก่า ประสิทธิภาพถดถอยไปบ้าง การสร้างสารเคมีบางตัวในสมองเช่นกัน อาจจะสร้างไม่พอ พอไปเจอเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตประจำวันเข้ามากระทบอีก ปกติคนหนุ่มสาวเจอเรื่องเครียด สารเคมีในสมองก็เปลี่ยนไป แล้ว
“สังเกตเวลาเราเจอเรื่องมากๆ เรามึนไปทั้งวัน นั่นคือสารเคมีพร่อง ผู้สูงวัยเช่นกัน เวลาเจอเครื่องเครียด บวกสมองที่สารสร้างเคมีบางตัวไม่เพียงพอ ทำให้เกิด ‘ซึมเศร้าทางชีวภาพ’ เกิดจากร่างกายล้วนๆ ไม่ใช่ทางใจ
อาการหลักๆ คือ คิดลบเก่งขึ้น เห็นคุณค่าในตัวเองลดลง เห็นความหวังในชีวิตได้น้อยลง และเห็นอันตราย คิดถึงปัจจัยด้านลบได้เก่งกว่าลูกหลานมาก
อาการตรงนี้จะโผล่มาโดยที่เราก็รู้ตัวว่าไม่ดี ไม่ได้อยากรู้สึก แต่มันห้ามตัวเองไม่ได้ ซึมเศร้า เหมือนเป็นไข้ตัวร้อน จะไปบอกให้ ‘เข้มแข็งสิ เดี๋ยวไข้ก็ลดเอง’ ไม่ได้ คุณต้องได้ยาลดไข้ ถ้าเรามีภาวะที่รู้สึกไม่สดชื่นแจ่มใส แล้วเราสงสัยว่า ถึงภาวะซึมเศร้าหรือไม่ เรามีแบบทดสอบง่ายๆ ให้ลูกๆ เสิร์ชในอินเตอร์เน็ต เพื่อประเมินตัวเองเบื้องต้นได้ ถ้าไม่กล้าพบจิตแพทย์ ไปพบแพทย์ก่อน” นพ.ธิติพันธ์กล่าว
นพ.ธิติพันธ์กล่าวต่อว่า การช่วยผ่อนคลายตัวเองให้หลับได้ดี คือปัจจัยหลัก เคล็ดลับของการมีความสุขในผู้สูงวัย สังเกตอย่างแรกคือ ‘คุณภาพการนอน’ ท่านพร่องไปแล้วหรือยัง ? ถ้าพร่อง ต้องเร่งหาสาเหตุ สาเหตุสำคัญที่ซ่อนเร้นอยู่ คือ ภาวะซึมเศร้านั่นเอง
มีกิจกรรมอะไรที่ช่วยทำให้หลุดพ้นจากภาวะนี้หรือไม่ ?
นพ.ธิติพันธเผยว่า เคล็ดลับมีอย่างเดียว เมื่อไหร่ก็ตามที่รู้สึก ใจเราไม่มีพลังงาน ‘อย่าหยุดนิ่ง’ ถ้าร่างกายไม่มีพลังงานเราต้องพัก แต่ทางด้านจิตใจไม่ใช่ เราอย่าหยุดนิ่ง หากิจกรรมบางอย่างที่เติมเต็มความสดชื่นให้เราได้ อาจจะออกกำลัง เต้นแอโรบิค ร้องเพลง เป็นต้น
นพ.ธิติพันธ์กล่าวต่อไปว่า เรื่องสมองเสื่อม สัญญาณคือความจำที่ถดถอย เริ่มกระทบการใช้ชีวิตประจำวันแล้วหรือยัง ? เมื่อไหร่ที่มีสัญญาณบางอย่างกระทบต่อชีวิต เป็นอันตรายต่อตัวเองกับคนรอบข้าง เช่น ลืมว่าเปิดแก๊สทิ้งไว้ นี่เป็นความบกพร่องของความจำแบบมีนัยยะ ต้องดูว่าเกิดจากอะไร
เมื่อไหร่ที่ใช้สมองเยอะจะเกิดภาวะเครียด นำไปสู่ความเสื่อมได้ ต้องจัดสมดุลชีวิตให้ดี อยากให้สร้างสมดุลใน 3 ด้าน คือ
1.การเรียน การทำงาน
2.การคงสัมพันธภาพกับบุคคลอื่น
3.การดูแลตนเองพื้นฐาน
“ถ้าไม่ลืม และเกลี่ยสมดุล 3 ด้านได้ลงตัว จะมีความแฮปปี้มากกว่าพ่อแม่ที่จัดสมดุลนี้ไม่ลงตัว แต่บางคนมองไม่เห็นด้านนี้ ไปโฟกัสด้านเดียว อยากประสบความสำเร็จ งานต้องดี แต่ด้านอื่นไม่มี ความแฮปปี้ก็หายไป อยากให้ไปหาหมอ เพื่อให้มีความสุขมากขึ้น” นพ.ธิติพันธ์กล่าว
ก่อนมอบเคล็ดลับสำหรับคนที่ต้องดูแลผู้สูงวัย โดยเฉพาะเรื่องความถดถอยในร่างกาย
“การได้รับบทบาทนี้ แสดงว่าคนอื่นๆ เล็งเห็นศักยภาพว่าเราจะรับภาระที่ยิ่งใหญ่ตรงนี้ได้ เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะดูแลผู้ใหญ่ในบ้านให้มีความสุข เช่น สายตาที่อาจเห็นได้ไม่ชัดเจนแล้ว ระดับเสียงทุ้มค่ำ และเบาที่จะไม่ได้ยิน การสื่อสารอาจจะไม่ต้องจะโกน แต่ ‘ใช้โทนเสียงที่สูงขึ้น’ การพูดเสียงต่ำ บางคำผู้ใหญ่จะไม่ได้ยิน เหมือนคุยกับเด็ก ที่ใช้เสียงสอง อาจทำให้การรบกันในบ้านเกิดได้น้อยลง” นพ.ธิติพันธ์ระบุ
ระหว่างนี้ มีอาม่า อายุ 79 ปี ร่วมแชร์ประสบการณ์ ว่า ตนเองก็ได้ยินชัดแค่ข้างเดียว ส่วนกิจกรรมยามว่างคือ อ่านหนังสือ ดูทีวี ดูยูทูบ ปฏิบัติธรรม
ด้าน นพ.ธิติพันธ์กล่าวชมว่า สามารถบาลานซ์ ความสมดุลได้ดี
“การไปปฏิบัติธรรม บรรยากาศโน้มน้าวให้เรามีภาวะผ่อนคลายมากขึ้น ซึมเศร้ามีองค์ประกอบลุกลี้ลุกลน กระสับกระส่าย ก็จะช่วยได้ ขอให้ดูแลเรื่อง 1.กาย 2.จิต 3.สังคม
ดูแลสภาวะอารมณ์พื้นฐานให้ดี เมื่อมีเรื่องกระทบจะสามารถรับมือได้ และมีคุณค่าในตัวเอง” นพ.ธิติพันธ์กล่าว และว่า
บทบาทของกรมสุขภาพจิต เรามีสถานพยาบาลที่จะกระจายอยู่ทั่วประเทศ ที่ กทม. ก็มีหลายจุด ทั้งสถาบันที่ดูแลเด็กและวัยรุ่น สถาบันที่ดูผู้สูงวัย อย่าง รพ.ศรีธัญญา สถาบันสมเด็จเจ้าพระยา ทั้ง 2 ส่วนสามารถดูแลได้ทุกเรื่อง เกี่ยวกับอารมณ์ พฤติกรรม ความคิด อยากให้สะดวกใจในการเข้าไปใช้บริการ
“ภาพเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ได้แปลว่า ศรีธัญญาต้องดูแลคนไข้เฉพาะกลุ่มโรงพยาบาล ของกรมสุขภาพจิต สามารถให้บริหารเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แล้วเราจะปฏิเสธโอกาสนั้นทำไม หากทำให้ใช้ชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น”
กรมสุขภาพจิต เราจึงสร้าง “ความสุข 5 มิติ” สามารถเสิร์จดูได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความสุข 5 มิติ ได้แก่ สุขสบาย สุขสนุก สุขสว่าง สุขสง่า และสุขสงบ
ร่วมสร้างสังคมผู้สูงวัยให้แข็งแรงและมีความสุขไปด้วยกัน ใน ‘Healthcare 2022 จักรวาลผู้สูงวัย’ โดยเครือมติชน ระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม 2565 เวลา 10.30 – 20.00 น. ที่สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์



