ศูนย์จีโนมฯ อัพเดตโอมิครอน BA.4, BA.5 ชี้วัคซีน 3 เข็ม ช่วยได้ดี คนแข็งแรงรอบูสต์โดส 4 รุ่น 2

3.07.22 | 15:50 น.
ศูนย์จีโนมฯ อัพเดตโอมิครอน BA.4, BA.5 ชี้วัคซีน 3 เข็ม ช่วยได้ดี คนแข็งแรงรอบูสต์โดส 4 รุ่น 2
วันที่ 3 กรกฎาคม 2565 ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เผยแพร่ข้อมูลในเพจเฟซบุ๊กศูนย์จีโนมฯ เกี่ยวกับคำถามสถานการณ์การระบาดระลอกใหม่ของโรคโควิด-19 เชื้อโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.4 และ ฺBA.5 และไวรัสฝีดาษลิง
ทั้งนี้ ข้อความระบุว่า
คำถามที่สอบถามศูนย์จีโนมฯ เกี่ยวกับการระบาดระลอกใหม่ของโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.4 และ BA.5 และไวรัสฝีดาษลิง คำถาม-ตอบที่ 7
Q7: สรุปได้หรือไม่ว่า BA.4 และ BA.5 มีการระบาดที่รวดเร็วและก่อโรคโควิด-19 ที่รุนแรงมากหรือน้อยกว่าเมื่อเทียบกับสายพันธุ์ที่ระบาดมาก่อนหน้านี้
A7: ข่าวดี! ล่าสุดจากการศึกษาของแอฟริกาใต้ซึ่งเป็นประเทศแรกที่มีการระบาดของ BA.4 และ BA.5 พบความรุนแรงของโควิด-19 (disease severity) ระหว่าง BA.1, BA.4, และ BA.5 ไม่ต่างกัน นอกจากนี้ยังบ่งชี้ว่าการระบาดสองระลอกของโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.1/BA.2 และ BA.4/BA.5 มีความรุนแรงของโรคน้อยกว่าการระบาดของสายพันธุ์เบต้า และเดลต้าที่มีการระบาดมาก่อนหน้านี้
-การระบาดของโอมิครอนสายพันธุ์ย่อยในประเทศแอฟริกาใต้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
ในประเทศแอฟริกาใต้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2564 ไวรัสโคโรนา 2019 สายพันธุ์ที่น่ากังวลโอมิครอน (variant of concern) ได้อุบัติขึ้นเป็นประเทศแรก มีอัตราการติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ตามมาด้วยการแพร่ระบาดไปทั่วโลก
ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2564 ถึงมกราคม พ.ศ.2565 มีการระบาดของโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.1 เป็นครั้งแรกอย่างมีนัยสำคัญในแอฟริกาใต้
ในไม่ช้าโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2 ได้ระบาดเข้ามาแทนที่ BA.1 โดยไม่ได้เพิ่มจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่และผู้เสียชีวิต จากนั้นเริ่มมีการระบาดของโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.4/BA.5 เข้ามาแทนที่ BA.1 และ BA.2 เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายนจนถึงมิถุนายน 2565 ขณะนี้ในประเทศแอฟริกาใต้การระบาดของ BA.4/BA.5 ถือได้ว่าเริ่มลดลง
อัตราการเจริญ หรือ growth advantage (คำนวณจากรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมของไวรัสในช่วงเวลาต่างๆ) บ่งชี้ว่า BA.4/BA.5 มีความได้เปรียบในการเจริญเติบโตเหนือกว่า BA.2 และมีการกลายพันธุ์หลีกเลี่ยงภูมิคุ้มกันจากแอนติบอดีและวัคซีนเช่นเดียวกับ BA.2 การกลายพันธุ์บางตำแหน่งของส่วนหนามแหลมไปเหมือนกับสายพันธุ์เดลต้า การกลายพันธุ์บางตำแหน่งของหนามก็ไปเหมือนกับสายพันธุ์อัลฟ่า เบต้า แกมมา และที่สำคัญ WHO ได้รับรายงานจากทั่วโลกถึงการระบาดเพิ่มจำนวนของ BA.4 และ BA.5
-ผลการศึกษาการระบาดของ BA.4/BA.5 และความรุนแรงของโควิด-19 (disease severity) ในประเทศแอฟริกาใต้
ศึกษาจากผู้ป่วยจำนวน 190,836 ราย จากการระบาดของโควิด-19 ใน 3 ระลอกแรก (สายพันธุ์ดั้งเดิมอู่ฮั่น เบต้า และเดลต้า) เทียบกับผู้ป่วยจำนวน 3,793 รายจากการติดเชื้อ BA.4/BA.5 พบว่าอัตราผู้ที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลและเสียชีวิตระหว่างช่วงการระบาดของโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.4/BA.5 กับในช่วงของระบาดของสายพันธุ์ย่อย BA.1 ไม่แตกต่างกันและอัตราผู้ที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลและเสียชีวิตยังน้อยกว่าการระบาดของโควิด-19 ใน 3 ระลอกแรก (ภาพ 1)
ทีมวิจัยไม่ได้เปรียบเทียบ BA.4/BA.5 กับ BA.2 โดยตรง เพราะสายพันธุ์ที่แพร่ระบาดในประเทศแอฟริกาใต้เป็น BA.1 มี BA.2 ระบาดไม่มาก อย่างไรก็ดี มีการศึกษาก่อนหน้านี้แสดงให้เห็นความรุนแรงของการเจ็บป่วยระหว่าง BA.2 และ BA.1 ที่ไม่แตกต่างกัน
สรุป
ผลการศึกษาพบว่า ประชากรของประเทศแอฟริกาใต้มีภูมิคุ้มกันต่อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มขึ้น เนื่องมาจากการฉีดวัคซีนและการติดเชื้อตามธรรมชาติ ซึ่งภูมิคุ้มกันทั้งสองประเภท สามารถป้องกันการติดเชื้อรุนแรงที่ต้องเข้ารักษาตัวใน รพ. และการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ได้อย่างมีนัยสำคัญ กล่าวคือ
ผู้ติดเชื้อรุนแรงต้องเข้ารักษาตัวใน รพ. แต่ไม่เสียชีวิตในช่วงของการระบาดของแต่ละสายพันธุ์
สายพันธุ์ดั้งเดิม อู่ฮั่น ไม่มีข้อมูล %
สายพันธุ์เบต้า 3.5%
สายพันธุ์เดลต้า 3.0%
สายพันธุ์โอมิครอน ระบาดระลอกแรก สายพันธุ์ย่อย BA.1/BA.2 1.7%
สายพันธุ์โอมิครอน ระบาดระลอกสอง สายพันธุ์ย่อย BA.4/BA.5 1,6%
ผู้ติดเชื้อรุนแรงเสียชีวิตในช่วงของการระบาดของแต่ละสายพันธุ์
สายพันธุ์ดั้งเดิม อู่ฮั่น 5.3 %
สายพันธุ์เบต้า 6.9%
สายพันธุ์เดลต้า 6.4%
สายพันธุ์โอมิครอน ระบาดระลอกแรก สายพันธุ์ย่อย BA.1 2.5%
สายพันธุ์โอมิครอน ระบาดระลอกสอง สายพันธุ์ย่อย BA.4/BA.5 1.9%
(ภาพ 2)
การศึกษาในแอฟริกาใต้บ่งชี้ว่า การฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น “อย่างน้อย 3 โดส” ยังคงเป็นกลยุทธ์ที่ดีที่สุดในการลดผลกระทบของการระบาดระลอกใหม่ของไวรัสโคโรนา 2019 ที่จะมีขึ้นในอนาคต
อย่างไรก็ตาม องค์การอาหารและยา ของสหรัฐอเมริกา แนะนำให้บริษัทวัคซีนทำการพัฒนาวัคซีน “เจเนอเรชั่น 2” มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ BA.4 และ BA.5 เป็นต้นแบบ เพื่อป้องกันการติดเชื้อที่ดีกว่าการใช้ไวรัสดั้งเดิม อู่ฮั่น หรือโอมิครอนสายพันธุ์ดั้งเดิม (B.1.1.529) เป็นต้นแบบ
อย่างไรก็ดี ต้องเน้นย้ำว่าความรุนแรงโรคโควิด-19 ในแต่ละประเทศอาจแตกต่างกันเนื่องจำนวนผู้สูงอายุและจำนวนกลุ่มผู้เปราะบาง (608) อันเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ในแต่ละประเทศมีจำนวนไม่เท่ากัน
เช่น ประชากรใน ประเทศโปรตุเกส ประเทศไทย และประเทศแอฟริกาใต้ ประชาชนมีอายุเฉลี่ยแตกต่างกันคือ 82, 77, และ 64 ตามลำดับ (ภาพ 3)
South African study shows COVID severity of Omicron BA.1, BA.4, BA.5 all similar (news-medical.net)
Outcomes of laboratory-confirmed SARS-CoV-2 infection during resurgence driven by Omicron lineages BA.4 and BA.5 compared with previous waves in the Western Cape Province, South Africa | medRxiv
คำถาม-ตอบที่ 1-4 ติดตามได้จาก https://bit.ly/QandA_1to4
คำถาม-ตอบที่ 5 ติดตามได้จาก https://bit.ly/QandA_5
คำถาม-ตอบที่ 6 ติดตามได้จาก https://www.facebook.com/CMGrama/posts/pfbid02q8vs52kpFRSXdRUp9WdvkJF8LGXDDxjjyonTd84v1y85r3638yfzbvS9cPMSC4S4l
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เพจเฟซบุ๊กศูนย์จีโนมฯ ได้เผยแพร่ความเห็นของ ศ.เกียรติคุณ วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้าศูนย์จีโนมฯ ที่ระบุว่า การระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ย่อย BA.4, BA.5 ไม่กระทบต่อการเตรียมปรับโควิด-19 ให้เป็นโรคประจำถิ่น เนื่องจากในต่างประเทศที่พบการระบาด อัตราการเสียชีวิตไม่ได้เพิ่มขึ้นแม้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในบางประเทศ ขณะที่ยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นไปได้ว่า ยังไม่ถึงจุดระบาดสูงสุด ส่วนการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น เช่น เข็มที่ 4 ในกลุ่มผู้เปราะบางอาจรับได้ทันที ส่วนผู้ที่ร่างกายแข็งแรงและรับวัคซีนมาครบ 2-3 เข็ม อาจจะชะลอเพื่อรับวัคซีนรุ่นใหม่ ที่สามารถรับมือการกลายพันธุ์ได้ ขณะที่ แม้จะมีการผ่อนปรนให้ถอดหน้ากากอนามัย แต่ในที่แออัดหรือมีคนจำนวนมาก ยังควรต้องสวมหน้ากากอนามัย เนื่องจากเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด