สสส. กระทรวงแรงงาน มูลนิธินวัตกรรมทางสังคม มอบรางวัลองค์กรจ้างคนพิการทำงาน

4.07.22 | 14:51 น.
สสส. กระทรวงแรงงาน มูลนิธินวัตกรรมทางสังคม มอบรางวัลองค์กรจ้างคนพิการทำงาน

วันนี้ (4 กรกฎาคม 2565) ที่โรงแรมเดอะ สุโกศล กรุงเทพมหานคร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับกระทรวงแรงงาน มูลนิธินวัตกรรมทางสังคม และภาคีเครือข่าย จัดเวทีเสวนาคุณค่าและความยั่งยืน พร้อมมอบเกียรติบัตรเชิดชูหน่วยงานที่สนับสนุนการจ้างงานคนพิการเชิงสังคม เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้คนพิการ

นายวรรณรัตน์ ศรีสุขใส รองปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กรมการจัดหางาน (กกจ.) เป็นหน่วยงานสำคัญที่ช่วยสนับสนุนและส่งเสริมการมีงานทำของคนพิการตามมาตรา 33 และมาตรา 35 ได้แก่ การบริการจัดหางานแก่คนพิการ รับแจ้งการให้สิทธิตามมาตรา 35 แก่สถานประกอบการและหน่วยงานภาครัฐ คนพิการ และผู้ดูแลคนพิการ รวมถึงตรวจสอบเกณฑ์การให้สิทธิตามที่กฎหมาย โดยหลังการออกกฎหมายการจ้างงานคนพิการ กระทรวงแรงงานได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาคเอกชน ทำให้การจ้างงานมีทิศทางที่ดีขึ้น ประกอบกับ กกจ.ได้ตอบสนองต่อนโยบายรัฐบาล นโยบาย นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะกลุ่มคนพิการ ทำโครงการส่งเสริมการจ้างงานคนพิการเชิงสังคม โดยประชาสัมพันธ์เชิญชวนนายจ้าง/สถานประกอบการที่เคยใช้สิทธิตามมาตรา 34 ในการส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ให้เปลี่ยนมาให้สิทธิตามมาตรา 35 ประเภทการจ้างเหมาช่วงงานหรือจ้างเหมาบริการ ซึ่งจะเกิดประโยชน์กับคนพิการโดยตรง เพื่อสร้างโอกาสให้คนพิการมีงานทำ มีอาชีพ มีรายได้ อย่างเหมาะสมและยั่งยืน

“ยินดีอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของการจัดงานพิธีมอบเกียรติบัตรเชิดชูหน่วยงานที่สนับสนุนการจ้างงานคนพิการเชิงสังคมแก่สถานประกอบการที่ได้สนับสนุนให้คนพิการมีอาชีพมีงานทำ สร้างโอกาสให้คนพิการทั่วประเทศให้สามารถพึ่งพาตนเองอย่างมีเกียรติศักดิ์ศรี และขอขอบคุณสถานประกอบการ/บริษัทที่ให้การสนับสนุนการจ้างงานคนพิการเชิงสังคมอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด เป็นแบบอย่างที่ดีต่อสถานประกอบการอื่นๆ ต่อไป” นายวรรณรัตน์ กล่าว

Advertisement

ด้าน ทพ.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส.ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการมาโดยตลอด ช่วงโควิด-19 พบแรงงานถูกเลิกจ้างจำนวนมาก สถานประกอบการบางแห่งต้องปิดตัวลง ส่งผลให้คนพิการจำนวนหนึ่งได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤต จากข้อมูลกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (วันที่ 31 มีนาคม 2565) พบคนพิการวัยทำงานที่มีงานทำ จำนวน 314,127 คน คิดเป็นร้อยละ 36.87 ของจำนวนคนพิการวัยทำงานทั้งหมด จำนวน 852,033 คน ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2558 ถึง ปัจจุบัน สสส.และมูลนิธินวัตกรรมทางสังคมได้ดำเนินการขับเคลื่อนการจ้างงานเชิงสังคมให้กับคนพิการและมีคนพิการที่ได้รับประโยชน์จากการมีงานทำงานกว่า 7,000 อัตรา สร้างโอกาสให้คนพิการได้ทำงานกว่า 20,000 งาน รวมเป็นรายได้ที่ส่งตรงจากสถานประกอบการถึงมือคนพิการรวมกว่า 2 พันล้านบาท มีภาคีเครือข่ายกว่า 3,000 แห่ง ที่ร่วมขับเคลื่อนการจ้างงานเชิงสังคม

“สสส. กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ได้ร่วมกันทำให้เห็นว่า คนพิการไม่ได้เป็นภาระ แต่เป็นพลัง และมีเป้าหมายร่วมกันขยายโครงการจ้างงานคนพิการเชิงสังคมครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคม ทำให้คนพิการสามารถมีชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี” ทพ.สุปรีดา กล่าว

นายอภิชาติ การุณกรสกุล ประธานมูลนิธินวัตกรรมทางสังคม กล่าวว่า มูลนิธิฯ มีเป้าหมายสร้างเสริมสุขภาวะคนพิการผ่านการมีงานทำ จนเกิดเป็นนวัตกรรมระบบการจ้างงานคนพิการเชิงสังคมขึ้นมาผ่านการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่มีภารกิจทางสังคมระดับชุมชนทุกจังหวัด เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) องค์กรคนพิการในพื้นที่ ขณะที่นวัตกรรมการจ้างงานเชิงสังคมได้รับการพัฒนาขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมมาจากการสนับสนุนของ สสส. ที่มีเป้าหมายสร้างคุณค่าและศักดิ์ให้คนทุกกลุ่มเท่าเทียมกัน ผ่านการบูรณาการกับกระทรวงแรงงาน กกจ. และสำนักงานจัดหางานทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงแรงงานประกาศนโยบายขับเคลื่อนการจ้างงานคนพิการเชิงสังคมตั้งแต่ปี 2564 ตอกย้ำถึงคุณค่าและความสำคัญ ที่เอื้อให้คนพิการมีรายได้จากการมีงานทำในภูมิลำเนาของตนเอง และเป็นงานที่มี “คุณค่า” สร้างประโยชน์โดยตรงให้กับชุมชนของตนเอง และเพื่อให้เกิดกลไกดำเนินการ “ยั่งยืน” โดยผลักดันให้เกิดการรวมตัวจัดตั้งองค์กรขับเคลื่อนที่เป็นของคนพิการ โดยคนพิการ เพื่อคนพิการ เพื่อเป็นเจ้าของภารกิจในระยะยาว จนเกิดการจัดตั้ง สมาคมสร้างเสริมโอกาสและอาชีพคนพิการไทย (ส.อ.ค.) ในปี 2564 รวมทั้งนำเสนอกลไกระดมทุน “โมเดลวันละ 10 บาท” เพื่อให้เกิดเป็นระบบที่คนพิการที่ได้รับการจ้างงานร่วมกันสนับสนุนทุนดำเนินการด้วยตนเองอย่างยั่งยืน

“ความเป็นจริงต้องยอมรับว่า ยังมีคนพิการวัยทำงานทั่วประเทศกว่า 350,000 คน ต้องการโอกาสมีอาชีพ และมีงานทำใกล้บ้าน เพราะไม่มีความพร้อมที่จะเข้ามาทำงานในเมืองซึ่งเป็นแหล่งงาน ด้วยข้อจำกัดทางกายภาพ การเดินทาง และทักษะความรู้ ขณะที่มีคนพิการประมาณ 90% หลุดจากระบบการศึกษา หรือได้รับการศึกษาเพียงชั้นประถม อาศัยอยู่ในชนบทไม่ใช่แหล่งงาน แต่มูลนิธิฯ ยังยึดมั่นเจตนารมณ์ คือ ต้องการเปลี่ยนชีวิตคนพิการให้ดีขึ้น งานพิธีมอบเกียรติบัตร เชิดชูหน่วยงานที่สนับสนุนการจ้างงานคนพิการเชิงสังคมในวันนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญยิ่งที่มูลนิธินวัตกรรมทางสังคมและสมาคมสร้างเสริมโอกาสและอาชีพคนพิการไทย ขอเป็นตัวแทนคนพิการที่ได้รับการจ้างงานเชิงสังคมทั่วประเทศ ร่วมกันแสดงความขอบพระคุณต่อสำนักงานจัดหางานทุกพื้นที่และสถานประกอบการทุกแห่งที่ได้สนับสนุนให้คนพิการได้เข้าถึงโอกาสงานและอาชีพมาโดยต่อเนื่องทุกปี” นายอภิชาติ กล่าว