รพ.ราชวิถี เสริมความเชี่ยวชาญการแพทย์-สาธารณสุขพัฒนาระบบบริการสู่ความเป็นเลิศ
วันนี้ (7 กรกฎาคม 2565) ที่โรงพยาบาล (รพ.) ราชวิถี นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดงานประชุมวิชาการ รพ.ราชวิถี ว่า จากการที่ สธ.ได้กำหนดทิศทางการปฏิบัติงานตามกรอบยุทธศาสตร์ 4 ด้าน ประกอบด้วย 1.ส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคเป็นเลิศ (Prevention & Promotion Excellence) 2.บริการเป็นเลิศ (Service Excellence) 3.บุคลากรเป็นเลิศ (People Excellence) 4.บริหารจัดการเป็นเลิศ (Governance Excellence) ซึ่งให้ความสำคัญกับการใช้องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ผลงานวิจัย ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ การพัฒนาบุคลากรวิจัย โครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศให้ก้าวสู่เป้าหมาย ซึ่งจากสถานการณ์วิกฤตโรคโควิด-19 ที่ผ่านมา ส่งผลให้บุคลากรทางการแพทย์มีการพัฒนาการบริการสุขภาพที่สอดคล้องกับการแพทย์วิถีใหม่ (New Normal of Medical Service) เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพของการบริการ เกิดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี การวิจัย และนวัตกรรมใหม่ๆ ในการดูแลรักษาผู้ป่วยในสถานการณ์โควิด-19 จนนำไปสู่ชีวิตวิถีถัดไป (Next Normal) ในปัจจุบันและอนาคต โดยเน้นการดำเนินงานที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ดังปณิธานของกรมการแพทย์ “ทำดีที่สุดเพื่อทุกชีวิต”

นพ.จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการ รพ.ราชวิถี กล่าวว่า รพ.ราชวิถี กรมการแพทย์ สธ. มีศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง (Center of Excellence) จำนวน 8 ด้าน ได้แก่ โสต ศอ นาสิก ผ่าตัดทางกล้อง โรคจอประสาทตา ปลูกถ่ายอวัยวะ อุบัติเหตุและฉุกเฉิน หัวใจและหลอดเลือด สูตินรีเวชศาสตร์ และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD) อีกทั้ง เป็นศูนย์ฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน/แพทย์ประจำบ้านต่อยอด จนสามารถออกไปปฏิบัติงานในหน่วยงานต่างๆ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค มีการพัฒนาโรงพยาบาลให้เป็นศูนย์วิชาการที่ใหญ่ที่สุดของกรมการแพทย์ ปัจจุบัน รพ.ราชวิถี มีบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญทุกสาขา มีการนำองค์ความรู้ด้านวิชาการ วิจัย และนวัตกรรมที่ทันสมัยมาปรับใช้ในการให้บริการทางการแพทย์ โดยมีทิศทางนโยบายในการดำเนินงาน 4 ด้าน คือ 1.พัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางหลังสภาวการณ์โควิด-19 ให้มีประสิทธิภาพประสิทธิผลสูงในทุกมิติ (High performance COE) 2.พัฒนาทุนมนุษย์ เพื่อสนับสนุนความก้าวหน้าทางวิชาการและการบริหารทางการแพทย์และสาธารณสุข (Talent and successor management organization) 3.ถ่ายทอดองค์ความรู้ที่เชี่ยวชาญตามนโยบายกรมการแพทย์เพื่อต่อยอดการดำเนินการตาม Service plan ในเขตสุขภาพ (Medical innovation to service plan advocacy) 4.พัฒนารูปแบบการให้บริการการแพทย์เขตเมืองแบบไร้รอยต่อกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อเป็นต้นแบบบูรณาการทางการแพทย์เขตเมืองในประเทศไทย (Seamless Urban medical care model)

“ซึ่งจากวิกฤตการณ์โรคโควิด-19 ที่ผ่านมา รพ.ราชวิถี เป็นองค์กรที่มีศักยภาพในการวินิจฉัยและรักษาการติดเชื้อ สามารถให้บริการผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่มีความรุนแรงทุกระดับ และการให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 กับบุคลากรและประชาชนจำนวนมาก ซึ่งนอกจากภารกิจพัฒนาระบบบริการสุขภาพแล้ว บุคลากรทางการแพทย์จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการพัฒนาองค์ความรู้ การศึกษาวิจัย ค้นคว้า เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ในการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค โดยการประชุมวิชาการจะเป็นช่องทางสำคัญยิ่งที่จะช่วยกระตุ้น ส่งเสริม และพัฒนาบุคลากรทุกสาวิชาชีพได้มีโอกาสนำองค์ความรู้ใหม่ๆ จากการศึกษา ค้นคว้า วิจัย เผยแพร่สู่เวทีสาธารณะ รวมทั้งเปิดโอกาสให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความคิดเห็นและประสบการณ์ เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ นวัตกรรมที่ทันสมัยและเป็นประโยชน์ อันจะนำไปสู่การพัฒนาและการสร้างเครือข่ายด้านวิชาการอย่างต่อเนื่องต่อไป” นพ.จินดา กล่าว
นพ.ทัศนชาติ จิตรีธาตุ ประธานคณะกรรมการจัดประชุมวิชาการ รพ.ราชวิถี ครั้งที่ 32 ประจำปี 2565 กล่าวเพิ่มเติมว่า รพ.ราชวิถีได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเผยแพร่งานวิชาการดังกล่าว และเพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับยุทธศาสตร์กรมการแพทย์ที่ 1 สร้างความเข้มแข็งเครือข่ายบริการและวิชาการทางการแพทย์ สาธารณสุขของประเทศ และยุทธศาสตร์ที่ 1 ของ รพ.ราชวิถี สร้างนวัตกรรมทางการแพทย์ สู่นโยบายสาธารณสุข จึงได้จัดทำโครงการประชุมวิชาการดังกล่าวขึ้น ภายใต้รูปแบบใหม่ Hybrid Meeting ที่สามารถรองรับผู้มาร่วมประชุมในห้องจริง โดยปรับตามสถานการณ์และเปิดลงทะเบียนให้ผู้สนใจร่วมประชุมทางออนไลน์ได้ ภายใต้มาตรการป้องกันโรคตามที่ราชการกำหนด

“ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแพร่องค์ความรู้ด้านการแพทย์และการสาธารณสุข นำเสนอผลการศึกษาวิจัย นวัตกรรม และถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองการเป็นศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางทั้ง 8 สาขา และการพัฒนารูปแบบการให้บริการในยุค Next Normal พร้อมทั้งการเสวนาเชิงวิชาการในหัวข้อต่างๆ อาทิ Booster shot in COVID-19 vaccines: What, When, How? , Withdrawing ventilatory support in ESRD , Surgery in Thailand’s most southern area , Business continuety plan for covid-19 : Rajavithi hospital , Vascular access surgery in overcrowed service, Multidisciplinary in thyroid, ไขมันสะสมในตับการดูแลรักษาครบวงจร, การใช้กัญชาในทางเวชปฏิบัติสำหรับบุคลากรทางการแพทย์, หมุดเกลียวขนาดเล็กราชวิถีกับการรักษาทางทันตกรรมจัดฟัน และ มีอะไรใหม่…ในมาตรฐานงานเทคนิคการแพทย์ 2565 เป็นต้น” นพ.ทัศนชาติ กล่าวและว่า เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ความก้าวหน้า ของสหวิชาชีพต่างๆ ทำให้เกิดความร่วมมือทางด้านวิชาการจากหลายๆหน่วยงาน ในสังกัด สธ. สถาบันการแพทย์สังกัดอื่นๆ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค และวิทยากรจากต่างประเทศ เพื่อสร้างสัมพันธภาพที่ดีและเป็นภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพ สร้างแรงบันดาลใจให้กับประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ที่เข้าร่วมการประชุม ในการเตรียมความพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงของระบบสุขภาพต่อไป

