สาธิต เชื่อ! คนไทยติดโควิดมากกว่าตัวเลขรายงาน แต่ไม่รุนแรงเท่าระลอก ม.ค.
วันที่ 7 กรกฎาคม 2565 ที่โรงแรมอัศวิน นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงข้อเสนอของ ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ให้รัฐบาลมีมาตรการบังคับให้สวมหน้ากากในพื้นที่ปิดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมถึงโรคระบบทางเดินหายใจอื่นๆ ด้วย ว่า ในวันที่ 8 กรกฎาคมนี้ จะมีการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 (ศบค.) ชุดใหญ่ ซึ่งในเรื่องข้อเสนอดังกล่าวในการประชุมศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (ศปก.ศบค.) วันนี้ (7 กรกฎาคม 2565) น่าจะมีการหารือประเด็นดังกล่าวก่อนว่า จะเสนออย่างไร
“อย่างไรก็ตาม การสวมหน้ากากอนามัยแบบสมัครใจนั้น ในเรื่องการกำหนด หรือการออกประกาศใดๆ ในส่วนมิติอื่นๆ จะขึ้นอยู่กับ ศบค. แต่ในส่วนของ สธ. คำนึงถึงในแง่การป้องกันการระบาดมาตลอด และคำนึงถึงการรักษาพยาบาลว่า หากมีผู้ติดเชื้อมาก อาจทำให้มีผู้ป่วยอาการรุนแรงเพิ่มตามสัดส่วนไปด้วย แม้เชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนย่อย BA.4 และ BA.5 จะไม่รุนแรงก็ตาม อย่างไรก็ตาม หากติดเชื้อเยอะอาจกระทบต่อศักยภาพเตียง ซึ่งผมติดตามข้อมูลเรื่องนี้ตลอด เพื่อประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง สำหรับการเสนอแนะข้อคิดเห็นในแง่ของการป้องกัน เป็นเรื่องดีอยู่แล้ว แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับการให้คำแนะนำ ไม่ถึงกับเกณฑ์บังคับ เพราะประชาชนมีความคิดเป็นตัวของตัวเองมากขึ้นในแง่โรคระบาดโควิด-19 ซึ่งการให้ข้อมูล ให้ความรู้ การควบคุมการระบาดเป็นหน้าที่ที่ สธ.ทำต่อเนื่อง และเราก็ให้ข้อมูลตลอดในการป้องกันตนเอง” นายสาธิตกล่าว
รัฐมนตรีช่วยว่าการ สธ.กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีผู้ติดเชื้อรายงานผ่านระบบประมาณ 2-3 พันรายต่อวันนั้น เชื่อว่าตัวเลขมากกว่านี้ เพราะข้อมูลที่เข้าระบบจะเป็นการรายงานที่มีการตรวจ RT-PCR เข้าสถานพยาบาล หรือการตรวจ ATK ที่มีการเข้าระบบรักษา แต่ก็ยังมีอีกจำนวนมากที่ติดเชื้อแต่ไม่ได้เข้าระบบ
“ซึ่งสถานการณ์ติดเชื้อขณะนี้ถือว่ามากจริง แต่ยังไม่รุนแรงเท่าระลอกเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่สิ่งเหล่านี้ เราต้องการให้ข้อมูลประชาชนว่า มีคนติดเชื้อยังต้องระวังตัวเอง ส่วนประชาชนจะระวังแค่ไหน ก็จะตัดสินใจได้ด้วยตัวเองในแต่ละกลุ่มที่แตกต่างกัน แต่อยากให้ตระหนักในเรื่องการรวมกลุ่มกัน หรือในสถานบันเทิง หากปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมอนามัย คือ การทำโควิดฟรีเซตติ้ง หมายความว่า ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนด ทั้งการสวมหน้ากากอนามัย/ผ้า ตรวจ ATK ผู้ให้บริการ การทำความสะอาดสถานที่ การฉีดวัคซีน มีการเว้นระยะห่าง สิ่งเหล่านี้ต้องไม่ประมาท จะได้เป็นไปตามมาตรการ สิ่งเหล่านี้ไม่ติดเชื้อดีที่สุด” นายสาธิตกล่าว

