กรมสุขภาพจิตขออย่าฉายภาพความรุนแรงซ้ำๆ ชี้กระทบ 3 กลุ่ม อาจเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ
เวลา 12.00 น. วันที่ 8 กรกฎาคม 2565 พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีผู้ที่นำเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นใน จ.นครราชสีมา ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2563 มากล่าวในเชิงรีแอ๊กชั่น จนเกิดความสะเทือนใจในสังคม ว่า สำหรับเหตุการณ์รุนแรงที่ผิดปกติวิสัยที่คนทั่วไปจะมีโอกาสพบเจอ โดยเฉพาะประสบการณ์เฉียดตาย การสูญเสียชีวิต ทรัพย์สิน อย่างรุนแรงมากมาย รวมถึงเหตุการณ์ที่เกิดภาพ เสียง บรรยากาศสะเทือนขวัญรุนแรง จะสร้างความเจ็บปวดในขณะที่เกิดเหตุและหลังจากเกิดเหตุแล้วได้นานเป็นหลักปี ซึ่งผลกระทบที่ตามมาก็เกิดจากความรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้ของผู้เกี่ยวข้อง มีผลต่อความเครียด ความเสี่ยงภาวะซึมเศร้า และความเครียดที่เรากังวลใจมากคือ โรคจิตเภทชนิดหนึ่งที่เกิดจากสภาวะจิตใจของผู้ป่วยได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงจากเหตุการณ์เลวร้าย หรือ PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) โดยอาจได้ยินโรคนี้จากคำบอกเล่าของกลุ่มทหารผ่านศึก สังเวียนเฉียดตายในสนามรบ ขณะที่เกิดขึ้นได้กับเหตุการณ์ความรุนแรงที่ใกล้เคียงกันด้วย
พญ.อัมพรกล่าวว่า เราต้องรับรู้เพื่อก้าวข้าม ป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก การนำภาพ รายละเอียดเชิงอารมณ์ของเหตุการณ์ความรุนแรงมาตอกย้ำซ้ำๆ มีผลเสียอย่างแน่นอนทั้งยังไม่ช่วยให้เกิดการเรียนรู้ เพราะหากจะให้เกิดการเรียนรู้จริงต้องพูดถึงเฉพาะสาระสำคัญ แต่ไม่ใช่การเจาะลึกรายละเอียดของความรู้สึกเจ็บปวด เพราะการทำให้ภาพเหตุการณ์ซ้ำอีกครั้งจะส่งผลกระทบต่อ 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นมาก่อน และกำลังเจ็บป่วยมีบาดแผลนั้น การทบทวนความหลังในรายละเอียด ทำให้แผลถูกกรีดซ้ำ ที่จะหายก็กลายเป็นปะทุขึ้นมาอีก ที่ดีขึ้นแล้วก็อาจจะกระเสาะกระแสะ 2.กลุ่มผู้สูญเสียทั้งคนรัก และทรัพย์สินในเหตุการณ์นั้น ก็ทำให้เกิดบาดแผลในจิตใจที่หนักหนาได้ยิ่งกว่าเดิม และ 3.ผู้ที่เคยอยู่ในเหตุการณ์ในลักษณะที่คล้ายกัน อย่างเช่นวินาศภัย มหัตภัยที่มีความรุนแรง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่มีจิตใจที่ง่ายต่อความเจ็บปวด เช่น การสูญเสียคนรัก สูญเสียสถานะบางอย่าง ดังนั้น เรื่องแบบนี้จะเป็นการย้ำเตือนความเจ็บปวดซ้ำได้อีก
“ภาพรวมของคนที่ไม่เคยเห็นเหตุการณ์รุนแรงนี้ แต่มีพื้นฐานอารมณ์ที่อ่อนไหว เปราะบางอยู่แล้ว เช่น เจ็บป่วยโรคทางกายหรือใจ มีปัญหาสัมพันธภาพ ไม่มีที่พักพิงใจ ไม่มีคนช่วยเหลือ คนโดดเดี่ยวจึงมีโอกาสง่ายจะอารมณ์ไหวตามเหตุการณ์นั้นๆ และสถานการณ์เช่นนี้ หากมีการพูดย้ำถึงเรื่อยๆ จะเป็นการเพิ่มความเครียด ความโกรธเคืองและความก้าวร้าวในสังคมได้ด้วย ทั้งยังเกิดความด้านชาต่อความรุนแรง ซึ่งหมายความว่า คนที่มีโอกาสสัมผัสกับเหตุการณ์เหล่านี้ในมุมหนึ่งจะเปราะบาง แต่อีกมุมจะกลายเป็นคนชาชินกับความรุนแรง หรืออาจจะเป็นคนสร้างหรือกระตุ้นให้เกิดความรุนแรงได้ง่าย ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่เราต้องช่วยกันดูแล ไม่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น” พญ.อัมพรกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวที่เคยเกิดขึ้นมีพฤติกรรมเลียนแบบ ดังนั้น การนำมาพูดถึงในปัจจุบันจะมีโอกาสให้เกิดการเลียนแบบขึ้นได้อีกหรือไม่ พญ.อัมพรกล่าวว่า เรื่องพฤติกรรมเลียนแบบโดยเฉพาะคนที่มีจุดอ่อนในเรื่องจิตใจ พฤติกรรมและสังคมรอบข้างย่อมเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะคนที่อยู่ในภาวะกดดันทางสังคมอยู่แล้วหากเผลอมองเห็นเหตุการณ์ความรุนแรงซ้ำๆ ประกอบกับความรู้ง่ายที่จะทำ ความรู้สึกชาชินที่จะทำ ก็ย่อมเป็นกระบวนการนำไปสู่การเลียนแบบได้ เราก็ต้องระมัดระวังกัน

