หมอประสิทธิ์เตือนอย่าชะล่าใจกับโควิด ไม่กระตุ้นวัคซีนระวัง! ชี้ต้องอยู่ร่วมไวรัสต่อไป

11.07.22 | 13:31 น.
หมอประสิทธิ์เตือนอย่าชะล่าใจกับโควิด ไม่กระตุ้นวัคซีนระวัง! ชี้ต้องอยู่ร่วมไวรัสต่อไป

วันนี้ (11 กรกฎาคม 2565) ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงกรณีที่มีการแชร์ข้อมูลเฟคนิวส์ เตือนให้ระวังโควิด-19 สายพันธุ์แลมป์ดา และให้ประชาชนล็อกดาวน์ตัวเอง ว่า ข่าวที่ระบุคำแนะนำให้ล็อกดาวน์ตัวเอง เป็นข้อมูลเก่าตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่มีการแอบอ้างชื่อตน พร้อมแก้ไขวันที่จากเดิมให้เป็นวันที่ 9 กรกฎาคม 2565 ทำให้ประชาชนที่รับข้อความตื่นตกใจ อย่างไรก็ตาม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ก็ได้ออกมาระบุว่า เป็นข่าวลวง (Fake News) แล้ว ทั้งนี้ แม้ว่าตอนนี้ตัวเลขติดเชื้อเพิ่มขึ้นจริง แต่ไม่ได้เป็นไปแบบนั้น

“โดยปกติผมจะให้ข่าวแบบที่เห็นตัวเป็นๆ ได้ยินเสียงจริงๆ แต่ไม่มีคลิปเสียงแน่ และน้อยมากที่จะเป็นการโพสต์ข้อความผ่านช่องทางส่วนตัว ถ้าจะมีก็เป็นให้สัมภาษณ์ในหนังสือพิมพ์หรือสื่อที่นำไปลง ทันทีที่เป็นสื่อลงก็จะรับผิดชอบ ไม่ใช่ไปอ้างว่ามีการโพสต์ในโซเชียล เพราะผมไม่เคยทำแบบนั้น” ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้สถานการณ์โควิด-19 ที่ติดเชื้อมากขึ้น จะมีแนวทางอย่างไร ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ควรสบายใจแม้ว่าสถานการณ์ดีขึ้น เพราะโคโรนาไวรัสมีการกลายพันธุ์ ดังนั้น ก็จะมาอีกหลายปี ซึ่งตอนนี้เกิด 2 จังหวะ คือ กลายพันธุ์แล้วแพร่เชื้อเร็วขึ้น ขณะเดียวกัน ทั่วโลกผ่อนคลายมาตรการ มีการเดินทางมาก ก็ทำให้ไวรัสกระจายเร็ว

คนก็ช่วยให้กระจายเร็ว ไวรัสก็ไปมากขึ้น แต่เราห่วงกลุ่มที่คิดว่าไม่มีความรุนแรงแล้วไม่ฉีดวัคซีนโควิดกระตุ้นต่อ ซึ่งภูมิคุ้มที่ตอบสนองต่อ BA.4 และ BA.5 ลดลง 1 ใน 3 เมื่อเทียบกับ BA.1 และ BA.2 ฉะนั้น โอกาสติดเชื้อก็จะมากขึ้น และหลังๆ ก็ไปกระทบกับศักยภาพการดูแลสุขภาพของแต่ละประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง 608 เพราะเมื่อติดเชื้อแล้ว มีไข้ขึ้น เราก็เป็นห่วงแล้ว ก็ต้องเข้าไปนอนโรงพยาบาล (รพ.) ทำให้มีการครองเตียงมากขึ้น เมื่อถึงจุดที่มีการติดเชื้อมากขึ้น แม้เตรียมยาไว้ก็จะมีประเด็นเรื่องยา ดังนั้น ตอนนี้สังคมต้องกลับมาที่ว่า ตอนนี้ยังมีไวรัสตัวนี้อยู่ กิจกรรมที่มี ก็ไม่ได้ห้ามอะไร ก็ขอให้สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างอยู่ ยังไม่ถึงปล่อยหมดทุกเรื่อง อย่างตอนนี้จะมีคลัสเตอร์โรงเรียนที่เกิดขึ้นง่ายมากอยู่แล้ว ซึ่งก็เกิดขึ้นแล้ว รวมถึงมีคนอีกจำนวนหนึ่งที่ยังไม่ฉีดวัคซีน หรือไม่ครบ หรือเว้นระยะกระตุ้นไปนาน ซึ่งผู้เสียชีวิตรายใหม่ก็ยังอยู่ในกลุ่มเสี่ยงกับฉีดวัคซีนไม่ครบ” ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าว

เมื่อถามว่า ลักษณะระบาดหลังจากนี้อาจไม่เน้นการล็อกดาวน์หรือไม่ ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่า ตอนนี้คงไม่มีล็อกดาวน์ ไม่จำเป็น เพราะโลกได้เรียนรู้และฉีดวัคซีนแล้ว เชื่อว่าหากเราเรียนรู้ว่าหากกลายพันธุ์แล้วแต่ยังสวมหน้ากาก เว้นระยะห่างยังช่วยได้ ต่อให้กลายพันธุ์ใหม่แต่ทุกคนมีวินัยได้ ก็จัดการได้แบบไม่ต้องล็อกดาวน์ เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจแย่ลง อาจลดกิจกรรมลงแต่เมื่อดีขึ้นก็ค่อยๆ ผ่อนมาตรการออก

Advertisement

“ผมคิดว่าเราเรียนรู้เยอะ เหลือแค่ถอดบทเรียนมาเพื่อเตรียมอนาคต” ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าว

เมื่อถามว่า เราจะยังเจอระลอกการติดเชื้อต่อเนื่องอีกใช่หรือไม่ ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่า โคโรนาไวรัสกลายพันธุ์เรื่อยๆ จะดีขึ้นเมื่อไรก็ไม่รู้ อาจจะ 1, 2 หรือ 3 ปี หรืออาจจะเห็นมันสงบแต่วันดีคืนดี อาจกลายพันธุ์ให้เกิดความรุนแรงโผล่มา ก็จะกลับมาแบบเดิมอีก