รมต.สุชาติ แจงนำเข้าแรงงานต่างด้าวแก้ปมขาดกำลังคน ลดเคสลักลอบเข้าเมือง

27.07.22 | 13:53 น.
รมต.สุชาติ แจงนำเข้าแรงงานต่างด้าวแก้ปมขาดกำลังคน ลดเคสลักลอบเข้าเมือง

ความคืบหน้ากรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2565 เห็นชอบเรื่องการนำเข้าแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานในกิจการประมงทะเล อุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตรและอาหารเพื่อการส่งออก อุตสาหกรรมก่อสร้าง และธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ เพื่อรองรับการฟื้นฟูประเทศนั้น

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กรณีนี้เป็นผลมาจากที่สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ได้ออกมาเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงาน โดยให้ข้อมูลว่าหลังจากที่รัฐบาลได้มีนโยบายเปิดประเทศเต็มรูปแบบ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้มีความต้องการใช้แรงงานต่างด้าวประมาณ 3 ล้านคน ซึ่งปัจจุบันมีแรงงานต่างด้าวทำงานถูกต้องอยู่ในราชอาณาจักรประมาณ 2.5 ล้านคน ยังขาดแคลนแรงงานอีกกว่า 5 แสนคน

“รัฐบาลโดยการนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มีนโยบายนำเข้าแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน ลาว กัมพูชา เมียนมา และเวียดนาม เข้ามาทำงานในราชอาณาจักร ซึ่งเป็นงานที่คนไทยไม่นิยมทำ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และลดปัจจัยการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย” นายสุชาติกล่าว และว่า ทั้งนี้ รัฐบาลมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อฟื้นฟูประเทศไทยอย่างเร่งด่วน แรงงานต่างด้าวจึงกลายเป็นแรงงานที่มีความสำคัญเข้ามาทำงานทดแทนในตำแหน่งที่ขาดแคลนสำหรับอุตสาหกรรมการผลิต และแปรรูปสินค้าเกษตร อาหารแช่แข็งเพื่อการส่งออก อุตสาหกรรมก่อสร้าง และอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ จึงจำเป็นต้องมีมาตรการยกเว้น และปรับแก้ไขกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องให้แรงงานประเทศเพื่อนบ้านที่ประสงค์จะทำงานสามารถทำงานอยู่ในราชอาณาจักร เพื่อให้ภาคธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศขับเคลื่อนต่อไปได้

นายสุชาติกล่าวว่า จากมติ ครม. เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา เป็นการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว โดยให้นายจ้างที่จ้างแรงงานข้ามชาติ 4 สัญชาติ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ที่มีสถานะไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ยื่นบัญชีรายชื่อแจ้งความต้องการแรงงานฯ ต่อกรมการจัดหางาน (กกจ.) ผ่านระบบออนไลน์ หลังดำเนินการตามขั้นตอนเสร็จสิ้นจะทำงานและอยู่ทำงานได้ถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2566 หากต้องการทำงานต่อไป ให้ยื่นขอต่อใบอนุญาตทำงานและดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด ก่อนใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุ โดยนายทะเบียนจะอนุญาตให้ทำงานคราวละ 1 ปี รวม 2 ครั้ง ถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568
สำหรับการยื่นขอต่อใบอนุญาตทำงานแรงงานต่างด้าวภายหลังวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2566 แบ่งแรงงานข้ามชาติที่ใบอนุญาตทำงานหมดอายุวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2566 เป็น 2 กลุ่ม

1.กลุ่มที่รับการตรวจลงตราหรือตรวจอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรฯ ภายในวันที่ 1 สิงหาคม 2565 หากต้องการทำงานต่อไป ให้ยื่นขอต่อใบอนุญาตทำงานและดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด ก่อนใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุ เพื่อทำงานได้อีก 2 ปี ถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568

Advertisement

2.กลุ่มที่รับการตรวจลงตราหรือตรวจอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรฯ ภายหลังวันที่ 1 สิงหาคม 2565 หากต้องการทำงานต่อไป ให้ยื่นขอต่อใบอนุญาตทำงานและดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด ก่อนใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุ โดยนายทะเบียนจะอนุญาตให้ทำงานคราวละ 1 ปี รวม 2 ครั้ง ถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568

“จะเห็นได้ว่ามติ ครม.เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2565 เป็นการแก้ไขปัญหาได้หลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ปัญหาการลักลอบเข้าเมืองของคนต่างด้าว นายจ้างสามารถจ้างงานคนต่างด้าวทำงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนคนต่างด้าวสามารถอยู่ในราชอาณาจักรเพื่อการทำงานได้อย่างถูกต้อง และได้รับการคุ้มครองสิทธิประโยชน์และสวัสดิการตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งส่งผลให้ศักยภาพในการผลิตสินค้าเพื่อส่งออกเป็นไปในทางที่ดีกระบวนการผลิตเดินหน้าต่อไปได้ การพัฒนาฟื้นฟูประเทศในด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับกิจการก่อสร้างขนาดใหญ่ไม่หยุดชะงัก ส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ และสามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้” นายสุชาติกล่าว