สปสช.รุดสอบข้อเท็จจริง รพ.บัตรทองไม่ดูแลผู้ป่วยฟอกไตติดโควิด จี้ปรับระบบบริการแล้ว
วันนี้ (28 กรกฎาคม 2565) ผศ.ภญ.ยุพดี ศิริสินสุข รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา ตนพร้อมด้วย ทพ.วิรัตน์ เอื้องพูลสวัสดิ์ ผู้อำนวยการ สปสช.เขต 13 กรุงเทพมหานคร และ น.ส.ดวงนภา พิเชษฐ์กุล ผู้อำนวยการสำนักบริการประชาชนและคุ้มครองสิทธิ สปสช. ลงพื้นที่โรงพยาบาล (รพ.) อนันต์พัฒนา 2 เพื่อตรวจสอบข้อมูลและทำความเข้าใจการให้บริการดูแลผู้ป่วยสิทธิบัตรทองในกรณีผู้ป่วยโรคไตและติดเชื้อโควิด-19 หลังจากได้รับการร้องเรียนว่าไม่ได้ให้การดูแลผู้ป่วย โดยมี นายกานต์ ธรรมจำรัสศรี ผู้อำนวยการ รพ.อนันต์พัฒนา 2 และทีมเจ้าหน้าที่ รพ.ร่วมให้ข้อมูล

ผศ.ภญ.ยุพดี กล่าวว่า ตามที่มีข่าวกรณีร้องเรียนผู้ป่วยชาย อายุ 48 ปี ซึ่งป่วยด้วยโรคไตระยะที่ 3 และติดเชื้อโควิด-19 สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บัตรทอง ถูกปฏิเสธการรักษาจากหน่วยบริการจนต้องขอความช่วยเหลือจากกลุ่มเส้นด้ายนั้น สปสช.ได้ลงพื้นที่ รพ.อนันต์พัฒนา 2 เพื่อตรวจสอบข้อมูลทันที ทราบว่าผู้ป่วยรายนี้ เป็นผู้ป่วยบัตรทองและรับบริการฟอกไตที่ รพ.อนันต์พัฒนา 2 เป็นประจำต่อเนื่องมาหลายปีอยู่แล้ว
“แต่เนื่องจากผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งทาง รพ.เกรงว่าจะมีปัญหาในเรื่องการป้องกันเชื้อที่อาจส่งผลต่อผู้ป่วยอื่นได้ เนื่องจาก รพ.ยังไม่มีการจัดพื้นที่และบริการรองรับล้างไตสำหรับกรณีที่ติดเชื้อโควิด-19 ดังนั้น ที่ผ่านมา พยาบาลที่ดูแลได้ประสานไปยังหน่วยล้างไตที่อื่นทันทีที่ทราบว่าผู้ป่วยติดโควิด-19 เพื่อให้ผู้ป่วยเข้ารับการฟอกไต จึงทำให้ผู้ป่วยต้องรอ และญาติเข้าใจว่าไม่มีใครดูแลแล้ว ซึ่งล่าสุด กลุ่มเส้นด้ายได้นำรถพาผู้ป่วยไปรับบริการฟอกไตที่ศูนย์การแพทย์กาญจนาแล้ว และนำส่งที่ รพ.อนันต์พัฒนา 2 เพื่อดูแลต่อเนื่อง” ผศ.ภญ.ยุพดี กล่าว
ผศ.ภญ.ยุพดี กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น น่าจะเป็นเรื่องปัญหาการเดินทาง ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถไปรับบริการฟอกไตที่หน่วยบริการอื่นได้สะดวก ซึ่ง สปสช.ได้รับเรื่องไว้เพื่อนำไปปรับปรุงระบบ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 มีรายการค่าใช้จ่ายเพื่อการป้องกันการแพร่ระบาดอยู่ รวมถึงการสนับสนุนค่ารถนำส่งที่ รพ.สามารถเบิกจ่ายจากระบบได้ ซึ่งจากการพูดคุยกับผู้อำนวยการ รพ.อนันต์พัฒนา 2 จะมีการเร่งปรับสถานที่บริการล้างไตสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ต่อไป รองรับบริการกรณีที่โควิด-19 จะเข้าสู่โรคประจำถิ่น สำหรับในส่วนของ สปสช.เองก็จะมีการนำปัญหานี้หารือเพื่อพัฒนาระบบต่อไป อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ป่วยรายนี้ สปสช. ต้องขอบคุณกลุ่มเส้นด้ายที่ได้ช่วยกันดูแล นำส่งผู้ป่วย ทำให้เข้าถึงบริการฟอกไต

ด้าน นายกานต์ กล่าวว่า รพ.ยังคงให้การดูแลผู้ป่วยรายนี้ โดยเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา ในช่วงเย็นก็ยังเข้ารับการรักษาที่ รพ. และรับยารักษาโควิด-19 กลับไป
“ในส่วนของการฟอกไตนั้น เดิมผู้ป่วยก็ไปรับบริการที่นี่ แต่ช่วงที่ติดโควิด-19 ทำให้ต้องประสานเพื่อส่งไปรับบริการฟอกไตที่อื่นเป็นการชั่วคราว เนื่องจากที่ รพ.ไม่สามารถรองรับผู้ป่วยไตกรณีติดเชื้อโควิด-19 ได้ และอาจกระทบผู้ป่วยอื่นได้ ซึ่งที่ผ่านมา ก็มีผู้ป่วยกลุ่มนี้ไม่มาก และเมื่อผู้ป่วยรายนี้หายจากโควิด-19 แล้ว ก็จะให้รับบริการฟอกไตที่ รพ.เหมือนเดิม ยืนยันว่า รพ.ไม่ได้ทอดทิ้งผู้ป่วยและพร้อมให้การดูแลอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นได้มีการหารือร่วมกัน และต่อไป รพ.จะดำเนินการจัดให้มีการบริการฟอกไตสำหรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 โดยจะจัดแยกพื้นที่และบริการไว้ โดยจะเร่งดำเนินการในการปรับสถานที่ การจัดเครื่องฟอกไต รวมถึงบุคลากรเพื่อรองรับอย่างเร่งด่วนต่อไป” นายกานต์ กล่าว

