หมอจุฬาฯ เผยคนติดโควิดแล้วฉีดวัคซีนมีภูมิลูกผสม ชี้อนาคตต้องบูสต์ทุกปีแบบไข้หวัดใหญ่

31.07.22 | 15:30 น.
หมอจุฬาฯ เผยคนติดโควิดแล้วฉีดวัคซีนมีภูมิลูกผสม ชี้อนาคตต้องบูสต์ทุกปีแบบไข้หวัดใหญ่

วันที่ 31 กรกฎาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต และหัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กให้ความรู้เกี่ยวกับโรคโควิด-19 ในประเด็น เมื่อไวรัสกลายพันธุ์ หรือเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ ว่า ไวรัสโควิค-19 เป็น RNA ไวรัส จึงมีการกลายพันธุ์ หรือเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมได้ง่ายกว่าไวรัสในกลุ่มของ DNA และเมื่อมีการใช้วัคซีนไปกดดันไวรัส โดยธรรมชาติ หลักการวิวัฒนาการ ก็ทำให้เกิดมีการกลายพันธุ์เปลี่ยนแปลงพันธุกรรมหลีกระบบภูมิต้านทานที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะภูมิต้านทานในส่วนที่ป้องกันการติดเชื้อ ภูมิต้านทานในส่วนกำจัดไวรัส หรือการหายของโรคยังคงมีอยู่ จึงทำให้ลดความรุนแรงของโรคได้
วัคซีนที่ใช้กันอยู่พัฒนามาตั้งแต่สายพันธุ์อู่ฮั่นดั้งเดิม ไวรัสได้หลบหลีกมาไกล จึงทำให้ประสิทธิภาพในการป้องกันการติดโรคลดน้อยลง แต่การกำจัดเชื้อหรือลดความรุนแรงยังคงมีอยู่ ในการป้องกันการติดเชื้อ ภูมิต้านทานที่ต้องการ ถ้าตรงกับสายพันธุ์ไวรัส ก็จะป้องกันได้ดี แม้มีระดับต่ำ

ศ.นพ.ยงระบุว่า ผู้ที่ติดเชื้อและเคยฉีดวัคซีนมาแล้ว หรือติดเชื้อแล้วฉีดวัคซีน จะมีภูมิต้านทานที่ค่อนข้างสูง ที่เรียกว่า “ภูมิต้านทานแบบลูกผสม”

“และถ้าเป็นภูมิต้านทานที่ติดเชื้อสายพันธุ์ล่าสุดในการระบาดอย่างมากในตอนนี้ ผู้ที่ติดเชื้อแล้ว จึงเปรียบเสมือนได้รับวัคซีนเข็มที่ดีเยี่ยมตรงกับสายพันธุ์ที่ติดเชื้อ ถ้าติดเชื้อสายพันธุ์ล่าสุด ก็จะป้องกันได้ดีในสายพันธุ์ล่าสุด ผู้ที่ติดเชื้อตั้งแต่สายพันธุ์อู่ฮั่น หรือเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ก็ยังมีโอกาสที่จะติดเชื้อซ้ำได้อีก
สายพันธุ์ที่อยู่ในวัคซีนจึงมีความสำคัญ การพัฒนาวัคซีนในการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ให้ตรงกับสายพันธุ์ที่ระบาดอยู่ และใช้อย่างรวดเร็วจึงมีความจำเป็นด้วยเหตุผลดังกล่าว ในอนาคตวัคซีนป้องกันโควิด-19 ก็จะคล้ายไข้หวัดใหญ่ จะต้องปรับเปลี่ยนให้ตรงกับสายพันธุ์ที่ระบาด และจะมีการฉีดในกลุ่มเสี่ยง และให้ประจำปีเหมือนกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่” ศ.นพ.ยงระบุ