บอร์ด สปสช.เห็นชอบแผนปฏิบัติราชการ ฉบับที่ 5 ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2566-2570) เพิ่มหลัก ‘BCG Model’ หนุนใช้อุตสาหกรรมสุขภาพและการแพทย์ในประเทศ เน้น Smart UCS ช่วยการเบิกจ่ายให้หน่วยบริการ สร้างการตระหนักรู้ให้ประชาชนดูแลตนเอง มุ่งลดความเหลื่อมล้ำ 3 กองทุน
เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ครั้งที่ 8/2565 เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2565 ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธาน ได้มีมติเห็นชอบแผนปฏิบัติราชการของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ฉบับที่ 5 ระยะ 5 ปี ระหว่าง พ.ศ.2566-2570 ภายหลังได้การจัดรับฟังความคิดเห็นจากหลายฝ่าย ได้มีการเสนอให้ทาง สปสช. เพิ่มโมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (BCG Model) เป็นอีกหนึ่งหลักการสำคัญในการดำเนินงาน โดยจะสนับสนุนการใช้อุตสาหกรรมสุขภาพและการแพทย์ในประเทศ ซึ่ง สปสช.จะประกาศใช้แผนดังกล่าวตั้งแต่ปีงบประมาณ 2566 หรือ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 ทั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่อง หลังจากประเมินผลการดำเนินงานปฏิบัติราชการฯ ฉบับที่ 4 ปี (พ.ศ.2561-2565) โดยเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2564 บอร์ด สปสช. ได้เห็นชอบหลักการและแผนการจัดทำแผนฯระยะ 5 ปี (พ.ศ.2566-2570) ซึ่งช่วงที่ผ่านมา สปสช. ได้มีการจัดเวทีเพื่อระดมความคิดเห็นทั้งจากภายใน สปสช. และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (Stakeholder) รวมถึงเปิดรับฟังความเห็นจากทางออนไลน์ด้วย
นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า แผนฉบับที่ 5 นี้มีสาระสำคัญเพิ่มเติมในยุทธศาสตร์ด้านการคุ้มครองหลักประกันสุขภาพของประชาชน คือ การคืนข้อมูลสุขภาพให้ประชาชนมีข้อมูลสุขภาพของตนเอง เพื่อสร้างการตระหนักรู้ในการดูแลสุขภาพเบื้องต้น รวมถึงค้นและขยายการเข้าถึงบริการให้ครอบคลุมกลุ่มเปราะบางและกลุ่มคนที่ยังเข้าไม่ถึงบริการหรือเข้าถึงได้น้อย
เลขาธิการ สปสช.กล่าวว่า ส่วนการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ตามแผนฯนี้ จะเพิ่มประสิทธิภาพการเบิกจ่าย ผ่านการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ Smart UCS ครบวงจรตั้งแต่การยืนยันและพิสูจน์ตัวตน การเบิกจ่าย การตรวจสอบ และการโอนเงิน ให้เกิดการ “เบิกจ่ายง่าย ถูกต้อง รวดเร็ว ไม่เป็นภาระหน่วยบริการ” รวมถึงขยายบทบาทและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารกองทุนฯ ในระดับท้องถิ่น นอกจากนี้ จะลดความเหลื่อมล้ำระหว่าง 3 กองทุน เช่น การเข้าถึงยาราคาแพง ฯลฯ อีกทั้งพัฒนากลไกการจ่ายให้สนับสนุนความเข้มแข็งและความเชื่อมโยงของระบบบริการปฐมภูมิ เพื่อสร้างความยั่งยืนของระบบในระยะยาว
“ภายหลังจากที่บอร์ด สปสช. มีมติเห็นชอบแผนปฏิบัติราชการของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ 5 สปสช.จะนำมาเป็นแนวทางปฏิบัติในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุภาพแห่งชาติต่อไป” นพ.จเด็จกล่าว

