ศบค.เผยตัวเลข ATK ติดโควิดเฉลี่ยวันละ 2.8 หมื่นราย ถก ศบค.ชุดใหญ่ 19 ส.ค.นี้
วันที่ 4 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.แถลงรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) หรือ ศบค.ชุดเล็ก ว่า วันนี้ประเทศไทย พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,166 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 2,151 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 2,151 ราย มาจากเรือนจำ 15 ราย เป็นผู้ หายป่วยเพิ่มขึ้น 2,700 ราย อยู่ระหว่างรักษา 21,377 ราย อาการหนัก 905 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 476 ราย เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 29 ราย เป็นชาย 18 ราย หญิง 11 ราย เป็นผู้เสียชีวิตที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 24 ราย มีโรคเรื้อรัง 4 ราย ไม่มีโรคเรื้อรัง 1 ราย ทั้งนี้ ประเทศไทยมียอดผู้ติดเชื้อสะสมยืนยันตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 4,598,725 ราย มียอดหายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 4,545,856 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 31,492 ราย ส่วนวัคซีนเข็มที่ 1 ฉีดไป 57 ล้านคน เข็มที่ 2 ฉีดไปแล้ว 53 ล้านคน และเข็มที่ 3 ฉีดไป 31 ล้านคน จึงอยากให้มีการฉีดวัคซีนเพิ่มในส่วนของเข็มกระตุ้น (บูสเตอร์ โดส)

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ทั้งนี้ เมื่อดูรายละเอียดแนวโน้มปอดอักเสบในรอบ 14 วัน พบว่า มีจำนวนผู้ป่วยใส่ท่อเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนจาก 393 ราย เป็น 476 ราย คน ทั้งนี้มาจากจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มมากขึ้น ส่วนผู้เสียชีวิต 21 ราย เพิ่มมาเป็น 29 ราย เมื่อดูผู้เสียชีวิตพบว่าอยู่ในกลุ่ม 608 ถึงร้อยละ 97 และหากวิเคราะห์ในจำนวนนี้ผู้เสียชีวิต วันนี้ (4 สิงหาคม 2565) จะพบว่าเป็นกลุ่มคนที่ไม่ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นถึง 22 ราย และเมื่อดูจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อที่มีการลงทะเบียนแบบ OPSI หรือการตรวจ ATK มีรวม ในสัปดาห์ที่ 30 หรือระหว่าง 24-30 กรกฎาคม 2565 มีจำนวน 201,554 ราย หากเฉลี่ยเป็นการติดเชื้อรายวันจะมี 28,793 ราย
“คาดการณ์ว่า ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ในส่วนผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายใจ มีแนวโน้มน่าเป็นห่วง และเพิ่มจำนวนมากขึ้น ดังนั้น กลุ่ม 608 ควรรับวัคซีนเข็มกระตุ้น แต่โดยรวมอัตราการครองเตียงเฉลี่ยร้อยละ 17.1 ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ยืนยันว่า ยังมีศักยภาพในการรักษาและยังสามารถขยายเตียงได้ ส่วนอัตราเสียชีวิต ก็แนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน” นพ.ทวีศิลป์ กล่าวและว่า ศักยภาพการครองเตียงในสถานพยาบาลทั้งรัฐและเอกชน ไม่ถึงร้อยละ 20 ส่วนใหญ่ยังอยู่ในกลุ่มสีเขียว มีแค่บางพื้นที่ที่อัตราของเตียงระดับ 3 แดงบ้างเล็กน้อย แต่เตียงผู้ป่วยยังสามารถขยายได้ ส่วนยาและเวชภัณฑ์มีเพียงพอ โดยยาโมลนูพิราเวียร์ มีเพียงพอ และเน้นย้ำให้ภาครัฐดูแลการให้ยาผ่านการสั่งยาของแพทย์ โดยทางรัฐบาลเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ ไม่ควรซื้อยานอกเหนือจากที่ภาครัฐกำหนดไว้ให้ เพราะไม่แน่ใจในเรื่องคุณภาพของยา อีกทั้งยาไม่ได้ขึ้นทะเบียน หรือที่เรียกว่า ยาเถื่อน อาจจะมีอันตรายต่อตนเองได้

โฆษก ศบค.กล่าวว่า หลังมีการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ เกิดการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) ได้รายงานตัวเลขนักท่องเที่ยว วันที่ 1-31 กรกฎาคม 2565 ภายหลังการผ่อนคลายมาตรการไทยแลนด์พาส มีตัวเลขเพิ่มขึ้นเป็น 1.07 ล้านกว่าคน เพิ่มจากเดือนมิถุนายน ที่มีเพียง 7.6 แสนคน โดยประเทศที่มาเที่ยวไทยมากสุด คือ มาเลเซีย อินเดีย สิงคโปร์ อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ขณะเดียวกัน จากการสุ่มตรวจผู้เดินทางเข้าประเทศที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในเดือนกรกฎาคม ที่มี 770,614 คน หรือเข้าไทยเฉลี่ย 30,000 คนต่อวัน จากการสุ่มตัวอย่างนักท่องเที่ยวในจำนวนนี้ ร้อยละ 15 หรือ 117,567 คน พบว่าส่วนใหญ่มีใบวัคซีน หรือผลตรวจ ATK/ RT -PCR ตามเกณฑ์ 116,850 ราย และมีใบรับรองการตรวจหาเชื้อ 704 ราย มีเพียง 13 คนเท่านั้น ที่ไม่มีใบวัคซีนและใบรับรองผลตรวจ ถือว่าน้อยมาก จึงขอให้มั่นใจในมาตรการคัดกรองคนเข้าประเทศ
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ส่วนการติดเชื้อ ในสถานศึกษา ข้อมูลจากกรมอนามัย เห็นว่าการติดเชื้อผู้ป่วยน้อยกว่า 18 ปี ในช่วงวันที่ 1 มกราคม- วันที่ 31 มีนาคม จะมีผู้ป่วยติดเชื้อมากกว่าในช่วง วันที่ 1 เมษายน – วันที่ 31 กรกฎาคม และมีอัตราการติดเชื้อในสถานศึกษา คิดเป็น ร้อยละ 10 และเมื่อมีการสัมภาษณ์การติดเชื้อในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา ในจำนวนนักเรียน 49,000 ราย พบว่ามีการติดเชื้อ ร้อยละ 30 และเมื่อดูมาตราการ 6-7-7 พบว่าได้รับความร่วมมือในส่วนบุคคล และสถานที่เป็นอย่างดี ปฎิบัติตามเกณฑ์โควิด ฟรี เซ็ตติ้ง ร้อยละ 90
“จากการประเมินประวัติผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา จากแบบประเมินพฤติกรรมสุขภาพนักเรียนในสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ในสถานศึกษา พบว่า เป็นการติดเชื้อในโรงเรียนเพียงร้อยละ 5.66 ไม่ทราบสาเหตุ ร้อยละ 8.96 เป็นการติดเชื้อจากบุคคลในบ้าน ร้อยละ 14.93 และอื่นๆ มากที่สุด ร้อยละ 70.45 ทั้งนี้ ในวันที่ 19 สิงหาคมนี้ จะมีการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ เพื่อประเมินสถานการณ์และพิจารณามาตรการต่างๆ นำไปสู่การปฏิบัติ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐาผู้อำนวยการ ศบค. ฝากขอบคุณประชาชน รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ที่ให้ความร่วมมือในการป้องกันโควิด-19 เป็นอย่างดี” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

