สธ.เผยปฏิรูปสาธารณสุข ปท.คืบ เร่งพัฒนาระบบปฐมภูมิกรุงเทพฯ เพิ่มเข้าถึงบริการ

4.08.22 | 17:06 น.
สธ.เผยปฏิรูปสาธารณสุข ปท.คืบ เร่งพัฒนาระบบปฐมภูมิกรุงเทพฯ เพิ่มเข้าถึงบริการ

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2565 ที่โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพมหานคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มอบหมาย นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงความร่วมมือการขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข Big Rock 1 ร่วมกับ ศ.พิเศษ เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

นพ.โอภาสกล่าวว่า การปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ประเทศไทย ได้พลิกวิกฤตและความท้าทายเป็นโอกาสในด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านสาธารณสุขที่มีการสร้างความร่วมมือกันของทุกภาคส่วนและพัฒนาจนเป็นที่ยอมรับของนานาชาติ ทั่วโลกได้ชื่นชมการบริหารสถานการณ์ภาวะฉุกเฉินในการรับมือโควิด-19 ของไทยว่า เกิดจากความเข้มแข็งของระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ รวมถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ภาคส่วนต่างๆ ที่เข้ามาร่วมมือกันแก้ปัญหาโควิด-19 ภายใต้การนำของรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพ แสดงถึงความสำคัญของการจัดระบบสุขภาพปฐมภูมิที่ทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพกับหมอครอบครัวได้สะดวกและรวดเร็ว สามารถหยุดความรุนแรงของโรคและลดภาวะแทรกซ้อนได้ ส่งผลให้เกิดความมั่นคงด้านสุขภาพและความมั่นคงทางเศรษฐกิจตามมา

นพ.โอภาสกล่าวว่า ที่ผ่านมา เขตชนบทมักเข้าไม่ถึงระบบสาธารณสุข แต่ปัญหาขณะนี้เปลี่ยนไปเนื่องจากพื้นที่ชนบทมีระบบ อสม. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และโรงพยาบาล (รพ.) ชุมชน ทำงานเชื่อมโยงกัน ต่างจากชุมชนเมือง เช่น กรุงเทพมหานคร ที่ต้องพัฒนารูปแบบใหม่ของบริการสุขภาพปฐมภูมิให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต ซึ่งมีข้อเสนอจากคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขในการพัฒนาการแพทย์ปฐมภูมิ เช่น การพัฒนากลุ่มอาสาสมัครในกรุงเทพฯ, การนำเทคโนโลยีดิจิทัลและการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพมาช่วยเพิ่มศักยภาพการบริการให้กับประชาชน การนำนวัตกรรม เช่น ระบบเทเลเมดิซีน (Telemedicine) แอพพลิเคชั่น Smart อสม. ฯลฯ มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา โดย สธ.พร้อมสนับสนุนตามที่ กทม.ร้องขอ

“การปฏิรูปต้องเน้นเรื่องดิจิทัล เฮลธ์ (Digital Health) หากมีการเชื่อมโยงข้อมูลที่รวดเร็ว จะทำให้ประชาชนเป็นเจ้าของข้อมูลสุขภาพของตนเองอย่างแท้จริง รวมถึงต้องสร้างความมั่นคงยา วัคซีน และอื่นๆ โดยคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข ได้นำประเด็นเหล่านี้มาหารือ เพื่อสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการขับเคลื่อนไม่ได้เริ่มจากศูนย์ เนื่องจากเรามีกฎหมายที่เกี่ยวข้องที่สามารถดำเนินการแก้ไขปรับปรุงให้ระบบยั่งยืนและชัดเจนมากขึ้นได้ นอกจากนี้ เรายังมีนโยบาย 3 หมอ ที่ยกระดับ อสม.เป็นหมอคนแรกของประชาชน ขณะที่ กทม.มีระบบอาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) ซึ่งถ้าใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์มร่วมกัน อสม.และ อสส.ทั้งประเทศจะเกิดความเชื่อมโยงอย่างแท้จริง โดยทั้งหมดจะเดินหน้าภายใต้นโยบายของรัฐมนตรีว่าการ สธ. เรื่องเฮลธ์ ฟอร์ เวลท์ (Health for Wealth) คือ เศรษฐกิจจะดี สุขภาพต้องดีก่อน” นพ.โอภาสกล่าว

Advertisement