สธ.ชี้กรุงเทพฯ จุดอับเข้าไม่ถึงยาต้านไวรัสโควิด ปลดล็อก รพ./คลินิกซื้อจ่ายผู้ป่วยเอง

9.08.22 | 14:03 น.
สธ.ชี้กรุงเทพฯ จุดอับเข้าไม่ถึงยาต้านไวรัสโควิด ปลดล็อก รพ./คลินิกซื้อจ่ายผู้ป่วยเอง

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2565 นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีกลุ่มนักวิชาการและเอ็นจีโอ วิพากษ์วิจารณ์ถึงกรณีที่ สธ.เปลี่ยนแปลงการบริหารจัดการยารักษาโควิด-19 ใหม่ ให้ทุกสถานพยาบาลจัดซื้อยาต้านไวรัสรักษาโควิด-19 ได้เองว่า เรื่องนี้เป็นการดำเนินการที่ได้เตรียมการไว้มากกว่า 3-4 เดือน ไม่ใช่ว่าใครมาเรียกร้องแล้วก็เปลี่ยนแปลงทันที การให้สถานพยาบาลจัดซื้อยาเองนั้น ก็เพื่อให้สะดวกในการบริหารจัดการ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีปัญหาอย่างกรุงเทพมหานคร ที่ไม่มีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) สถานพยาบาลที่จะเข้าใกล้ผู้ป่วยมากที่สุดได้เป็นคลินิก และโรงพยาบาล (รพ.) เอกชน ผิดกับต่างจังหวัดที่ไม่มีปัญหาเรื่องยา เพราะมี รพ.สต. โดยการเปลี่ยนแปลงการจัดซื้อยานี้ ครอบคลุมในทุกสถานพยาบาลทุกสังกัด รวมถึงคลินิกด้วย ทั้งนี้ จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนเป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม ยาต้านไวรัสทุกชนิดเป็นยาอันตราย และอยู่ในกลุ่มยาควบคุม ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น

“จะเห็นได้ว่าในประเทศที่เจริญแล้ว ไม่มีใครซื้อขายยาปฏิชีวนะในร้านขายยา ในสหรัฐอเมริกาก็ไม่มี การจะซื้อยาได้ต้องมีใบสั่งแพทย์ ดังนั้น การจ่ายยาต้องทำโดยแพทย์ ร้ายขายยามีเพียงเภสัชกร การที่มีโรคระบาดเกิดขึ้น รัฐบาลเข้าดำเนินการซื้อยาและกระจายเองก็เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม เพราะคนที่กำลังทรัพย์น้อยจะได้เข้าถึงยา ทั้งนี้ การกระจายยาในลักษณะนี้ก็เหมือนกับไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่มีการกระจายยาทามิฟูล ที่ก็ให้ทุกสถานพยาบาลและคลินิก ยกเว้นร้านขายยา” นพ.โอภาสกล่าว

ด้าน นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองปลัด สธ. กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่มีประกาศให้ รพ.ซื้อยาต้านไวรัสได้เอง ก็เพื่อการบริหารงบประมาณของแต่ละสังกัด ที่ผ่านมา สธ.เป็นหน่วยงานจัดซื้อให้ ตอนนี้ก็ให้ทาง รพ.จัดซื้อจัดจ้างเองตามความเหมาะสม แต่ขอย้ำว่า การให้ รพ.ซื้อยาได้เอง ไม่เท่ากับประชาชนซื้อยาได้เอง เพราะยาต้านไวรัสต้องจ่ายโดยแพทย์ตามแนวทางเวชปฏิบัติดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ดังนั้น ไม่ใช่ว่าผู้ป่วยอาการน้อย ไม่มีความเสี่ยงแล้วจะไปขอซื้อยาใน รพ. เพราะการวินิจฉัยโรคต้องเกิดจากดุลพินิจของแพทย์