อนามัยโพลชี้ คนไทยมีพฤติกรรมป้องกันโควิดเพิ่มขึ้น เหตุต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่น

23.08.22 | 13:47 น.

อนามัยโพลชี้ คนไทยมีพฤติกรรมป้องกันโควิดเพิ่มขึ้น เหตุต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่น

วันนี้ (23 สิงหาคม 2565) นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า การป้องกันตนเองจากโรคโควิด-19 ด้วยหลัก UP (Universal Prevention) ยังคงเป็นพฤติกรรมสุขภาพที่ต้องปฏิบัติกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากผลการสำรวจอนามัยโพล ในเดือนสิงหาคม 2565 แนวโน้มพฤติกรรมการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค พบว่า ประชาชนมีพฤติกรรมสวมหน้ากากมากขึ้น จากร้อยละ 94.2 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 95.5 โดยเหตุผลที่สวมหน้ากากมากขึ้น เนื่องจากเข้าสถานที่หรืออาคารปิด ใกล้ชิดผู้ป่วย ผู้เสี่ยงสูง ผู้สูงอายุ และเข้าร่วมกิจกรรมที่มีคนรวมตัวกันหนาแน่น พบมีการล้างมือเพิ่มขึ้น จากร้อยละ 86.9 เป็นร้อยละ 88.4 โดยสาเหตุที่ล้างมือมากขึ้น เนื่องจากต้องหยิบจับสิ่งของต่างๆ ร่วมกับผู้อื่น รวมทั้งล้างมือ ก่อนรับประทานอาหาร และพบมีการเว้นระยะห่างเพิ่มขึ้น จากร้อยละ 86.3 เป็นร้อยละ 87.2 โดยมีสาเหตุเพราะจะต้องไปเจอกลุ่ม 608 หรือพบเจอคนที่ไม่รู้จัก จึงต้องเว้นระยะห่างจากผู้อื่นมากขึ้น

อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า นอกจากนี้ ข้อมูลการสังเกตเห็นผู้อื่นปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค พบว่า พบเห็นเด็กนักเรียนสวมหน้ากากเมื่ออยู่ร่วมกับผู้อื่น ร้อยละ 93.3 เห็นประชาชนทั่วไปสวมหน้ากากเมื่ออยู่ใกล้ชิดกับผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว ร้อยละ 92.7 ส่วนผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปี ขึ้นไป พบว่า ร้อยละ 92.2 สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่กับผู้อื่น

“ขณะนี้สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศดีขึ้น ส่งผลให้มีการดำเนินชีวิตภายใต้มาตรการที่ผ่อนคลายมากขึ้น แต่เพื่อความไม่ประมาทและป้องกันตนเองจากความเสี่ยง ประชาชนยังคงพึงปฏิบัติพฤติกรรมสุขอนามัยที่ดี ด้วยการสวมหน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธีเมื่อมีอาการป่วย รวมถึงเมื่อใกล้ชิดผู้ป่วย ผู้เสี่ยงสูง กลุ่ม 608 และผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือเมื่อร่วมกิจกรรมกับผู้อื่นที่ไม่สามารถเว้นระยะห่างได้ หมั่นล้างมือเป็นประจำเมื่อสัมผัสสิ่งของ หลีกเลี่ยงไปในสถานที่ที่แออัด พร้อมทั้งควรตรวจ ATK ทันที เมื่อมีอาการน่าสงสัย หรือตรวจหลังสัมผัสผู้ป่วยหรือผู้เสี่ยงสูง 3-5 วัน เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว