แจกจริง! สปสช.บริการผ้าอ้อมผู้ใหญ่ฟรี ติดเตียง-อั้นไม่อยู่ ลงทะเบียนรับสิทธิได้ 3 ชิ้น/วัน
วันนี้ (24 สิงหาคม 2565) นพ.อภิชาติ รอดสม รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า ความต้องการผ้าอ้อมผู้ใหญ่ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) มีมาหลายปีแล้ว ที่ผ่านมา มีความพยายามจัดทำข้อเสนอให้ผ้าอ้อมผู้ใหญ่เป็นสิทธิประโยชน์ในระบบบัตรทอง จนในที่สุดก็เกิดขึ้นจริงในปีนี้ โดยบอร์ด สปสช. มีมติเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2565 อนุมัติให้ผ้าอ้อมผู้ใหญ่เป็นสิทธิประโยชน์ และดำเนินการได้ทันทีไม่ต้องรอปีงบประมาณ 2566 โดยให้ใช้งบจากกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น (กปท.) ในการจัดซื้อ
นพ.อภิชาติ กล่าวว่า สิทธิประโยชน์ผ้าอ้อมผู้ใหญ่นี้ จะแจกให้แก่คนไทยที่มีเลขประจำตัว 13 หลัก ครอบคลุมทุกสิทธิทั้งบัตรทอง ประกันสังคม สวัสดิการข้าราชการ และสิทธิอื่นๆ โดยผู้มีคุณสมบัติขอรับสิทธิประโยชน์ผ้าอ้อมผู้ใหญ่มี 2 กลุ่ม คือ 1.ผู้ป่วยติดเตียง โดยใช้เกณฑ์คะแนนความสามารถในการประกอบกิจวัตรประจำวัน ( ADL) ไม่เกิน 6 คะแนน และ 2.ผู้มีปัญหากลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ ตามการประเมินโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือแพทย์ออกใบรับรองแพทย์ให้ ทั้ง 2 กลุ่มนี้ไม่จำกัดอายุ แม้ว่าจะมีอายุไม่มาก แต่ถ้ามีปัญหากลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ หรือมีคะแนน ADL ต่ำกว่า 6 ก็จะได้รับสิทธิเช่นกัน
รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า ในส่วนขั้นตอนการดำเนินงานนั้น จะมีหน่วยงาน 3 หน่วยที่สามารถเสนอโครงการขอรับงบประมาณได้ คือ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หรือเทศบาล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ทั้ง 3 หน่วยงานนี้ มีหน้าที่เสนอโครงการขอรับงบประมาณมายังกองทุน กปท. ในพื้นที่นั้นๆ เมื่อคณะกรรมการ กปท. อนุมัติแล้วก็จะสั่งจ่ายเงินเพื่อนำไปจัดซื้อผ้าอ้อมผู้ใหญ่แล้วแจกจ่ายให้แก่กลุ่มเป้าหมายทั้ง 2 กลุ่มนี้ต่อไป ทั้งนี้จำกัดจำนวน ไม่เกิน 3 ชิ้นต่อคนต่อวัน
“ตอนนี้ทั้ง สปสช. ทั้ง 13 เขตพื้นที่ เปิดให้ยื่นเสนอโครงการได้แล้ว และปัจจุบันก็เริ่มมีบางพื้นที่ที่เริ่มแจกผ้าอ้อมแก่กลุ่มเป้าหมายแล้วประมาณเกือบ 1,000 ราย และจะเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ ตามจำนวนผู้ใช้สิทธิในพื้นที่ ยืนยันว่าการแจกผ้าอ้อมผู้ใหญ่สามารถดำเนินการได้จริง แต่มีหลายคนที่ไปสอบถาม รพ.สต. หรือ อบต. ใกล้บ้านแล้วได้รับคำตอบว่ายังไม่ทราบรายละเอียด เรื่องนี้ต้องบอกว่า ที่ผ่านมา สปสช.ได้ประชาสัมพันธ์และจัดประชุมชี้แจงหลายครั้ง แต่ในบางพื้นที่อาจยังไม่ทราบข้อมูล จึงขอให้ช่วยกันประชาสัมพันธ์ต่อไป และท่านใดที่ไปสอบถามรายละเอียดแล้ว รพ.สต. หรือ อบต./เทศบาล ยังไม่ทราบรายละเอียด ท่านสามารถโทรมาที่สายด่วน สปสช. 1330 ได้ แล้วทางเจ้าหน้าที่จะได้ช่วยติดต่อประสานงานไปยังหน่วยงานในพื้นที่ของท่านต่อไป” นพ.อภิชาติ กล่าว
นพ.อภิชาติ กล่าวอีกว่า ในส่วนของผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้มีปัญหากลั้นปัสสาวะอุจจาระไม่ได้ มีขั้นตอนการขอรับสิทธิประโยชน์ผ้าอ้อมผู้ใหญ่คือให้ติดต่อลงทะเบียนได้ 2 จุดคือ 1.ที่ รพ.สต. ใกล้บ้าน โดยใช้ที่อยู่ปัจจุบันเป็นหลัก
“เช่น บางคนมีทะเบียนบ้านอยู่ต่างจังหวัด แต่ลูกพาไปดูแลที่กรุงเทพมหานคร ก็ติดต่อรับสิทธิที่หน่วยบริการในกรุงเทพฯ ได้เลย ไม่จำเป็นต้องเป็นที่อยู่ตามประชาชน ซึ่งในส่วนของกรุงเทพฯ แจ้งได้ที่ศูนย์บริการสาธารณสุขใกล้บ้าน และ 2.อบต. หรือเทศบาล ซึ่งเมื่อติดต่อลงทะเบียนแล้ว จะมีผู้จัดการดูแล (Care manager) ทำหน้าที่รวบรวมรายชื่อเหล่านี้เข้าระบบเพื่อทำโครงการขอรับงบประมาณจากจากกองทุน กปท. ในพื้นที่นั้นๆ ต่อไป” นพ.อภิชาติ กล่าวและว่า ในส่วนของพื้นที่กรุงเทพฯ เนื่องจากมีลักษณะเป็นพื้นที่เมือง การเดินทางอาจลำบาก สปสช.ได้หารือกับสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร (กทม.) และอาจจะใช้ระบบลงทะเบียนที่ให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย คล้ายกับการแจก ATK ในช่วงที่โควิด-19 ระบาดก่อนหน้านี้ แต่อาจต้องใช้เวลาเตรียมระบบไอทีให้พร้อมอีกประมาณ 1-2 เดือน อย่างไรก็ดี ในเบื้องต้นผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้มีปัญหากลั้นปัสสาวะอุจจาระไม่ได้ สามารถไปแจ้งความประสงค์ที่ศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. ที่อยู่ใกล้บ้านได้ก่อน
นพ.อภิชาติ กล่าวว่า ในฐานข้อมูลของ สปสช. มีรายชื่อผู้ป่วยติดเตียงอยู่ในระบบประมาณ 30,000 กว่าราย และส่งรายชื่อให้ Care manager ในแต่ละพื้นที่ตรวจสอบคุณสมบัติผู้มีสิทธิแล้ว ดังนั้น บางพื้นที่อาจไม่ต้องทำอะไร เจ้าหน้าที่อาจติดต่อไปหาเองว่า จะได้รับสิทธิผ้าอ้อมผู้ใหญ่
“แต่ในบางพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ติดต่อไป และท่านเป็นกลุ่มเป้าหมายที่สามารถรับสิทธิประโยชน์นี้ได้ ก็สามารถติดต่อแจ้งรายชื่อไปที่ รพ.สต. หรือ อบต. ในพื้นที่ของท่านได้ โดยในส่วนของผู้ป่วยติดเตียงใช้บัตรประชาชนใบเดียว แต่ในส่วนของผู้ที่มีปัญหากลั้นปัสสาวะอุจจาระไม่ได้ อาจต้องใช้ใบรับรองแพทย์ หรือไปทำแบบประเมินที่ รพ.สต. เพิ่มเติมก่อน เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการขอรับสิทธิ” นพ.อภิชาติ กล่าวย้ำ

