ก.แรงงานช่วยผู้ประกอบการ ลดเงินสมทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานเหลือ 0.5%
วันนี้ (29 สิงหาคม) นายประทีป ทรงลำยอง อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน มีมติเห็นชอบเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือสถานประกอบกิจการที่อยู่ในข่ายต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ.2545 และที่แก้ไขเพิ่ม กำหนดให้ต้องพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อพัฒนาทักษะฝีมือให้แก่พนักงานของตนเองไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของพนักงานทั้งหมดนั้น ด้วยรอบปี 2565 สถานประกอบกิจการหลายแห่งยังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 บางแห่งเริ่มดีขึ้น แต่ยังไม่สามารถจัดอบรมให้แก่พนักงานได้เต็มที่ เนื่องจากต้องเร่งการผลิตและปรับปรุงกระบวนการทำงาน ดังนั้น เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนดังกล่าว คณะกรรมการจึงกำหนดมาตรการให้ความช่วยเหลือ ได้แก่ ปรับลดสัดส่วนการพัฒนาพนักงานจากไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 เหลือเพียงไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของพนักงานทั้งหมด พร้อมกับการปรับลดอัตราการส่งเงินสมทบเข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ประจำปี 2565 จากร้อยละ 1 เหลือเพียงร้อยละ 0.5
นายประทีปกล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ คณะกรรมการส่งเสริมฯยังเห็นชอบจำนวนผู้เข้าอบรมผ่านการฝึกอบรมออนไลน์ จากเดิมที่กำหนดให้ 1 ห้อง ต้องมีผู้เข้าอบรมไม่เกิน 30 คน ปรับเพิ่มให้เป็นไม่เกิน 50 คน ซึ่งยังสามารถควบคุมคุณภาพในการฝึกอบรมได้ แต่ทั้งนี้ ต้องรอประกาศอีกครั้งจึงจะมีผลบังคับใช้ อย่างไรก็ตาม มาตรการที่กำหนดขึ้นเป็นเพียงการบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประกอบกิจการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และอยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ แต่สำหรับผู้ประกอบกิจการที่สามารถดำเนินการได้ตามที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานฯ เช่น จัดฝึกอบรมเพื่อพัฒนาพนักงานได้เกินกว่าร้อยละ 70 ในส่วนที่เกินกว่าร้อยละ 70 มีสิทธิได้รับเงินอุดหนุนให้รายละ 200 บาท และมีเงินอุดหนุนให้อีกหลายกรณี อาทิ การจัดทำมาตรฐานฝีมือสำหรับผู้ประกอบอาชีพสำหรับใช้เฉพาะในสถานประกอบกิจการของตนเอง การส่งเสริมและสนับสนุนจัดส่งพนักงานเข้ารับการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน ซึ่งสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กองส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน หมายเลข 02-2643-6039
“การรับรองหลักสูตรภายใต้ พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานฯ เริ่มคลายล็อกหลายกรณีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการรับรองการจัดฝึกในรูปแบบออนไลน์ก็สามารถทำได้แล้ว นอกจากนี้ ยังยื่นเอกสารต่างๆ ผ่านระบบ PRB e-Service โดยไม่ต้องเดินทางอีกด้วย ซึ่ง กพร.พยายามพัฒนาและปรับปรุงระบบเพื่อให้บริการสถานประกอบกิจการและแรงงานอย่างเต็มที่” นายประทีปกล่าว

