แพทย์แนะ วิธีรับมือกับลมชัก เผยอาการกระตุก อาจไม่ใช่ภาวะของโรค
วันนี้ (30 สิงหาคม 2565) นพ.ชาคริต สุทธิเสวันต์ อายุรแพทย์ระบบประสาทเฉพาะทางโรคลมชัก โรงพยาบาล (รพ.) พญาไท 1 กล่าว ถึงคนเป็นโรคลมชักที่ยังเข้าใจกันผิดๆ ว่า อาการของโรคลมชักที่คนทั่วๆ ไปเข้าใจ มักจะหมายถึง เฉพาะอาการชัก เกร็ง กระตุกทั่วตัว หมดสติ แต่ในความเป็นจริงนั้น อาการของโรคลมชักมีความหลากหลายมาก เนื่องจากโรคลมชักเกิดจากความผิดปกติของสมอง ทำให้สามารถมีอาการได้หลายอย่าง ขึ้นอยู่กับว่าบริเวณสมองที่มีความผิดปกตินั้น อยู่ในบริเวณส่วนไหนของสมอง
นพ.ชาคริต กล่าวว่า อาการของโรคลมชักที่คนทั่วไปมักไม่รู้จัก เช่น เหม่อนิ่ง เคี้ยวปาก ส่งเสียงร้อง มือขยำไปมา มือหยิบจับสิ่งของ เป็นอาการที่เกิดจากความผิดปกติของสมองส่วนขมับ (Temporal lobe) โดยอาการเหล่านี้ ไม่มีอาการเกร็งกระตุกที่รุนแรง จึงทำให้คนส่วนใหญ่คิดว่าอาการเหล่านี้ไม่ใช่อาการของโรคลมชัก นอกจากนั้น คนทั่วไปมักคิดว่า ขณะที่มีอาการชักจะต้องหมดสติทุกครั้ง ซึ่งในความเป็นจริงอาการชักส่วนใหญ่มักจะมีอาการหมดสติ แต่โรคลมชักบางชนิดขณะมีอาการชักยังสามารถมีสติอยู่ และสามารถพูดถามตอบโต้ได้ตามปกติ เนื่องจากบางครั้ง อาการชักเกิดจากจุดเล็กๆ ในสมองเพียงจุดเดียว ทำให้ผู้ป่วยยังไม่หมดสติ
“ยกตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยรายหนึ่ง มีอาการมือด้านขวาอยู่ดีๆก็กำมือแน่นขึ้นมาเอง ไม่สามารถควบคุมมือให้แบได้ ขณะที่มือกำนั้นผู้ป่วยสามารถพูดคุยหรือทำอย่างอื่นได้ตามปกติ มีอาการครั้งละ1 นาที หลังจากนั้นอาการก็หาย สามารถขยับได้ตามปกติ โดยมีอาการเช่นนี้ซ้ำๆ เป็นอยู่ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ เมื่อผู้ป่วยให้ประวัติเหล่านี้ แพทย์ก็คิดว่า อาการเข้าได้กับอาการชัก จึงทำการตรวจด้วย MRI หรือ เอ็กซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่สมอง และตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (Electroencephalography หรือ EEG) พบว่า ผู้ป่วยมีคลื่นชักจากการตรวจด้วยเครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง และพบก้อนเนื้องอกที่สมองของผู้ป่วยจากการตรวจเอ็กซเรย์คลื่นแม่
เหล็กไฟฟ้า ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการชักของผู้ป่วยอีกด้วย” นพ.ชาคริต กล่าว
ทั้งนี้ นพ.ชาคริต กล่าวว่า หลังจากผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยการกินยากันชักและผ่าตัดเนื้องอกที่สมอง ผู้ป่วยก็หายเป็นปกติ ไม่มีอาการกำมือเองที่ผิดปกติอีกเลย
“ในเมื่ออาการชักมีอาการได้หลากหลายมาก คนทั่วๆไปน่าจะไม่สามารถจดจำอาการทั้งหมดได้ แล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่า อาการแบบไหนคืออาการชักหรือไม่ใช่ จึงอยากจะแนะนำวิธีการจำและเข้าใจง่ายๆ ว่าอาการชักมักมีลักษณะเด่น 3 อย่าง คือ 1.อาการชักมักเป็นการเคลื่อนไหวร่างกายที่ผิดปกติและไม่สามารถผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมอาการนั้นให้หยุดได้เอง เช่น อาการมือ แขน ขา เกร็งหรือกระตุก หน้าเบี้ยว คอบิดเกร็ง มือหยิบจับ หรือ ส่งเสียงแปลกๆ เป็นต้น 2.อาการชักจะมีแบบแผนคล้ายเดิมเสมอ (stereotype) เช่น ถ้ามีอาการมือด้านขวาเกร็ง ก็จะมีอาการที่มือขวาเกร็งเหมือนๆเดิม โดยจะไม่เปลี่ยนข้างไปเป็นข้างซ้าย หรือ เปลี่ยนไปที่เท้า 3.ระยะเวลาในการชัก มักจะเป็นระยะเวลาสั้นๆ ประมาณตั้งแต่ 10 วินาที ถึง 3 นาที แล้วสามารถหายได้เอง ดังนั้น ถ้าใครมีอาการเคลื่อนไหวผิดปกติที่ไม่สามารถควบคุมได้ มีลักษณะคล้ายๆเดิมทุกครั้ง และมีอาการสั้นๆ ควรสงสัยว่าเป็นอาการชักเสมอ ไม่ใช่อาการของผีเข้า ควรรีบพบแพทย์ เพื่อหาสาเหตุของอาการชักและทำการรักษาอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้อาการของโรคลมชักรุนแรงมากขึ้น และป้องกันอุบัติเหตุที่สามารถเกิดขึ้นจากอาการชัก” นพ.ชาคริต กล่าว

