รมว.สุชาติ ส่งโฆษก ลงพื้นที่ จ.สงขลา เยี่ยมกลุ่มรับงานไปทำที่บ้าน
วันนี้ (1 กันยายน 2565) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2565 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้ นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) ลงพื้นที่ จ.สงขลา ตรวจเยี่ยมพบปะให้กำลังใจกลุ่มรับงานไปทำที่บ้าน “จักสานเชือกมัดฟางบ้านพรุ” โดยมี นายศักดิ์รวี ชีวะเสรีชล รองนายกเทศมนตรีเมืองบ้านพรุ พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน และสมาชิกกลุ่มรับงานไปทำที่บ้านร่วมให้การต้อนรับ ณ กลุ่มรับงานไปทำที่บ้าน “จักสานเชือกมัดฟางบ้านพรุ” ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 29/1 ถนนชุมแสง 4 ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
นางเธียรรัตน์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่เยี่ยมพบปะให้กำลังใจแก่สมาชิกกลุ่มรับงานไปทำที่บ้าน “จักสานเชือกมัดฟางบ้านพรุ” ครั้งนี้ พบว่า ซึ่งกลุ่มนี้ได้รับการส่งเสริมการมีงานทำ การประกอบอาชีพโดยสำนักงานจัดหางานจังหวัดสงขลา เพื่อให้มีทักษะฝีมือเพิ่มขึ้น มีการส่งเสริมการรวมกลุ่ม และสมัครเป็นสมาชิกกลุ่มรับงานไปทำที่บ้าน จากเดิมที่กลุ่มมีสมาชิกเพียง 8 คน ขณะนี้เพิ่มขึ้นเป็น 30 กว่าคน ซึ่งในส่วนของกระทรวงแรงงาน ยังมีสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดเข้ามาให้ความรู้เรื่องกฎหมายคุ้มครองแรงงาน สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานจะเข้ามาช่วยส่งเสริมพัฒนาทักษะฝีมือให้สมาชิกของกลุ่มมีทักษะฝีมือเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ปัจจุบันกลุ่มรับงานไปทำที่บ้าน “จักสานเชือกมัดฟางบ้านพรุ”อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มี นางสมพงษ์ ผู้วิเศษ เป็นหัวหน้ากลุ่ม มีผลิตภัณฑ์หลายอย่าง ได้แก่ กระเป๋าสะพาย กระเป๋าถือ ตะกร้าใส่โครงเหล็ก ตะกร้าไม่มีโครงเหล็ก กระเป๋ารังไหม โคมไฟรังไหม ตาข่ายใส่ขวดน้ำ เป็นต้น สมาชิกกลุ่มฯ มีรายได้ต่อเดือนประมาณ 4,000 – 5,000 บาท
นางเธียรรัตน์ กล่าวว่า สมาชิกกลุ่มรับงานไปทำที่บ้าน “จักสานเชือกมัดฟางบ้านพรุ”ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ซึ่งกระทรวงแรงงาน จะให้สำนักงานประกันสังคมจังหวัด เข้ามาดูแลในเรื่องการรับสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 เพื่อให้มีหลักประกันทางสังคมและเข้าถึงสิทธิประโยชน์เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี และ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่ากระทรวงแรงงาน ที่ได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการประกอบอาชีพกลุ่มแรงงานนอกระบบให้เกิดการจ้างงานในระดับพื้นที่ เนื่องจากแรงงานนอกระบบเป็นแรงงานกลุ่มใหญ่ที่สุดของประเทศและเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้สามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้ ซึ่งขณะนี้ กระทรวงแรงงานได้เร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและคุ้มครองแรงงานนอกระบบ เพื่อให้แรงงานนอกระบบ ได้รับการคุ้มครองและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยพระราชบัญญัติดังกล่าว ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2564 และอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานนอกระบบให้ได้รับการดูแลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

