ครม.เคาะเปลี่ยนสัญญาวัคซีนโควิดไฟเซอร์ 3 ล้านโดสสุดท้ายของปี ให้เด็กเล็ก ปักเข็มตุลานี้

6.09.22 | 14:24 น.

ครม.เคาะเปลี่ยนสัญญาวัคซีนโควิดไฟเซอร์ 3 ล้านโดสสุดท้ายของปี ให้เด็กเล็ก ปักเข็มตุลานี้

วันนี้ (6 กันยายน 2565) ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 สำหรับเด็กเล็ก อายุ 6 เดือน – 5 ปี ว่า วันนี้ (6 กันยายน 2565) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้นำเสนอเรื่องการจัดหาวัคซีนโควิด-19 สำหรับเด็กอายุ 6 เดือน ถึง 5 ปี เข้าหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้ความเห็นชอบ ซึ่งวัคซีนนี้เป็นของบริษัท ไฟเซอร์ ที่จะส่งมอบให้ประเทศไทยในไตรมาส 4 หรือเดือนตุลาคมเป็นต้นไป


“ซึ่งเป็นการเปลี่ยนสัญญาการสั่งซื้อในกรอบวงเงินเดิมที่เราได้ซื้อวัคซีนป้องกันโควิด-19 กับไฟเซอร์ ในปี 2565 รวม 30 ล้านโดส โดยวัคซีนไฟเซอร์เด็ก ก็จะเป็น 3 ล้านโดสสุดท้าย อย่างไรก็ตาม เราได้พูดคุยกับผู้ผลิตว่า หากมีความต้องการมากขึ้น ก็พร้อมจะจัดซื้อเพิ่มเติมได้ ทั้งนี้ การฉีดวัคซีนเด็กเล็ก โดยทั่วไปหากวัคซีนมาถึง ก็จะใช้เวลาเตรียมการราว 1 สัปดาห์ สามารถให้บริการได้ โดยจะมีการชี้แจง อบรมบุคลากรแพทย์ก่อนดำเนินการด้วย” นพ.โสภณกล่าว

รองอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า วัคซีนล็อตนี้ กลุ่มเป้าหมายคือ เด็ก 6 เดือน ถึง 5 ปี มีประมาณ 3 ล้านคน ซึ่งการสั่งวัคซีน 3 ล้านโดส เบื้องต้นก็จะฉีดได้ 1 ล้านคน เพราะฉีดคนละ 3 เข็ม เข็มละ 3 ไมโครกรัม การฉีดเข็มที่ 2 ห่างจากเข็มที่ 1 ประมาณ 3 สัปดาห์ ฉีดเข็มที่ 3 ห่างจากเข็มที่ 2 ประมาณ 8 สัปดาห์ ทั้งนี้ สามารถยืดหยุ่นเรื่องเวลาได้กรณีที่เด็กไม่สบาย อย่างไรก็ตาม หากมีผู้ปกครองมีความต้องการฉีดมาก เราก็จะทำการสั่งซื้อเพิ่มเติม ขณะที่ การให้วัคซีนโควิด-19 สามารถฉีดได้ที่คลินิก “เด็กดี” ที่ผู้ปกครองนำเด็กไปรับวัคซีนตามปกติอยู่แล้ว ส่วนเรื่องของผลข้างเคียงก็จะน้อยมาก ขณะนี้ มีการใช้อยู่ใน 7 ประเทศ อาการที่พบได้ เช่น ปวดบริเวณที่ฉีด บวมแดง แต่ยังคงต้องติดตามข้อมูลต่อเนื่อง

“สำหรับการตัดสินใจของผู้ปกครองนั้น เราต้องให้เขาตัดสินใจทั้งผลดีที่รับจากการฉีดวัคซีนและโอกาสที่จะเกิดผลข้างเคียง เนื่องจากวัคซีนนี้เริ่มฉีดมาไม่กี่เดือน ข้อมูลเบื้องต้นพบว่า มีความปลอดภัย ผลข้างเคียงที่พบไม่มากกว่าเด็กโต แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ด้วย เพราะมีการติดเชื้อในเด็กจำนวนมาก แต่ไม่ใช่กับทุกพื้นที่ ซึ่งการฉีดวัคซีนก็จะเป็นประโยชน์ต่อเด็กที่ยังไม่ติดเชื้อด้วย สำหรับเด็กเล็กที่ติดเชื้อแล้ว มีข้อมูลชัดเจน แพทย์จะพิจารณาทิ้งระยะห่างก่อนเพื่อให้เกิดประโยชน์มากขึ้น แต่ทั้งนี้การติดเชื้อโควิด-19 แม้ผู้ใหญ่เอง ภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นเมื่อถึงจุดหนึ่งก็จะตกลง ดังนั้น การฉีดวัคซีนก็เป็นการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน” นพ.โสภณกล่าว

อย่างไรก็ตาม นพ.โสภณกล่าวถึงข้อระวังในการฉีดวัคซีนเด็กเล็ก ว่า การฉีดวัคซีนโควิด-19 ในเด็กเล็กเป็นวัคซีนที่เคยใช้ในเด็กโตมาก่อน ดังนั้น ก็จะใช้เงื่อนไขเดียวกันคือ เด็กทั่วไปก็ไม่มีข้อห้ามประการใด หากแพทย์พิจารณาว่าเหมาะสม ก็สามารถฉีดได้

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ปกครองยังกลัวเรื่องการฉีดวัคซีนชนิดใหม่ในเด็กเล็ก จะกระทบต่อการเจริญเติบโตของเด็ก นพ.โสภณกล่าวว่า หากเราดูการใช้วัคซีนนี้ในต่างประเทศมาก่อน แม้เป็นเวลาไม่นานมาก แต่ก็ไม่มีผลกระทบอะไร รวมถึงที่เราให้วัคซีนในเด็กโต คือ 5 ปีขึ้นไป ก็ยังไม่มีความผิดปกติอะไรในเรื่องการเจริญเติบโต