ไฟเขียวออก กม.ลูก 4 ฉบับ ประกาศ สธ. 3 ฉบับ คุ้มครองสุขภาพแรงงาน

12.09.22 | 14:04 น.
ไฟเขียวออก กม.ลูก 4 ฉบับ ประกาศ สธ. 3 ฉบับ คุ้มครองสุขภาพแรงงาน

วันที่ 12 กันยายน 2565 ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงผลการประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 4/2565 ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพฯ ที่มี นพ.โสภณ เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน มีมติเห็นชอบอนุบัญญัติภายใต้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2562 ใน 4 เรื่อง คือ 1.การตรวจสุขภาพของแรงงานนอกระบบ (ม.27) 2.การให้เจ้าของ หรือ ผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษแจ้งข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับเฝ้าระวัง การป้องกัน หรือการควบคุม โรคจากสิ่งแวดล้อมแก่ประชาชนที่ได้รับหรืออาจได้รับมลพิษ (ม.7(3) 3.การกำหนด ประเภท ขนาด และลักษณะของแหล่งกำเนิดมลพิษ และประเภทหรือกลุ่มของประชาชนที่ได้รับหรืออาจได้รับมลพิษ (ม.28) และ 4.การแจ้งและการรายงานข้อมูลการตรวจสุขภาพของลูกจ้าง แรงงานนอกระบบ หรือการเฝ้าระวังสุขภาพของประชาชนที่ได้รับหรืออาจได้รับมลพิษ (ม.29) ซึ่งจะทำให้แรงงานนอกระบบได้รับการคุ้มครองดีขึ้น

นพ.โอภาสกล่าวว่า นอกจากนี้ ยังเห็นชอบการปรับแก้ไขร่างกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับหน่วยบริการสุขภาพจากการรับฟังความคิดเห็นของเครือข่ายผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 3 ฉบับ ได้แก่ 1.การกำหนดมาตรฐานการให้บริการของหน่วยบริการอาชีวเวชกรรม ม.24 (1) 2.การกำหนดมาตรฐานการให้บริการของหน่วยบริการเวชกรรมสิ่งแวดล้อม ม.24 (2) และ 3.การขึ้นทะเบียนของหน่วยบริการฯ ม.25 วรรค 3

“กฎหมายนี้มี 2 เรื่อง คือ คนที่ทำงานกับตัวก่อโรค อาทิ ตะกั่ว แร่ใยหิน ฯลฯ กับอีกประเภทคือ โรคจากสิ่งแวดล้อม เช่น ควันพิษ ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เป็นต้น ซึ่งเมื่อมีการกำหนดชื่อโรคแล้ว จะได้ทำให้เกิดการเฝ้าระวังเทียบได้กับ พ.ร.บ.โรคติดต่อ ทั้งนี้ พอประกาศโรคแล้วจะกำหนดว่าใครจะต้องแจ้งข้อมูลอะไรที่สำคัญ แต่ที่สำคัญคือ พ.ร.บ.โรคติดต่อ เมื่อเกิดโรคแล้วค่อยแจ้ง แต่อันนี้จะต้องแจ้งตั้งแต่ยังไม่เกิดโรค ว่ามีมลพิษตรงไหนบ้าง จะได้มีการเฝ้าระวังต่างๆ ให้ครบถ้วน ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบแล้วจะเสนอให้รัฐมนตรีว่าการ สธ.พิจารณาเห็นชอบต่อไป” นพ.โอภาสกล่าว และว่า ปัจจุบันโรคจากการประกอบอาชีพ และโรคจากสิ่งแวดล้อม ในภาพรวมมีแนวโน้มลดลง

ผู้สื่อข่าวถามว่า นอกจากแจ้งสถานที่เสี่ยงแล้ว ยังกำหนดเรื่องมาตรการต้องดูแลแรงงานไว้ด้วยหรือไม่ นพ.โอภาสกล่าวว่า มาตรการดูแลแรงงานมีการออกประกาศไปแล้ว แต่ในภาพรวมของกฎหมาย จะมีการกำหนดหน่วยบริการที่จะต้องดูแลสุขภาพของผู้ทำงาน ที่จะต้องมีการขึ้นทะเบียน มีมาตรฐาน ซึ่งตรงนี้พิจารณาผ่านไปแล้ว รอการประกาศและบังคับใช้ต่อไป

Advertisement

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมได้มีการรายงานสถานการณ์โรคจากการประกอบอาชีพ และสิ่งแวดล้อม พบว่า

1.ผู้ป่วยโรคจากสารกำจัดศัตรูพืช ปี 2560 คิดเป็น 22.72 ต่อแสนประชากร ปี 2561 อยู่ที่ 14.15 ต่อแสนประชากร ปี 2562 อยู่ที่ 13.06 ปี 2563 อยู่ที่ 13.75 ต่อแสนประชากร และปี 2564 อยู่ที่ 11.08 ต่อแสนประชากร

2.โรคจากฝุ่นซิลิกา ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ พบว่าปี 2560 มีผู้ป่วย 114 ราย ปี 2561 ป่วย 268 ราย ปี 2562 ป่วย 107 ราย ปี 2563 ป่วย 111 ราย และ ปี 2564 ป่วย 89 ราย

3.โรคจากแอสเบสตอส (แร่ใยหิน) หรือโรคมะเร็งจากแอสเบสตอส พบว่า ปี 2560 ป่วย 68 ราย ปี 2561 ป่วย 58 ราย ปี 2562 ป่วย 59 ราย ปี 2563 ป่วย 52 ราย และ ปี 2564 ป่วย 50 ราย

4.โรคจากตะกั่วหรือสารประกอบของตะกั่ว พบว่า ปี 2560 ป่วย 1 ราย ปี 2561 ป่วย 39 ราย ปี 2562 ป่วย 46 ราย ปี 2563 ป่วย 19 ราย และ ปี 2564 ป่วย 18 ราย

5.โรคจากภาวะอับอากาศ รายงานปี 2560-2564 เกิดเหตุ 31 เหตุการณ์ ผู้ประสบเหตุ 95 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิต 68 ราย คิดเป็นอัตราการเสียชีวิตร้อยละ 71.6 พบเกิดมากสุดคือ บ่อน้ำ บ่อบาดาล 15 เหตุการณ์ บ่อบำบัด บ่อเกรอะ 6 เหตุการณ์ เรือสำราญ 4 เหตุการณ์ โรงเพาะเห็ด 2 เหตุการณ์ ถังพัก ถังเก็บ บ่อพัก 2 เหตุการณ์ บ่อมูลสัตว์/หมักก๊าซ 1 เหตุการณ์ และไซโล 1 เหตุการณ์