สธ.ยันเฝ้าระวังโควิดทุกสายพันธุ์ต่อเนื่อง ย้ำ! มาตรการ 2U ป้องกันติดเชื้อและลดป่วยรุนแรง
เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2565 นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีข้อกังวลเรื่องเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน มีการกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ย่อยจำนวนมากว่า ตามปกติเชื้อไวรัสจะมีการกลายพันธุ์ตลอดเวลา ซึ่งที่ผ่านมาเชื้อไวรัสโควิด-19 ก็มีการกลายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นสายพันธุ์ใหม่ เช่น แอลฟา เบต้า เดลต้า และล่าสุด คือ โอมิครอน ที่มีการกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ย่อยๆ จำนวนมาก
“ส่วนสายพันธุ์ลูกผสม จะมีโอกาสพบได้หากในพื้นที่มีการติดเชื้อ 2 สายพันธุ์ ในจำนวนมากๆ แต่ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ใด ประเทศไทยมีเครือข่ายห้องปฏิบัติการในการติดตามเฝ้าระวังสายพันธุ์เชื้อไวรัสโควิด-19 ทุกสายพันธุ์อยู่แล้ว” นพ.โอภาสกล่าว
อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า ประชาชนยังสามารถใช้มาตรการ 2U ในการดูแลตนเองให้ปลอดภัยจากเชื้อโควิด-19 ได้ทุกสายพันธุ์
“เนื่องจากรูปแบบการติดเชื้อของทุกสายพันธุ์ไม่ได้แตกต่างกัน คือ Universal Prevention การป้องกันตนเองอย่างเข้มงวด ทั้งการเว้นระยะห่าง ล้างมือ สวมหน้ากาก หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด และ Universal Vaccination การมารับวัคซีนตามกำหนด ซึ่งขณะนี้ประชาชนฉีดวัคซีนจำนวนมากแล้ว แม้เชื้อไวรัสจะมีการกลายพันธุ์แต่ภูมิคุ้มกันที่มีจะช่วยป้องกันไม่ให้อาการรุนแรงและเสียชีวิตได้ จึงควรมารับวัคซีนเข็มกระตุ้น (บูสเตอร์ โดส) ตามกำหนดเพื่อช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้มากขึ้น” นพ.โอภาสกล่าว
นพ.โอภาสกล่าวว่า สำหรับการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ขอย้ำว่า ผู้ติดเชื้อไม่จำเป็นต้องได้รับยาต้านไวรัสทุกราย โดยแพทย์จะวินิจฉัยจ่ายยาต้านไวรัสตามแนวทางเวชปฏิบัติของกรมการแพทย์ และรัฐบาลยังดูแลค่าใช้จ่ายเมื่อไปรักษาตามสิทธิการรักษา ส่วนการเปิดให้ประชาชนสามารถซื้อยาต้านไวรัสโควิดที่ร้านยาได้ เป็นการเพิ่มทางเลือกให้แก่ประชาชน โดยต้องใช้ใบสั่งยาของแพทย์เนื่องจากยังเป็นยาที่อนุมัติให้ใช้ในภาวะฉุกเฉิน เพื่อให้การรักษาเกิดความปลอดภัย ซึ่งในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น หรือประเทศแถบยุโรป การซื้อยาฆ่าเชื้อต้องมีใบสั่งยาของแพทย์เช่นกัน

