สธ.เผยข้อมูลใหม่ LAAB รักษาโควิดกลุ่มเสี่ยงได้ผล 88% อียูจ่ออนุมัติใช้ คาดผู้ผลิตขอในไทยต่อ
วันนี้ (20 กันยายน 2565) นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการใช้แอนติบอดีออกฤทธิ์ยาว (Long Acting Antibody หรือ LAAB) ป้องกันการติดเชื้อและรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในกลุ่มเปราะบาง ซึ่งล่าสุดการใช้ในประเทศไทยพบว่า สามารถรักษาผู้ป่วยอายุ 105 ปี ให้หายจากการติดเชื้อได้ ว่าในต่างประเทศมีการใช้และขึ้นทะเบียน LAAB เพื่อการป้องกันโรคมาก่อนประเทศไทย แต่เมื่อใช้ไปก็มีการศึกษาวิจัยในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น โดยใช้ฉีดในกลุ่มผู้ที่ติดเชื้อแต่มีอาการน้อย พบว่า กลุ่มศึกษา 900 กว่าคน ได้ผลดี โดยการให้ยาภายใน 7 วันหลังติดเชื้อแล้วมีอาการป่วย สามารถลดความรุนแรงและเสียชีวิตได้ร้อยละ 50
“ถ้าให้เร็วขึ้นอีกภายใน 5 วัน ลดได้ร้อยละ 67 และถ้าให้ภายใน 3 วัน ลดได้ร้อยละ 88 ผลการศึกษานี้ทำให้ประเทศญี่ปุ่นขึ้นทะเบียนเพื่อใช้ฉีดในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงที่จะอาการหนัก เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ที่ภูมิคุ้มกันบกพร่อง และผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง ที่เพิ่งได้รับเชื้อไปเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2565 ขณะเดียวกัน คณะกรรมการการใช้ยาในมนุษย์ของยุโรป ภายใต้หน่วยงาน The European Medicines Agency (EMA) ออกคำแนะนำเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2565 ให้ใช้ LAAB เพื่อรักษาผู้ป่วยที่เริ่มมีอาการและมีความเสี่ยงที่อาการจะรุนแรงขึ้น ทั้งนี้ ในเร็วๆ นี้ในสหภาพยุโรป (European Union-EU) จะมีการอนุมัติขึ้นทะเบียนให้ใช้ LAAB เพื่อฉีดในกลุ่มเสี่ยงที่จะอาการหนัก ซึ่งจะมีผลกับหลายๆ ประเทศในกลุ่มอียู แต่สหรัฐยังอยู่ในระหว่างพิจารณา โดยคาดว่าบริษัทผู้ผลิตก็จะนำข้อมูลการขึ้นทะเบียนจากอียูมายื่นในประเทศไทยด้วย” นพ.โสภณกล่าว และว่า เป็นเรื่องใหม่ที่คนไม่ค่อยรู้ อีกทั้งโควิด-19 เป็นโรคปราบเซียน มีสายพันธุ์ใหม่ๆ เรื่อยๆ เช่นเดียวกับยา กับ LAAB ดังนั้น คนที่ติดตามข้อมูลตลอดเวลาก็จะมีข้อมูลทันสมัยกว่าคนที่ไม่ติดตาม
ผู้สื่อข่าวถามถึงความกังวลว่า การใช้ LAAB เพื่อรักษาโควิด-19 จะทำให้ประชาชนทุกคนที่ติดเชื้อต้องการเข้าถึงยาดังกล่าว นพ.โสภณกล่าวว่า สำหรับการขึ้นทะเบียนใช้ LAAB ในประเทศไทย ผู้ผลิตก็จะนำข้อบ่งชี้ในการใช้ยามาขึ้นทะเบียนด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเหมือนกับที่ขึ้นทะเบียนใช้ในต่างประเทศ พร้อมกันนี้ประเทศไทยก็มีคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาการใช้ยาเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
“อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทุกคนจะได้รับ LAAB เพราะการใช้ยาทุกชนิดก็จะขึ้นอยู่กับความเห็นของแพทย์ที่รักษาด้วย โดยเฉพาะผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปี ที่เดิมก็มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตอยู่แล้ว อย่างกรณีที่เป็นคนไทยอายุ 105 ปี ติดเชื้อโควิด-19 และไม่ได้ฉีดวัคซีน ก็มีความเสี่ยงว่าอาการจะรุนแรง แพทย์ก็พิจารณาให้ยา LAAB แล้วอาการก็ดีขึ้น” นพ.โสภณกล่าว

