โควิดแผ่ว! สธ.เล็งยกเลิกฮอสปิเทล โฮม/คอมมูนิตี้ ไอโซเลชั่น สิ้น ก.ย.นี้
วันนี้ (23 กันยายน 2565) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ได้มีการอนุญาตเปิดสถานพยาบาลชั่วคราว ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถานพยาบาล เพื่อแบ่งเบาภาระการครองเตียงในโรงพยาบาล (รพ.) ซึ่งมีทั้งระบบการดูแลรักษาที่บ้าน (Home Isolation) / ที่ชุมชน (Community Isolation) ฮอสปิเทล (Hospitel) และ โฮเทล ไอโซเลชั่น (Hotel Isolation) ซึ่งก่อนหน้านี้จะมีการปิดสถานพยาบาลชั่วคราว แต่ทาง รพ.เอกชน ขอเปิดต่อเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ดูเหมือนเพิ่มขึ้น เพื่อแบ่งเบาภาระเตียง รพ.
“อย่างไรก็ตาม หลังจากปรับโรคโควิด-19 จากโรคติดต่ออันตราย เป็น โรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง มองว่า สถานพยาบาลชั่วคราวก็ไม่จำเป็นต้องดำเนินการต่อ เนื่องจากผู้ป่วยลดน้อยลง ผู้ป่วยรายใหม่แต่ละวันเป็นหลักร้อยถึงหลักพันและกระจายไปทั่วประเทศ ไม่ได้มีจำนวนมากเหมือนเดิม ซึ่งส่วนใหญ่ใบอนุญาตสถานพยาบาลชั่วคราวสำหรับโควิด-19 ก็จะหมดอายุลงในสิ้นเดือนกันยายนนี้ หลังจากใบอนุญาตหมดอายุ ก็คงไม่ได้มีการต่ออายุใบอนุญาตสถานพยาบาลชั่วคราวอีก ยกเว้น ถ้ายังมีคนไข้อยู่ก็ให้ดำเนินการจนหมดคนไข้ แต่หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงรุนแรงมากขึ้นกว่านี้ หากจะเปิดสถานพยาบาลชั่วคราว ก็จะต้องมาขออนุญาตและออกประกาศใหม่ ซึ่งกลไกพวกนี้หากมีความจำเป็นทางคณะกรรมการสถานพยาบาลก็จะพิจารณา” นพ.ธเรศ กล่าว
อธิบดีกรมสนบัสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า การดูแลรักษาโรคโควิด-19 เมื่อปรับสถานะเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ก็จะคล้ายโรคไข้หวัด จึงปรับมาให้ผู้ป่วยที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย เข้มมาตรการ DMHT 5 วัน โดยสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง และสามารถทำงานได้ จึงไม่มีความจำเป็นต้องทำ รพ.แยกกัก
“ส่วนเมื่อมีอาการมากขึ้น หรือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่อาจจะมีอาการรุนแรง แพทย์ก็จะพิจารณารับเป็นผู้ป่วยในตามปกติ สำหรับการใช้สิทธิยูเซ็ป โควิด พลัส (UCEP Covid Plus) นั้น ก็มีการปรับเกณฑ์ใหม่ โดยคณะกรรมการสถานพยาบาลเสนอว่า เมื่อปรับเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังแล้ว เกณฑ์ก็จะเป็นผู้ป่วยอาการสีแดง เช่น ความดันตก มีอาการเหมือนคนจะช็อก ซึ่งเป็นเกณฑ์เดียวกับภาวะติดเชื้ออื่นๆ เพราะเป็นโรคติดเชื้อหนึ่ง แต่เพิ่มหลักเกณฑ์ให้รักษาจนหายจะได้ไม่ต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ไม่ต้องวุ่นวายในการหาเตียง ซึ่งแตกต่างจากยูเซ็ป (UCEP) ปกติ ที่รักษาครบ 72 ชั่วโมงแล้ว ต้องย้ายกลับ รพ.ตามสิทธิ ซึ่งขณะนี้คนไข้สีเหลืองและสีแดงก็ลดลง” นพ.ธเรศ กล่าว

