สพฉ.ออกเกณฑ์รักษาโควิดใหม่ กลุ่ม 608 อาการโคม่า ใช้สิทธิยูเซ็ปเข้า รพ.เอกชน ได้
วันนี้ (28 กันยายน 2565) ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ร.อ.นพ.อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) แถลงชี้แจงการใช้สิทธิยูเซ็ป พลัส (UCEP Plus) หลังโรคโควิด-19 เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 ว่า คำว่า สิทธิยูเซ็ป (UCEP) เป็นนโยบายของรัฐบาลตั้งแต่ปี 2560 โครงการเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่ จากเดิมที่เจ็บป่วยฉุกเฉินแล้วเข้าโรงพยาบาล (รพ.) เอกชน ทำให้มีค่าใช้จ่าย แต่หลังจากมีการประกาศใช้ยูเซ็ป ทำให้ประชาชนไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยกองทุนต่างๆ เป็นผู้รับผิดชอบให้ ทั้งนี้ สพฉ.มีหน้าที่ประเมินเพื่อคัดแยกผู้ป่วยวิกฤต ซึ่งหากไม่เข้าเกณฑ์ก็จะมีค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม ช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กำหนดเป็นยูเซ็ปโควิด-19 (UCEP Covid-19) เพื่อดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในทุกกลุ่ม ประชาชนจะไม่เสียค่าใช้จ่าย แม้จะเป็นการดูแลจากที่บ้านหรือชุมชน (Home and Community Isolation)
“แต่หลังจากที่รัฐบาลประกาศยกเลิกยูเซ็ปโควิด-19 เมื่อเดือนมีนาคม 2565 ซึ่งมีกลไกของยูเซ็ป พลัส เข้ามาแทน ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม จนถึงปัจจุบัน เป็นการใช้ยูเซ็ปเดิมมาบวกกับผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการกลุ่มสีเหลืองและสีแดง ขณะที่ค่าใช้จ่ายไม่ครอบคลุมกลุ่มสีเขียวแล้ว โดยให้เป็นการรักษาตามสิทธิของประชาชนตามปกติ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการให้บริการยูเซ็ป พลัส ผู้ป่วยสะสม 383,258 ราย กลุ่มที่เข้าเกณฑ์ 81,304 ราย ส่วนกลุ่มไม่เข้าเกณฑ์อีก 3.1 แสนราย ต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง ซึ่งกลุ่มนี้ถ้าเข้า รพ.รัฐบาล จะไม่มีค่าใช้จ่าย” ร.อ.นพ.อัจฉริยะ กล่าว
เลขาธิการ สพฉ. กล่าวว่า จากการที่รัฐบาลประกาศให้โรคติดเชื้อโควิด-19 เป็นโรคติตต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 ทำให้เกิดกลไกปรับปรุงเกณฑ์ยูเซ็ป พลัส ใหม่ ย้ำว่า ยังอยู่ แต่เกณฑ์พิจารณาเข้าสู่การคัดแยกปรับลดลงในบางส่วน เช่น กลุ่ม 608 คือ สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ติดโควิด-19 แบบไม่มีอาการ เดิมถือเป็นกลุ่มสีเหลือง และเข้ายูเซ็ป พลัส
“แต่เกณฑ์ใหม่จะตัดกลุ่มที่ไม่มีอาการออกไป แต่กลุ่มที่มีอาการ เช่น ตรวจพบเชื้อบวกกับภาวะหัวใจหยุดเต้น ภาวะทางเดินหายใจอุดกั้น หอบเหนื่อย หรือมีภาวะทำให้ระบบทางเดินหายใจรุนแรง ภาวะช็อก ความดันโลหิตต่ำที่เกิดจากการติดเชื้อหรือเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด รวมถึงอาการที่นำไปสู่การเสียชีวิตโดยเร็ว ก็ยังเข้าเกณฑ์ยูเซ็ป พลัส อยู่” ร.อ.นพ.อัจฉริยะ กล่าวและว่า ภายในวันที่ 30 กันยายนนี้ สพฉ. จะออกประกาศเกณฑ์ที่เป็นรายละเอียดและแจ้งให้ประชาชน สถานพยาบาลรับทราบเกณฑ์เดียวกัน ทั้งนี้ ศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต เพื่อดูแล เป็นตัวกลางระหว่างผู้ป่วยกับสถานพยาบาล หากมีข้อคิดเห็นไม่ตรงกัน เราก็จะให้คำแนะนำและวินิจฉัย สามารถติดต่อที่หมายเลข 0 2872 1669
ทั้งนี้ ร.อ.นพ.อัจฉริยะ กล่าวว่า สำหรับยูเซ็ปที่ไม่ใช่การติดเชื้อโควิด-19 จะมีเรื่องของเวลามาเกี่ยวข้องคือ การเข้า รพ.เอกชน จะต้องดูแลใน 72 ชั่วโมงแรกของการรักษา แต่หากเป็นยูเซ็ป พลัส จะต่างเล็กน้อยคือ การติดเชื้อมีอาการรุนแรงแล้วเข้า รพ.เอกชนที่รับรักษาจะต้องดูแลจนกว่าจะหาย ไม่ได้จำกัดเพียง 72 ชั่วโมงแรก หรืออีกกรณีคือไป รพ.ด้วยสาเหตุอื่น แต่ไปติดเชื้อที่ รพ. ก็จะเข้าเกณฑ์ทันที ขณะเดียวกัน อัตราที่จะจ่ายให้ รพ.เอกชน กรณียูเซ็ป พลัส จะจ่ายเพิ่มขึ้นร้อยละ 25 จากยูเซ็ปปกติ

