สถาบันโรคผิวหนัง ตั้งเป้าใช้สารซีบีดี-เทอร์ปีน ในกัญชาเพื่อรักษาและพัฒนาเวชสำอาง

11.10.22 | 13:43 น.
แฟ้มภาพ

สถาบันฯผิวหนัง ตั้งเป้าใช้สารซีบีดี-เทอร์ปีน ในกัญชารักษาโรคและพัฒนาเวชสำอาง

วันนี้ (11 ตุลาคม 2565) นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า กัญชา เป็นพืชสกุล Cannabis ที่มีสารประกอบแคนนาบินอยด์ (Cannabinoids) ซึ่งมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา และมีสรรพคุณในการรักษาโรค ทั้งนี้ ระบบการทำงานของแคนนาบินอยด์ในผิวหนัง มีความเกี่ยวข้องกับรักษาสภาวะสมดุลของผิวหนัง ความแข็งแรงของผิวหนัง รวมถึงการซ่อมแซมตนเองของผิวหนัง โดยสารออกฤทธิ์ที่สำคัญในกัญชา คือ 1. Delta-9-Tetrahydrocannabinol (THC) หรือสารทีเอชซีในกัญชามีผลต่อจิตประสาท แต่ก็มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ทำให้ผ่อนคลาย นอนหลับ ลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน และกระตุ้นให้อยากอาหาร 2.Cannabidiol (CBD) หรือสารซีบีดีในกัญชามีฤทธิ์ช่วยลดการอักเสบ ลดการชักเกร็ง ช่วยให้สงบ ผ่อนคลาย และมีคุณสมบัติยังยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์เนื้องอกหลายชนิดในหลอดทดลอง 3. Terpenes (สารเทอร์ปีน) สารเทอร์ปีนในกัญชาจะให้กลิ่นและรสชาติเฉพาะของกัญชา มีคุณสมบัติช่วยในการบำบัดรักษาโรค และยังเป็นตัวเสริมฤทธิ์โดยทำงานร่วมกับสารแคนนาบินอยด์

ด้าน พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากพบสรรพคุณในการต้านการอักเสบ (anti-inflammation) ของสารประกอบในกัญชา ทำให้เริ่มมีความสนใจในการนำกัญชามารักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบของผิวหนัง เช่น โรคผิวหนังอักเสบ โรคสะเก็ดเงิน โรคภูมิแพ้ทางผิวหนัง สิว โรคมะเร็งผิวหนังบางชนิด โรคผมร่วงบางชนิด เป็นต้น มีการค้นพบว่า การทำงานของแคนนาบินอยด์ในผิวหนัง มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากในการรักษาสภาวะสมดุลของผิวหนัง ความแข็งแรงของผิวหนัง ตลอดจนการซ่อมแซมตนเองของผิวหนัง มีฤทธิ์ช่วยปรับสมดุลระบบภูมิคุ้มกัน (immunomodulatory effects) ตลอดจนฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ (anti-oxidant properties)

“นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานที่สนับสนุนว่าสารประกอบในกัญชาสามารถกระตุ้น CB1 และ CB2 receptor ที่อยู่บริเวณเส้นประสาทรับความรู้สึกของผิวหนัง และที่เซลล์ผิวหนังสามารถช่วยลดอาการคันได้เป็นอย่างดี ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น สถาบันโรคผิวหนังจึงเล็งเห็นความสำคัญของการศึกษา และพัฒนากัญชาเพื่อเป็นทางเลือกสำหรับการรักษาโรคผิวหนังต่างๆ และนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในเวชสำอาง โดยจะเลือกใช้เฉพาะสารซีบีดี และเทอร์ปีน เนื่องจากไม่มีฤทธิ์ต่อจิตประสาท จึงมีความปลอดภัยในการใช้มากกว่าสารทีเอชซี ส่วนวิธีการรักษาขึ้นอยู่กับอาการแต่ละโรค โดยส่วนใหญ่ใช้เป็นยาทา และอาจมีการรับประทาน หรือหยดน้ำมันซีบีดีร่วมด้วย” พญ.มิ่งขวัญ กล่าวและว่า สารสกัดกัญชานอกจากจะมีประโยชน์ในการรักษาโรคทางผิวหนังแล้ว ยังสามารถนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์เวชสำอางได้