อนุทิน เดินหน้าพัฒนาศักยภาพ อสม. 4 ด้าน เสริมแกร่งฐานรากระบบสาธารณสุขไทย

11.10.22 | 17:13 น.

อนุทิน เดินหน้าพัฒนาศักยภาพ อสม. 4 ด้าน เสริมแกร่งฐานรากระบบสาธารณสุขไทย

 

บ่ายวันนี้ (11 ตุลาคม 2565) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดสัมมนาการพัฒนาศักยภาพชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านแห่งประเทศไทย และกล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “รัฐจะดูแล อสม.ฐานรากระบบสาธารณสุขประเทศไทย ให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนได้อย่างไร” โดยมีผู้บริหาร สธ. ประธานชมรม อสม. ระดับอำเภอ กว่า 150 คน เข้าร่วม ที่ แรนโช ชาญวีร์ รีสอร์ท แอนด์ คันทรีคลับ เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา

นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ว่า สธ.มีนโยบายพัฒนา ส่งเสริม และสนับสนุนให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เป็นที่พึ่งของชุมชน ดูแลสุขภาพประชาชน ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยในปีงบประมาณ 2566 กำหนดแนวทางไว้ 4 ด้าน ประกอบด้วย

1.พัฒนาศักยภาพและยกระดับ อสม.ทุกคนให้เป็นหมอคนที่ 1 เชื่อมโยงกลไก 3 หมอในการดูแลสุขภาพคนไทยทุกครอบครัว

Advertisement

2.พัฒนาและยกระดับการทำงาน อสม. สู่การเป็น สมาร์ท อสม.เน้นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Platform) พัฒนาแอพพลิเคชัน “สมาร์ท อสม.” ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งพัฒนาระบบการรายงานผลการปฏิบัติงาน ซึ่งจะเป็นข้อมูลด้านสุขภาพที่สำคัญของคนไทยทั้งประเทศ

3.พัฒนาการบริหารสิทธิประโยชน์ อสม. เรื่องของสิทธิ สวัสดิการ และการเสริมสร้างขวัญกำลังใจของ อสม. ซึ่ง สธ.ให้ความสำคัญ ได้พัฒนาระบบการสะสมผลงานในแอปพลิเคชัน และ “บัตรสะสมผลงาน” ใช้รวบรวมผลการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ของ อสม. เพื่อรับสิทธิประโยชน์จากหน่วยงาน องค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนที่จะเข้ามาร่วมสนับสนุนการทำงานของ อสม.

และ 4.สนับสนุนการเพิ่มค่าป่วยการ อสม. เพื่อส่งเสริมการปฏิบัติหน้าที่ของ อสม. ซึ่งรัฐบาล และ สธ.หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะช่วยสนับสนุน ส่งเสริมให้ อสม.สามารถเป็นส่วนที่สำคัญของระบบสุขภาพไทยที่เข้มแข็ง นำไปสู่การจัดการสุขภาพของประชาชนในชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีตามที่มุ่งหวังต่อไป

“สถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้รับการจัดให้เป็นประเทศที่มีความมั่นคงด้านสุขภาพเป็นอันดับ 5 ของโลก และอันดับ 1 ของเอเชีย  ซึ่ง อสม. มีส่วนสำคัญอย่างมาก ในการช่วยดูแลสุขภาพเบื้องต้นของประชาชนในชุมชน ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ลดภาระงานแพทย์ พยาบาล ลดความแออัดในระบบบริการสาธารณสุข” นายอนุทิน กล่าว