ส.ก.อาลัย ‘เหตุกราดยิง’ ผุดไอเดียกันเกิดซ้ำ ย้ำต้นตอ ‘สุขภาพจิต’ ขอ ตร.-ทหาร หยุดวัฒนธรรมตัดกำลังใจ

12.10.22 | 19:49 น.

ส.ก.อาลัย ‘เหตุกราดยิง’ ผุดไอเดียกันเกิดซ้ำ ย้ำ สุขภาพจิตคือต้นตอ ขอ ตร.-ทหาร หยุดวัฒนธรรมไม่ดี-ดูแลกำลังพลแบบจริงใจ

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 4 (ครั้งที่ 2) ประจำปี พุทธศักราช 2565 โดยมี สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และทีมผู้บริหาร กทม. ทั้งรองผู้ว่าฯ และที่ปรึกษาร่วมประชุมด้วย

อ่านข่าว : ‘เฮียล้าน’ อึ้งชาวไทย ‘พกปืนเถื่อน’ ที่ 1 เอเชียใต้ ห่วงคนติดยา-ซึมเศร้า คุมตัวเองไม่ได้

‘ชัชชาติ’ ปลื้ม สภากทม. ไฟเขียวปรับหลักเกณฑ์ ‘สนง.ที่อยู่อาศัย’ ปลุกความหวังคนไร้บ้าน-รายได้น้อยมีที่อยู่

ชัชชาติ จ่อดึง ‘ศูนย์เด็กฯชุมชน’ เข้าระบบ ย้ำกว่า 2 แสนคนต้องดูแล สั่งทำคู่มือ-คลิปจำลอง-แอพพ์แจ้งเหตุ

ส.ก.ครวญกลางสภา กทม. ‘ใน ปวศ.ไม่เคยเกิด’ กราดยิงศูนย์เด็ก ขอ ‘ชัชชาติ’ หามาตรการล้อมคอก

Advertisement

‘ส.ก.ธนบุรี’ จี้ เสร็จเมื่อไหร่? คนตกบ่อถนนข้าง ‘อุโมงค์ราชพฤกษ์-รัชดา’ วิศณุขีดเส้น เคลียร์จบ ก.พ.66

ชัชชาติ’ แจง ส.ก.ไม่เก็ท ‘บิ๊กแบ๊ก’ ช่วยอะไร ? ยันไม่ขวางทางน้ำ แค่เตรียมพร้อม ยังไม่ได้วาง

ทั้งนี้ น.ส.นฤนันมนต์ ห่วงทรัพย์ ส.ก.เขตคลองสามวา ในฐานะโฆษกสภากรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ขอแสดงความเสียใจเป็นอย่างสูงต่อเหตุการณ์ที่จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งในวันนี้ ส.ก.เขตทุ่งครุ นายกิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ ได้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาเพื่อสอบถามความปลอดภัยในโรงเรียน กทม.ด้วย

 

ด้าน นายกิตติพงศ์ ส.ก.เขตทุ่งครุ กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เป็นเรื่องที่น่าสะเทือนใจ และร้ายแรงเหตุการณ์หนึ่งของประเทศ จากการหารือกับ ส.ก.เห็นว่าเป็นญัตติเร่งด่วนที่ต้องนำเสนอ และก่อนหน้านี้ก็มีเหตุหญิงวิกลจริตแทงนักเรียนในโรงเรียนมาแล้ว ซึ่ง กทม.มีโรงเรียนในสังกัดกว่า 437 แห่ง ไม่รวมโรงเรียนสังกัดอื่นที่อยู่ในพื้นที่ ในวันนี้ ส.ก.ได้ยื่นญัตติเพื่อสอบถามแนวทางการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ รวมถึงแนวทางแก้ไขหากเกิดเหตุขึ้น เพื่อให้มีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

 

นายณภัค เพ็งสุข ส.ก.เขตลาดพร้าว กล่าวถึงเหตุการณ์ที่หนองบัวลำภู ในฐานะประธานกรรมการการศึกษา สภา กทม. ว่า ขอเป็นตัวแทนสมาชิกแสดงความเสียใจและส่งกำลังใจให้ครอบครัวผู้เสียชีวิต จะเห็นได้ว่า ทุกครั้งที่เกิดเหตุ ต้นเหตุเกิดจากปัญหาสุขภาพจิตและภาวะเครียด จึงขอให้ทุกหน่วยงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงทหาร และตำรวจ หยุดวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งผลต่อกำลังใจของผู้ปฏิบัติงาน และให้มีความจริงใจในการดูแลข้าราชการ ลูกจ้างและกำลังพลให้มากขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการประชุม นายกิตติพงศ์ ส.ก.เขตทุ่งครุ เสนอเสนอญัตติ เรื่อง ขอให้กรุงเทพมหานครมีมาตรการด้านความปลอดภัยในโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัย สังกัดกรุงเทพมหานคร

นายกิตติพงษ์กล่าวว่า จากกรณีที่เกิดขึ้นสัปดาห์ที่แล้ว ตนในฐานะที่เป็นพ่อคน รู้สึกสะเทือนใจมาก เพราะเด็กในที่เกิดเหตุก็อายุใกล้เคียงกับลูกชายของตน วันนี้ในเมื่อเรายื่นญัตติเรื่องนี้แล้ว ตนก็ขอแบ่งเป็น 2 ประเด็น ประเด็นแรกเป็นประเด็นภัยจากภายใน และประเด็นที่ 2 ภัยจากภัยนอก

“กรณีจากภายใน ก็จะเหมือนเรื่องเมื่อที่เดือนที่แล้ว ที่เกิดเหตุการณ์นักเรียนนำปืน (ปากกา) มายิงในห้องคอมพิวเตอร์ ตอนแรกเราได้ยินเป็นคีย์บอร์ดระเบิด จนสุดท้ายความจริงก็ปรากฎว่าเป็นปืน (ปากกา) ที่เอามายิงเอง ส่วนเรื่องที่ 2 เป็นกรณีคนนอกที่เข้ามาภายในบริเวณได้ ไม่ว่าคนนอกนั้นจะได้รับอนุญาติหรือไม่ได้รับอนุญาติในโรงเรียน ก็ตาม

“ผมลองไปดูโมเดลของธนาคาร ทุกธนาคารจะมีปุ่มที่ให้เจ้าหน้าที่ด้านหลังเคาน์เตอร์สามารถกดปุ่มได้ทันที แล้วจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามา ผมอยากฝากถามไปยังท่านประธานและฝ่ายบริหาร โรงเรียนของเรามีแบบนี้รึยัง ถ้าไม่มี ถึงเวลาแล้วที่จะมีสัญญาณเตือนภัย ซึ่งต้นทุนเหล่านี้ไม่ถูก โรงเรียนใน กทม. มีจำนวน 437 โรงเรียนแล้ว แต่ความเสียหายแพงกว่าการตั้งสัญญาณเหล่านี้มาก ก็ไม่อยากให้ปุ่มเหล่านี้เหมือนดับเพลิง ที่จะโทรมาถามก่อนว่ามีเพลิงจริงหรือไม่” นายกิตติพงษ์กล่าว

ทั้งนี้ ในที่ประชุมสมาชิกสภากรุงเทพมหานครหลายท่าน ได้ร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการแก้ปัญหาเรื่องของการจัดการมาตรการด้านความปลอดภัยในโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัย ในสังกัด กทม. ประกอบด้วย

นายพุทธิพัชร์ ธันธรรมนนท์ ส.ก.เขตยานนาวา กล่าวถึง การขอให้ไม่พูดถึงโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น และเหตุการณ์ความรุนแรงทั้งหมดเพื่อเป็นการเคารพต่อผู้สูญเสีย ทั้งยังขอให้แก้ข้อบัญญัติ กทม. ให้สามารถใช้งบประมาณปรับปรุงโครงสร้างขั้นพื้นฐานของศูนย์เด็กเล็กได้

ด้าน นายณภัค เพ็งสุข ส.ก.เขตลาดพร้าว กล่าวสนับสนุนญัตติดังกล่าว

นายณภัคกล่าวว่า เป็นการดีที่จะมีบริการทางด้านสุขภาพจิตให้แก่พี่น้องประชาชน จึงอยากให้หน่วยบริการตรวจสุขภาพจิตเชิงรุก ออกบริการพี่น้องบ่อยขึ้น โดยแบ่งเป็นกลุ่ม ครู นักเรียนในสถานศึกษา และศูนย์เด็กเล็กที่อาจจะเกิดความเครียด ความระแวง หรือวิตกกังวลจากการติดตามข่าวสาร และขอเสนอให้หน่วยบริการเคลื่อนที่เข้าไปอำนวยการแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร เพื่อที่จะสร้างพื้นที่ผ่อนคลายในการปฎิบัติหน้าที่และปฎิบัติงานต่อไป

ขณะที่ นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา หรือ ดร.จอห์น ส.ก.เขตลาดกระบัง เสนอเพิ่มเติมในเรื่องของการติดตั้งกล้อง CCTV และการปรับปรุงศูนย์เด็กเล็ก ที่ไม่มีทางออกฉุกเฉิน รวมถึงการสร้างระบบขอความช่วยเหลือกับ สน.พื้นที่ และการจ้างเหมา รปภ.