‘ส.ก.เขตพระนคร’ วอนชัชชาติ ฟื้น ‘บ้านอิ่มใจ’ ช่วยคนไร้บ้านมีที่พึ่ง เลี่ยงปมก่อเหตุในสังคม
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 4 ครั้งที่ 3 ประจำปีพุทธศักราช 2565
- อ่านข่าว : ชัชชาติ’ ขอเคลียร์ หน่วยงานกทม. ใช้ ‘เงินนอกงบ’ นั่งสภาฯ กทม.รอถกต่อเนื่องเรื่อง ‘คนไร้บ้าน’
- ‘พ่อโฟกัส’ ท้วงผู้ว่าฯ อย่ารีบ ยังเค้นไม่จบ! ‘ยิ่งเรียกแจง ประเด็นผุด’ จ่อถาม สำนักอนามัย ใช้เงินไปกับอะไร ?
- ‘เฮียล้าน’ สั่งซูมสไลด์ ลั่น อายุมาก ‘ความเผ็ดร้อนมันลด’ สภาฯ ฉลุย เตรียมออกกฎ ‘สแกนใช้เงินนอกงบฯ’
- ‘ส.ก.’ โวย 6 เดือนยัง ‘มืดตึดตื๋อ’ ถนนสายหลักบางซื่อ ร้องเรียนก็กริบ ‘ชัชชาติ’ ลุกรับปาก จะเร่งให้
- ‘ส.ก.บางซื่อ’ ไล่ต้อนชัชชาติ ถาม 6 รอบ ‘เมื่อไหร่ไฟติด’? จี้ นโยบายปลอดภัยดี ?
- ‘วิศณุ’ แง้มอุทธรณ์ ‘สายสีเขียว’ 3 ประเด็น – รอความเห็นค่าโดยสาร ปธ.สภาฯกทม. ยัน ชัชชาติมีอำนาจกำหนด
ในตอนหนึ่ง น.ส.ศศิธร ประสิทธิ์พรอุดม ส.ก.เขตพระนคร พรรคก้าวไกล เสนอญัตติเรื่อง ขอให้กรุงเทพมหานครแก้ไขปัญหาคนเร่ร่อนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยขอให้ทางกรุงเทพมหานคร ช่วยแก้ปัญหาคนไร้ที่พึ่ง คนเร่ร่อน และคนไร้บ้านทั่วกรุงเทพมหานครทั้งหมด 50 เขต ซึ่งตนจะขออนุญาตพูดเฉพาะปัญหาในเขตพระนคร ส่วนเขตอื่นเรียนเชิญท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติร่วมกันอภิปราย และให้ข้อเสนอแนะแก่ฝ่ายผู้บริหาร เพราะปัญหานี้เป็นปัญหาเรื้อรังมีมาอย่างยาวนาน และส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนในทุกเขต
“เขตพระนคร นอกจากมีพระบรมมหาราชวัง มีวัดอารามหลวง มีของกินที่อร่อย สิ่งหนึ่งถ้ามาเขตพระนครแล้วต้องพบเจอ คือคนไร้ที่พึ่ง ไม่ว่าจะอยู่ตามถนนราชดำเนินกลาง ถนนอัษฎางค์ ถนนดินสอ ใต้สะพานพระราม 8 ตรอกสาเก และปัจจุบันนี้ได้ลามไปถึงถนนพาหุรัด ถนนบางลำพู ย่านปากคลองตลาด เรียกง่ายๆ ว่าครอบคลุมพื้นที่เขตพระนครเกือบ 70 เปอร์เซ็นต์

โดยตัวเลขปัจจุบันของคนไร้ที่พึ่ง ปี พ.ศ.2565 จากการสำรวจของสำนักพัฒนาสังคม ตัวเลขทั้ง กทม. 1,656 คน เพศชาย 1,416 คน เพศหญิง 240 คน ซึ่งเขตพระนครเป็นเขตที่มีคนไร้ที่พึ่งจำนวนมากที่สุดจำนวนถึง 400 คน รองลงมาเป็นเขตคลองเตย เขตปทุมวัน เขตจตุจักร และเขตราชเทวี สาเหตุของการเป็นคนไร้ที่พึ่งคือ ปัญหาครอบครัว ปัญหายาเสพติด ติดสุราเรื้อรัง ปัญหาสุขภาพกาย ปัญหาสุขภาพจิต รวมไปถึงการต้องการเป็นอิสระไม่ต้องการอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ใดๆ และอีกสาเหตุหนึ่งที่เป็นตัวกระตุ้นให้คนไร้ที่พึ่งมาอยู่ที่เขตพระนครจำนวนมาก คือการแจกอาหาร แจกน้ำจากผู้ใจบุญ ซึ่งนอกเหนือจากการให้คนเหล่านี้อิ่มท้องแล้ว ยังเป็นการสร้างรายได้ให้เขาอีก” น.ส.ศศิธรระบุ

น.ส.ศศิธรกล่าวต่อว่า จะสังเกตได้ว่ามีคนไร้ที่พึ่งบางคนขอข้าว 3 กล่อง ขอน้ำ 4-5 ขวด สร้างรายได้โดยการไปขายให้พ่อค้าแม่ค้าบริเวณแถวนั้น จึงกลายเป็นคนไร้ที่พึ่งถาวร นอกจากปัญหาสังคมที่คนไร้ที่พึ่งได้ก่อให้เกิดแล้ว ยังมีปัญหาเรื่องความสกปรก ตนลงพื้นที่ประชาชนเดือดร้อนหนักมาก เพราะตอนนี้คนไร้ที่พึ่งหลับนอนหน้าบ้านประชาชน ร้านค้า บ้าน ตึก นอกจากหลับนอนแล้วยังอุจจาระ ปัสสาวะ ทิ้งสิ่งของส่วนตัวรวมถึงมีขวดเหล้าขวดสุรา และทิ้งเศษอาหาร รวมถึงพลาสติกลงในท่อระบายน้ำ ทำให้ประชาชนจากที่ต้องดิ้นรนในการใช้ชีวิตอยู่แล้ว เปิดบ้านมาเจอสิ่งเหล่านี้ นี่คือสิ่งที่ประชาชนเดือดร้อนกันจริงๆ

ปัญหาต่อมาคือ ปัญหาด้านความไม่ปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตัวอย่างที่เราเห็นคือวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ.2565 นักเรียนหญิงของโรงเรียนสตรีวิทยา ได้ถูกชายเร่ร่อนขอเงินและใช้คำพูดที่คุกคาม สายตาที่คุกคามทางเพศ ถ้าไม่ให้ก็มีการขู่กรรโชก

“ยังไม่รวมถึงประชาชนทั่วไป และชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวในเขตพระนคร เขตพระนครเป็นเขตชั้นใน สร้างรายได้มากมายให้กรุงเทพมหานคร แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นเขตที่ไม่มีความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติเลย” น.ส.ศศิธรกล่าว
น.ส.ศศิธรกล่าวอีกว่า ประเด็นต่อมา ตนได้รับเรื่องร้องเรียนจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทศกิจที่ไปตรวจ หรือจัดระเบียบคนไร้บ้านในยามวิกาล ซึ่งคนไร้บ้านมีการพกอาวุธด้วย เวลาเจ้าหน้าที่ไปจัดระเบียบ คนไร้บ้านบางท่านมีมีดสปาร์ตาซ่อนไว้ใต้หมอนด้วย ทำให้เจ้าหน้าที่เทศกิจต้องถอยออกมาก่อน และต้องรอ สน.ท้องที่เข้ามาร่วมปฏิบัติภารกิจ ถ้าตนเป็นครอบครัวของเจ้าหน้าที่เทศกิจคงนอนไม่หลับ ถ้ารู้ว่าคนที่เรารักต้องเสี่ยงอยู่ในจุดที่อันตราย ไม่รู้ว่าจะเกิดอุบัติเหตุได้วันไหนคืนไหน
ซึ่งคนไร้บ้านหรือคนไร้ที่พึ่ง มีทั้งหมด 2 กลุ่ม คือ 1.คนไร้ที่พึ่งถาวร 2.คนไร้ที่พึ่งหน้าใหม่
“คนไร้ที่พึ่งถาวร คือต่อให้ กทม.สร้างโอกาส สร้างอาชีพ สร้างที่อยู่อาศัย เขาเหล่านี้ก็ยังคงเต็มใจที่จะเป็นคนไร้ที่พึ่งถาวร และใช้พื้นที่สาธารณะเป็นที่หลับนอน ส่วนคนไร้ที่พึ่งหน้าใหม่ ก็คือคนที่อาจประสบปัญหาชีวิตบางจังหวะ อาจจะตกงาน หรืออยู่ระหว่างหางาน แต่ไม่มีเงินในการจ่ายค่าที่อยู่อาศัย เราอาจจะแก้ปัญหาเหล่านี้โดยการจำกัดพื้นที่ให้คนไร้ที่พึ่งถาวรอยู่ในพื้นที่ที่ควรอยู่ ไม่ควรใช้พื้นที่สาธารณะ หรือคนไร้ที่พึ่งหน้าใหม่เราจะทำยังไงให้เขากลับไปสู่สังคมปกติโดยเร็ว เพราะไม่อย่างนั้นอีกหน่อยเขาก็จะกลายเป็นคนไร้ที่พึ่งถาวร เริ่มคุ้นชินกับสภาพที่เป็นอยู่ เริ่มไม่อยากกลับเป็นคนปกติกลับสู่สังคม” น.ส.ศศิธรชี้

น.ส.ศศิธรกล่าวอีกว่า วันนี้ที่ตนพูด เพราะต้องการสะท้อนปัญหาอีกรูปแบบหนึ่งโดยไม่เกี่ยวกับคนใจบุญ คนไม่ใจบุญ แจกอาหาร แจกน้ำ แต่จะสะท้อนปัญหาที่ประชาชนในเขตพระนครพบเจอจริงๆ ในการนี้จะขออนุญาตแนะนำฝ่ายบริหารในการแก้ไขปัญหา คือ
1.อยากให้ทาง กทม.เป็นแม่งานในการบูรณาการร่วมงานกับกระทรวง พม. สำนักงานเขต เจ้าหน้าที่เทศกิจ สน.ท้องที่ และรวมถึงเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
2.อยากให้นำบ้านอิ่มใจกลับเข้ามาอีกครั้งหนึ่ง โดยการปรับรูปแบบให้ขนาดเล็กลง มีมากขึ้น ทั่วถึงมากขึ้น โดยเฉพาะเขตชั้นใน เพื่อเป็นการลดปัญหาคนไร้ที่พึ่งหน้าใหม่ให้เขามีที่อยู่อาศัย ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง สร้างบ้านอิ่มใจให้อยู่ใกล้แหล่งแรงงาน
3.อยากให้เพิ่มความปลอดภัยให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทศกิจ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทศกิจที่ออกตรวจตอนกลางคืน ซึ่งเป็นด่านแรกในการจัดระเบียบคนไร้ที่พึ่ง และได้รับความเสี่ยงสูงที่สุด อย่างไรตนก็อยากฝากกับทางฝ่ายบริหารด้วย


