รพ.จุฬาฯ จัด 30 ปี คลินิกวัยทองแห่งแรกในประเทศไทย
วันนี้ (19 ตุลาคม 2565) โรงพยาบาล (รพ.) จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คลินิกวัยทอง ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านการดูแลผู้สูงอายุ แถลง “ครบรอบ 30 ปี คลินิกวัยทอง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย” พร้อมทั้งจัดกิจกรรมเสวนาเนื่องใน “วันวัยทองสากล” และ “วันโรคกระดูกพรุนโลก” เพื่อส่งเสริมให้ความรู้กับประชาชนทั่วไปดูแลตนเองอย่างถูกวิธี ที่อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์

รศ.นพ.อรรณพ ใจสำราญ นายกสมาคมวัยหมดระดูแห่งประเทศไทย ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้หญิงวัยทองกว่า 30 ปี รพ.จุฬาฯ กล่าวว่า รพ.จุฬาฯ และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ได้จัดตั้งคลินิกวัยทองเป็นแห่งแรกในประเทศไทย เมื่อปี 2535 โดย คลินิกวัยทอง จะทำหน้าที่ให้การดูแลสุขภาพสตรีตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป เป็นพื้นที่ให้การดูแลและให้คำปรึกษาแก่ผู้หญิงวัยใกล้หมดประจำเดือนจนถึงวัยหลังหมดประจำเดือน ซึ่งความพิเศษของการรักษาไม่ใช่การให้ยาหรือฮอร์โมนแก่หญิงวัยหมดประจำเดือนตั้งแต่เริ่มต้น แต่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเริ่มประเมินความเสี่ยงต่อโรคและภาวะต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงวัยนี้ โดยจะให้คำแนะนำเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิตที่แตกต่างไปในแต่ละบุคคล และหากตรวจพบรอยโรค แพทย์จึงจะให้ยาและการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมผ่านคลินิกวัยทอง โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อเปลี่ยนความเข้าใจและให้ผู้หญิงในวัยนี้เริ่มต้นดูแลตัวเองเพื่อรับมือสู่ช่วงวัยต่อไปได้อย่างมีความสุขและมีสุขภาพที่ดี
รศ.พญ.สุกัญญา ชัยกิตติศิลป์ หัวหน้าคลินิกวัยทอง รพ.จุฬาฯ กล่าวว่า การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุทำให้วัยทอง กลายเป็นประเด็นสำคัญที่สังคมไทยกลับมาให้ความสำคัญ ในอดีตมีความเข้าใจเกี่ยวกับวัยทอง ว่า เป็นช่วงวัยที่อ่อนไหวที่สุดของผู้หญิง เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งผู้หญิงทุกช่วงวัยนับตั้งแต่วัยรุ่น สร้างครอบครัว ตั้งครรภ์ วัยทำงาน จนถึงวัยทอง ล้วนมีความเชื่อมโยงอย่างซับซ้อนและส่งผลเกี่ยวเนื่องกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าอาการที่พบบ่อยในวันทอง เช่น ร้อนวูบวาบ เหงื่อแตก อารมณ์เปลี่ยนง่าย ช่องคลอดแห้ง จะดูเหมือนเป็นอาการไม่สำคัญนัก หากแต่ว่าผู้หญิงวัยทองส่วนมากเป็นหลักสำคัญทั้งในที่ทำงานและในครอบครัว ถ้ารู้เท่าทัน และรักษาอย่างถูกวิธี จะทำให้ความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง และคุณภาพชีวิตดีขึ้น

“คลินิกวัยทอง รพ.จุฬาฯ ให้การดูแลรักษาผู้หญิงวัยทองกลุ่มทั่วไปตั้งแต่อาการเริ่มต้น และยังให้ความสำคัญกับผู้ป่วยกลุ่มเฉพาะเช่นกัน เช่น โรคกระดูกพรุนในวัยทอง ผู้หญิงที่เข้าสู่วัยหมดประจำเดือนก่อนอายุ 45 ปี หรือผู้ที่ตัดรังไข่ 2 ข้างแล้ว ผู้หญิงหลังรักษามะเร็งระยะต้น โดยเฉพาะมะเร็งระบบสืบพันธุ์สตรีและมะเร็งเต้านม คลินิกวัยทองทำหน้าที่ช่วยดูแลและส่งเสริมสุขภาพด้านอื่นๆ ให้ดียิ่งขึ้น” รศ.พญ.สุกัญญา กล่าว
ทางด้าน รศ.พญ.คนึงนิจ กิ่งเพชร ฝ่ายรังสีวิทยา รพ.จุฬาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องด้วยวันกระดูกพรุนโลก (World Osteoporosis Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 20 ตุลาคมของทุกปี ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของโรคกระดูกพรุน จึงร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์ให้ผู้สูงอายุและประชาชนทั่วไปให้รู้จักโรคกระดูกพรุน และแนะนำให้ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุนได้เข้ารับการประเมินและตรวจรักษาอย่างเหมาะสม
“ดังนั้น สาขาเวชศาสตร์นิวเคลียร์ ภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และศูนย์เทคโนโลยีหุ่นยนต์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ได้ร่วม พัฒนานวัตกรรม หุ่นยนต์คุณหมอ…น้องกะทิ โดยหุ่นยนต์น้องกะทิ จะมาช่วยในการเก็บข้อมูลของผู้ป่วยต่างๆ ที่เกี่ยวกับโรคกระดูกพรุน และในอนาคตทางทีมจะพัฒนา หุ่นยนต์น้องกะทิ ให้สามารถเก็บข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระดูกพรุนและภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย รวมทั้งจะพัฒนาให้สามารถเคลื่อนที่ได้แบบอัตโนมัติ เพื่อเป็นหุ่นยนต์ที่สามารถดูแลผู้ป่วยที่มารับการตรวจ รวมทั้งดูแลผู้ป่วยมะเร็งต่อมไทรอยด์ที่ได้รับการรักษาด้วยสารกัมมันตรังสีไอโอดีน” รศ.พญ.คนึงนิจ กล่าว

