สธ.เผยเหยื่อความรุนแรงหนองบัวลำภูนอน รพ. 6 ราย อาการดีตามลำดับ 98%ได้เยียวยาจิตใจแล้ว

20.10.22 | 15:25 น.

สธ.เผยเหยื่อความรุนแรงหนองบัวลำภูนอน รพ. 6 ราย อาการดีตามลำดับ 98%ได้เยียวยาจิตใจแล้ว

วันนี้ (20 ตุลาคม 2565) ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัด สธ.เปิดเผยความคืบหน้าการดูแลผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่ จ.หนองบัวลำภู ว่า ขณะนี้มีผู้บาดเจ็บที่รักษาในโรงพยาบาล (รพ.) รวม 6 ราย เป็นผู้ใหญ่ 3 ราย เด็ก 3 ราย อยู่ รพ.หนองบัวลำภู 3 ราย รพ.อุดรธานี 3 ราย เด็กส่วนใหญ่รู้ตัวดี เดินได้แล้ว เริ่มฝึกทำกายภาพบำบัด ทำให้แพทย์คลายกังวลได้มาก ซึ่งต้องดูแลด้านจิตใจควบคู่กันไป ส่วนผู้ใหญ่ รายที่ได้รับบาดเจ็บช่องท้อง ลำไส้ทะลุ ขาหัก ขณะนี้หายใจได้เอง อาการดีขึ้นเรื่อยๆ รายที่ได้รับบาดเจ็บที่ศรีษะ ต้องได้รับการกายภาพบำบัด และรายสุดท้ายได้รับบาดเจ็บที่กระดูกต้นคอ ขณะนี้ยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ แต่ภาพรวมอาการคงที่ ทั้ง 6 ราย อาการดีขึ้นตามลำดับ และแพทย์ยังต้องดูแลต่อเนื่อง

ด้าน พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ทีม MCATT ได้ดูแลด้านจิตใจผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด กลุ่มที่ได้รับบาดเจ็บโดยตรง ผู้รอดชีวิต ญาติใกล้ชิด ล่าสุดเพิ่มเป็น 345 ราย ทีมสุขภาพจิตร่วมกับชุมชนลงปฐมพยาบาลทางใจครอบคลุมแล้ว 336 ราย หรือร้อยละ 98 ขณะที่ กลุ่มผู้รับรู้เหตุการณ์ใกล้ชิด ต.อุทัยสววรค์ นักเรียนในโรงเรียนใกล้เคียง 2 แห่ง ประชาชนในบริเวณนั้น รวม 5,636 ราย ซึ่งทีมงานได้ทยอยเยี่ยมบ้านเชิงรุก 447 ราย แต่ไม่ได้หมายความว่า ทุกรายจะได้ต้องรับการเยี่ยมบ้าน แต่เราใช้กลไกอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และชุมชน ช่วยกันดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม จุดแข็ง คือ ชุมชนมีผู้นำที่อยู่ด้วยกันตลอด สามารถผนึกกำลังช่วยเหลือกลุ่มที่ตระหนกเป็นพิเศษ ทำให้ปัญหาต่างๆ คลี่คลายได้ดี สร้างพลังใจที่เข้มแข็งให้ชุมชน นอกจากนั้น ยังมีเครือข่ายในและนอกพื้นที่ไปทำกิจกรรมให้เด็กๆ เช่น เล่นสร้างสุข ทีมไม้ขีดไฟ ผู้ก่อการดี ฯลฯ ซึ่งรอยยิ้มของเด็กๆ สามารถเปลี่ยนบรรยากาศความตระหนกให้ผู้ใหญ่ในชุมชนมีกำลังใจดีขึ้น

“เด็กๆ ทุกคนต้องกลับไปใช้ชีวิตได้เป็นปกติ ช่วงเปลี่ยนผ่านเปิดเทอม เดือนพฤศจิกายนนี้ ขณะนี้ทีมจิตอาสาได้เข้าไปช่วยให้บรรยากาศการเปิดเทอมสดใสขึ้น ด้วยการละเล่น โรงเรียนที่ได้รับผลกระทบแรงที่เราห่วงใยคือ วัยปฐม แต่เราจะมีการเล่น มีกีฬาที่มีผู้อนุเคราะห์อุปกรณ์ให้กับเด็กๆ ได้เล่น การเล่านิทาน การสร้างศิลปะให้กับเด็กๆ” พญ.อัมพร กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะทราบถึงความพร้อมของเด็กๆ ก่อนที่จะเปิดเรียนในพื้นที่ที่เกิดเหตุ พญ.อัมพร กล่าวว่า ความพร้อมคือ การที่เด็กปรากฎในพื้นที่ด้วยความผ่อนคลาย ด้วยรอยยิ้มที่สมวัย ไม่ใช่ถูกบังคับมา หรือเปิดเทอมแล้วไม่มีใครปรากฎในโรงเรียน เช่น กิจกรรมการเล่น ที่เกิดที่โรงเรียน (ร.ร.) บ้านท่าอุทัย ที่เป็นโรงเรียนมีบรรยายกาศการคุกคามสูง การทำกิจกรรมทำให้ภาพที่น่ากลัวถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้ม เด็กดูไม่มีความกังวลที่จะกลับมาโรงเรียน ซึ่งเราก็ต้องคอยดูเด็กที่แยกตัว หรือไม่ร่าเริงเพื่อดูแลรายบุคคล

Advertisement

เมื่อถามถึงกรณีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจะต้องทำในลักษณะเดียวกับโรงเรียนหรือไม่ พญ.อัมพร กล่าวว่า หลักการจะคล้ายกัน แต่ด้วยบรรยกาศการคุกคามที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจะมากกว่า อาจจะต้องใช้เวลาในการปรับ วิธีการที่ละมุนละม่อมกว่า ประเมินความพร้อมของเด็กและชุมชนใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ รวมถึงพิธีกรรมที่ช่วยยึดเหนี่ยวจิตใจ เช่น การทำบุญ การทำจิตอาสา ให้เวลาทกคนปรับตัว ซึ่งอาจรวมถึงการมีพื้นที่ชั่วคราวในการดูแลเด็กเล็กก่อน ซึ่งการกลับไปที่เดิมแล้วก้าวข้ามเหตุการณ์นั้นๆ ได้ เป็นเป้าหมายทางสุขภาพจิต

“การดูแลเด็กในศูนย์ฯ เรามีทีมส่วนหน้าจากทีม รพ.จิตเวชเลยราชนครินทร์ รพ.จิตเวชนครพนมราชนครินทร์ สถาบันสุขภาพจิตและวัยรุ่น ภาคตะวันออกเชิงเหนือ ร่วมกับหน่วยกลางสถาบันราชานุกูล จะเป็นหน่วยงานหลักในการดูแลพัฒนาการเด็กปฐมวัย” พญ.อัมพร กล่าว