ศูนย์จีโนมฯ เผยข่าวดี! โอมิครอน XBB ในสิงคโปร์เริ่มอ่อนกำลัง

23.10.22 | 14:40 น.

ศูนย์จีโนมฯ เผยข่าวดี! โอมิครอน XBB ในสิงคโปร์เริ่มอ่อนกำลัง

วันนี้ (23 ตุลาคม) ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาล (รพ.) รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์เพจเฟซบุ๊กอัพเดตสถานการณ์โรคโควิด-19 เชื้อโอมิครอน สายพันธุ์ย่อยที่กำลังระบาดในหลายประเทศ และเริ่มพบในประเทศไทยบ้างแล้วว่า ล่าสุด เชื้อโอมิครอน สายพันธุ์ย่อย XBB,  XBB.1, XBB.2 และ XBB.3 ที่ระบาดในประเทศสิงคโปร์เริ่มอ่อนกำลังลง
ทั้งนี้ ข้อความระบุว่า
ข่าวดี! “XBB* (XBB.1, XBB.2, XBB.3)” ฝันร้ายจากตระกูลโอมิครอน (nightmare variant) ในสิงคโปร์เริ่มอ่อนกำลังลงแล้ว
ข้อมูลล่าสุดจากสาธารณสุขสิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศแรกที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโอมิครอน XBB พบว่า จำนวนผู้ติดเชื้อโอมิครอน XBB, XBB.1, XBB.2, และ XBB.3 รายใหม่เริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยจากฐานข้อมูลรหัสพันธุกรรมโควิดโลก หรือจีเสด “GISAID” พบ
XBB จำนวน 88 ราย
XBB.1 จำนวน 357 ราย
XBB.2 จำนวน 4 ราย
XBB.3 จำนวน 36 ราย
แม้ว่าข้อมูลจากห้องปฏิบัติการ (ห้องแล็บ) จะบ่งชี้ว่าโอมิครอน XBB, XBB.1, XBB.2 และ XBB.3 สามารถหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันจากการติดเชื้อตามธรรมชาติและจากการฉีดวัคซีนได้ดีที่สุดในบรรดาโอมิครอนสายพันธุ์ย่อยอุบัติใหม่ รวมทั้งยังดื้อต่อยาแอนติบอดีสำเร็จรูป (LAAB) เจนเนอเรชั่นแรกทั้งหมดก็ตาม
จากข้อมูลในรอบ 28 วัน ในประเทศสิงคโปร์ที่ผ่านมา พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่จำนวน 163,952 ราย
เป็นผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการ หรืออาการไม่รุนแรงแยกตัวอยู่บ้านร้อยละ 99.6 ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ต้องรักษาตัวใน รพ.และต้องให้ออกซิเจน ร้อยละ 0.2 ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ต้องเข้ารักษาตัวในห้องไอซียู (ICU) ร้อยละ 0.03 ผู้ที่เสียชีวิตเนื่องจากการติดเชื้อโควิด-19 เพียงร้อยละ 0.02
สาเหตุที่ทำให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อโอมิครอน XBB, XBB.1 ในสิงคโปร์ที่ต้องเข้ารักษาตัวใน รพ. และเสียชีวิตมีจำนวนไม่มาก น่าจะมีสาเหตุมาจาก 6 ปัจจัยหลัก คือ
1.ประชากรชาวสิงคโปร์ให้ความร่วมมือในการสวมหน้ากากอนามัย โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ กลุ่มเปราะบาง และญาติที่อยู่ใกล้ชิด
2.ประชากรชาวสิงคโปร์ได้รับวัคซีนครบโดสร้อยละ 92
3.ประชากรชาวสิงคโปร์ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นถึงร้อยละ 79
4.ประชากรชาวสิงคโปร์ได้รับยาต้านไวรัสโคโรนา-2019 อย่างรวดเร็วหลังจากการติดเชื้อโดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง
5.ประชากรชาวสิงคโปร์ได้รับยาแอนติบอดีสำเร็จรูปในรายที่แพทย์เห็นว่า จำเป็นอย่างรวดเร็วหลังจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง
6.มีการสุ่มถอดรหัสพันธุกรรมไวรัสโควิด-19 ทั้งจีโนมจากผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพื่อตรวจสอบสายพันธุ์ถึงร้อยละ 2 ของผู้ติดเชื้ออันเป็นประโยช์ในการควบคุม ป้องกัน และรักษาโควิด-19
ทั้งนี้ 4 อันดับแรกในกลุ่มประเทศอาเซียนที่มีการสุ่มถอดรหัสพันธุกรรมไวรัสโควิด-19 มากที่สุด คือ
บรูไน ร้อยละ 5.3, อินโดนีเซีย ร้อยละ 2, สิงคโปร์ ร้อยละ 1.9, และไทย ร้อยละ 0.4