กรมอนามัยเตือนผู้ประกอบการ อย่า! ลักไก่ส่งอาหารหมดอายุให้ลูกค้า ชี้มีความผิดตาม กม.

26.10.22 | 13:02 น.

กรมอนามัยเตือนผู้ประกอบการ อย่า! ลักไก่ส่งอาหารหมดอายุให้ลูกค้า ชี้มีความผิดตาม กม.

วันที่ 26 ตุลาคม 2565 นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองอธิบดีและโฆษกกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ปัจจุบันประชาชนนิยมซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านแอพพลิเคชั่นกันมากขึ้น เพราะสะดวก ประหยัดน้ำมัน และไม่เสียเวลาในการเดินทาง อีกทั้งผู้ผลิตยังนิยมจัดกลยุทธ์การตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขาย ทำให้ผู้บริโภคสั่งซื้ออาหารนั้นบ่อยและมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว จึงควรระวังสินค้าเก่าเก็บที่อาจเสี่ยงเชื้อรา หากเก็บรักษาที่ไม่เหมาะสม เช่น เก็บไว้ในที่ชื้นเกินไป หรือไม่มีการอบให้แห้งดีพอ ก่อให้เกิดอะฟลาทอกซิน หากมีการบริโภคเข้าไปสะสมในปริมาณมากก็จะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งได้

“หรือในกรณีที่มีการแชร์ข้อความและรูปภาพประเด็นสั่งซื้อโดนัทจากห้างสรรพสินค้าผ่านแอพพ์ แต่ได้รับของหมดอายุผ่านโซเชียลมีเดียนั้น แม้ว่าตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อาหาร พ.ศ.2522 การจำหน่ายอาหารที่หมดอายุยังไม่ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อาหารฯ แต่เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาตามกรณีดังกล่าว” นพ.เอกชัยกล่าว

โฆษกกรมอนามัยกล่าวว่า กรณีสั่งสินค้าทางออนไลน์ผู้บริโภค ควรพิจารณาภาพประกอบการขายสินค้าอย่างละเอียด เพื่อเป็นการเลือกสินค้าที่มีคุณภาพเบื้องต้น รวมถึงเมื่อได้รับสินค้าควรสังเกตบรรจุภัณฑ์ที่สะอาด มีฝาปิดมิดชิด ซองบรรจุไม่มีรูรั่ว และอ่านฉลากให้ครบถ้วน ตั้งแต่ชนิด ส่วนประกอบ วันเดือนปีที่ผลิต หรือวันเดือนปีที่หมดคุณภาพ ส่วนอาหารสดก่อนที่จะนำมาปรุง ประกอบอาหาร ควรล้างให้สะอาด เพื่อขจัดสิ่งปนเปื้อน และควรตรวจสอบวันหมดอายุก่อนนำมาบริโภคทุกครั้ง ซึ่งนอกจากผู้บริโภคควรสังเกต เรื่องความปลอดภัยของอาหารแล้ว หากพบอาหารที่สั่งมามีกลิ่นหรือสีที่เปลี่ยนไปถึงแม้จะมองไม่เห็นว่ามีเชื้อราก็ตาม ไม่ควรนำมาบริโภค

“ทั้งนี้ กรณีการนำเสนอข่าวการสั่งซื้อโดนัท ซึ่งเป็นของทอด มีส่วนประกอบหลักทำจากแป้ง และความหวานอร่อยของโดนัทเกิดจากการปรุงรสชาติด้วยน้ำตาล รวมถึงบรรดาหน้าต่างๆ ของโดนัท ส่วนประกอบหลัก คือ น้ำตาลเช่นเดียวกัน และโดยเฉลี่ยโดนัท 1 ชิ้น น้ำหนักประมาณ 40 กรัม ให้พลังงานเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 168 กิโลแคลอรี จะมีน้ำตาลประมาณ 5.5-13.9 กรัม หากกินเป็นประจำ เสี่ยงที่จะได้รับพลังงานและน้ำตาลเกินปริมาณที่แนะนำต่อวัน ดังนั้น การสั่งซื้ออาหารออนไลน์จึงควรเลือกสั่งซื้ออาหารที่ดีต่อสุขภาพร่วมด้วย” นพ.เอกชัยกล่าว

นอกจากนี้ นพ.เอกชัยกล่าวถึงกรณีผู้บริโคภบางรายรับประทานอาหารที่หมดอายุว่า มีคำแนะนำว่าหากรับประทานอาหารที่เลยวันที่ควรบริโภคก่อน (best before date) คุณค่าทางโภชนาการจะลดลงไปเรื่อยๆ ขณะเดียวกัน ความอันตรายต่อสุขภาพก็เกี่ยวกับการเก็บรักษาอาหาร เช่น เก็บในตู้เย็นหรือไม่ ซึ่งจะมีเชื้อโรค เชื้อรา แบคทีเรียที่สามารถเติบโตในอาหารนั้นๆ ได้ อย่างไรก็ตาม ขอให้เลี่ยงการรับประทานอาหารที่เลยวันหมดอายุ ส่วนร้านอาหารก็ไม่ควรเอาอาหารหมดอายุมาจำหน่าย เพราะหากนำมาวางจำหน่ายแล้วผู้บริโภคได้รับอันตราย ทางผู้จำหน่ายจะมีความผิดตามกฎหมาย เช่น พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การสาธารณสุข กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค เป็นต้น

Advertisement

นพ.เอกชัยกล่าวว่า คำแนะนำของกรมอนามัยสำหรับร้านอาหาร คือ อาหารนั้นๆ จะต้องผ่านการขึ้นทะเบียน ผ่านการตรวจสอบจากกรมอนามัย ได้รับป้ายสัญลักษณ์ “clean food good taste” ซึ่งประชาชนก็สามารถสังเกตได้

“แต่ทุกวันนี้ก็มีหลายร้านที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน ซึ่งกรมอนามัยก็ไม่ใช่หน่วยงานเดียวในการตรวจสอบ แต่ระดับพื้นที่ก็จะมีสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ช่วยดูแลรับผิดชอบ สุ่มตรวจตามตลาด ร้านอาหาร ฉะนั้น ต้องขอความร่วมมือประชาชนในการเป็นหูเป็นตา หากพบความไม่เหมาะสม สามารถแจ้งกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น เทศบาล หรือ สสจ. ฯลฯ ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่สั่งซื้ออาหารผ่านออนไลน์ที่ผู้ซื้อไม่สามารถเลือกสินค้าได้ด้วยตนเอง ทำให้บางร้านลักไก่นำของใกล้หมดอายุมาขาย นพ.เอกชัยกล่าวว่า การซื้ออาหารผ่านออนไลน์ที่เราไม่รู้ว่าเขานำของหมดอายุมาส่งให้หรือไม่ มีคำแนะนำว่าเราต้องเลือกร้านที่เชื่อใจได้ ร้านที่สามารถเขียนคำแนะนำหรือร้องเรียนกลับไปได้ ส่วนใหญ่อาหารที่จำหน่ายในแพลตฟอร์มออนไลน์ ต้องผ่านการขึ้นทะเบียนตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข ซึ่งสามารถใช้กฎหมายเอาผิดได้ แต่เชื่อว่าหลายร้านก็ไม่ได้ขึ้นทะเบียน ดังนั้น ต้องแนะนำประชาชนซื้ออาหารที่เชื่อถือได้เท่านั้น