พรุ่งนี้! สธ.ถกหาแนวทางให้ LAAB รักษาผู้ติดเชื้อโควิด หลัง อย.ไฟเขียวเพิ่มข้อบ่งใช้
เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2565 นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการใช้ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูประยะยาว (Long Acting Antibody: LAAB) ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ว่า เดิม LAAB ขึ้นทะเบียนครั้งแรก ใช้ฉีดเพื่อป้องกันโรคโควิด-19 แต่ล่าสุดเมื่อมีการศึกษาเพิ่มเติมในต่างประเทศแล้ว สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก็มีการอนุมัติขยายข้อบ่งชี้ในการรักษาโควิด-19 กลุ่มเสี่ยงสูงหรือภูมิคุ้มกันไม่ดี โดยในวันที่ 4 พฤศจิกายนนี้ จะมีการนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องช่วยปรับแนวทางเตรียมพร้อมเรื่องการรักษาเพิ่มเติม เพื่อกระจายในหน่วยบริการทุกแห่งต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มี LAAB ประมาณ 2 แสนโดส เมื่อขยายเป็นการรักษาด้วยจะเพียงพอหรือต้องจัดหาเพิ่มเติมหรือไม่ นพ.ธเรศกล่าวว่า หลังปรับข้อบ่งชี้มาใช้การรักษา ก็จะดูเพิ่มเติมว่าปริมาณการใช้เพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน ซึ่งที่ผ่านมา ไม่ได้จัดซื้อเพิ่ม แต่เป็นการเจรจากับบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด เปลี่ยนวัคซีนป้องกันโควิด-19 มาเป็น LAAB หากพบว่า มีความต้องการใช้เพิ่ม ก็อาจขอปรับเปลี่ยนวัคซีนมาเป็น LAAB เพิ่มได้
ด้าน นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า LAAB แม้จะขยายข้อบ่งชี้มาใช้ในการรักษา แต่ก็ยังเป็นการนำมาใช้เสริมกับวัคซีนเพื่อป้องกัน สำหรับการใช้เพื่อรักษาหลักๆ นั้น จะใช้ในกลุ่มที่เพิ่งเริ่มป่วย ในกลุ่มผู้สูงอายุ มีโรคเรื้อรัง หรือภูมิคุ้มกันไม่ค่อยดี เช่น ผู้ป่วยล้างไต คนไข้มะเร็งรักษาด้วยคีโม ข้อบ่งชี้ก็จะคล้ายกับกลุ่มที่ฉีดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
“แทนที่เราจะให้ยาต้านไวรัสเพื่อป้องกันไม่ให้แบ่งจำนวน แต่แอนติบอดี้จะเข้าไปยับยั้งตั้งแต่ตอนไวรัสเข้ามาใหม่ๆ ได้เลย เพราะจะไปจับตัวไวรัลพาร์ทิเคิล ซึ่งยิ่งให้แอนติบอดี้เร็วเท่าไร ก็ยิ่งดี โดยวันที่ 4 พฤศจิกายนนี้ จะมีการหารือแนวทางการใช้รักษาที่ชัดเจนยิ่งขึ้น” นพ.โสภณกล่าว

