สธ.กำชับ จว.ปฏิบัติตามแนวทางถ่ายโอนบุคลากรปี’67 ให้ปชช.รับบริการคุณภาพจาก รพ.ทุกระดับ
วันนี้ (4 พฤศจิกายน 2565) นพ.พงศ์เกษม ไข่มุกด์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้ประชุมร่วมกับคณะอนุกรรมการบริหารภารกิจถ่ายโอนด้านสาธารณสุขให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และนำเสนอข้อเท็จจริงกรณีการถ่ายโอนรอบปีงบประมาณ 2567 ซึ่งมีบุคลากรที่ไม่ได้ปฏิบัติงานในสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี (สอน.) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) แต่ปฏิบัติงานในสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ (สสอ.) โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลชุมชน แสดงความประสงค์ขอถ่ายโอนไปด้วย จะทำให้เกิดผลกระทบกับประชาชนที่ต้องรับบริการในสถานพยาบาลระดับทุติยภูมิและตติยภูมิ รวมถึงกระทบกับประชาชนในความรับผิดชอบของ สอน./รพ.สต. ที่ต้องส่งต่อมารับการรักษาในสถานพยาบาลที่มีศักยภาพสูงกว่า รวมถึงระบบการเฝ้าระวังโรคและวิกฤตของโรคอุบัติใหม่ ที่มีมาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ นพ.พงศ์เกษม กล่าวว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการบริหารภารกิจถ่ายโอนด้านสาธารณสุขฯ ได้รับทราบและเห็นด้วยว่า ทุกฝ่ายต้องช่วยกันดูแลให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพในทุกระดับ ส่วนประเด็นงบประมาณของ สอน./รพ.สต. ที่ได้รับจัดสรรจากสำนักงบประมาณตามขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก ซึ่งมีข้อกังวลว่าจะไม่เพียงพอนั้น ได้ทำความเข้าใจตรงกันแล้วว่า นอกจากเงินที่ได้รับจัดสรรจากสำนักงบประมาณเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานประจำ (Fixed Cost) สอน./รพ.สต.ยังจะได้รับเงินค่าบริการผู้ป่วยนอกและส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค จาก สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ตามรายหัวประชากรในความรับผิดชอบ และตามข้อตกลงของ สสจ. และองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ซึ่งเป็นไปตามหลักการกระจายอำนาจ ดังนั้น อย่างน้อยที่สุด สอน./รพ.สต.ที่ถ่ายโอนจะได้รับงบ 2 ส่วนดังกล่าว
นพ.พงศ์เกษม กล่าวว่า สำหรับแนวทางการถ่ายโอนบุคลากรไป อบจ.ในปีงบประมาณ 2567 นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัด สธ. ได้ทำหนังสือชี้แจงแนวทางถึงผู้ว่าราชการจังหวัด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปทุกแห่ง เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยย้ำว่าการถ่ายโอนบุคลากรต้องสอดคล้องกับภารกิจที่ถ่ายโอน ยึดหลัก “ภารกิจไป งบประมาณไป ตำแหน่งไป บุคลากรสมัครใจ” และเพื่อไม่ทำให้การถ่ายโอนบุคลากรเกิดผลกระทบต่อกรอบอัตรากำลังและคุณภาพการให้บริการของหน่วยบริการระดับทุติยภูมิและตติยภูมิ จึงกำหนดแนวทางการถ่ายโอนบุคลากร ดังนี้
1.ต้องเป็นบุคลากรที่ปฏิบัติงานและดำรงตำแหน่งที่กำหนดไว้ในโครงสร้างของ สอน./รพ.สต.
2.บุคลากรที่ไม่ได้ปฏิบัติงานใน สอน./รพ.สต.สำนักงานปลัด สธ.ในฐานะต้นสังกัดต้องตรวจสอบและพิจารณา เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการให้บริการในภาพรวม ก่อนรายงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่อปท.วินิจฉัยต่อไป
และ 3.เมื่อ สสจ.ได้รับข้อมูลจาก อบจ. ให้ตรวจสอบรายชื่อผู้ปฏิบัติงานใน สอน./รพ.สต.ให้เป็นไปตามประกาศที่กำหนด กรณีเป็นบุคลากรที่ไม่ได้ปฏิบัติงานใน สอน./รพ.สต. ให้เสนอผู้บังคับบัญชา (นพ.สสจ. ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป) ให้ความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของ อกพ. สธ. ต่อไป

