เอ็นจีโอเผยมติบอร์ด สปสช.จี้ อนุทิน เซ็นประกาศงบปี’66 ทันที
วันนี้ (7 พฤศจิกายน 2565) ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นายนิมิตร์ เทียนอุดม กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ภาคประชาชน และในฐานะตัวแทนกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ครั้งที่ 11/2565 โดยมีวาระสำคัญ คือ การประกาศการบริหารจัดการกองทุน สปสช. ปี 2566 ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธานบอร์ด สปสช. ยังไม่มีการลงนามและขณะนี้ล่าช้าไปกว่า 1 เดือน ส่งผลให้โรงพยาบาล (รพ.) ต่างๆ ทั่วประเทศ ไม่สามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้ ว่า จากการหารือวันนี้ ที่ประชุมเสียงข้างมากมีมติเห็นควรให้รัฐมนตรีว่าการ สธ.ลงนามประกาศ เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนงานต่างๆ ได้ต่อเนื่อง

“วันนี้ที่ประชุมมีมติแล้วว่า ต้องลงนามทันที ซึ่ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ สธ.ก็บอกในที่ประชุมว่า จะรีบดำเนินการพิจารณาให้ ดังนั้น เราต้องเฝ้าว่าจะมีการลงนามหรือไม่ ซึ่งหากมีเหตุที่ไม่ลงนาม ก็ต้องนำเรื่องกลับเข้ามาในบอร์ด สปสช.อีกครั้ง ในการใช้มาตรา 26 (14) มอบให้เลขาธิการ สปสช. ดำเนินการ แล้วต้องมาดูว่า จะไปอย่างไร เลขาธิการ สปสช. จะลงนามหรือไม่ จะกล้าหาญปกป้องประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง หรือจะปกป้องคนคนเดียว” นายนิมิตร์ กล่าวและว่า ประกาศนี้ ควรจะลงนามแล้วเสร็จตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อรองรับการเบิกจ่ายในระบบตามประกาศ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ
นายนิมิตร์ กล่าวว่า โดยปกติ งบประมาณต้องเริ่มวันที่ 1 ตุลาคมของทุกปี เมื่อประกาศออกไม่ทันก็จะกระทบผู้ไปใช้บริการ เพราะ รพ.ยังไม่สามารถเบิกจ่ายเงินได้ ทำให้การรักษาล่าช้าได้ อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่ถูกโต้แย้ง หรือสาเหตุที่ยังไม่มีการลงนาม คือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการ สธ.เสนอว่า งบประมาณส่งเสริมป้องกันโรค (PP) ที่ผ่านมาดูแลคนไทยทุกสิทธินั้น ไม่ถูกต้อง จะต้องดูแลสิทธิผู้ถือบัตรทอง (UC) เท่านั้น จึงเสนอไม่ให้รัฐมนตรีว่าการ สธ.ลงนาม ทั้งที่ จากเดิมตั้งแต่จัดตั้งกองทุนขึ้น งบที่มีนี้เพื่อคนไทย 66 ล้านคน
“เมื่อมีข้อทวงติง เราก็เป็นกังวลว่า หากรัฐมนตรีว่าการ สธ.ไม่ลงนาม ไม่ประกาศ ผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียง ที่เพิ่งมีนโยบายผ้าอ้อมแจกให้สำหรับทุกคน ทุกสิทธิ ต่อไปนี้ ถ้าใครจะไปรับผ้าอ้อมจะต้องเช็กสิทธิตัวเองก่อน ก็จะสร้างความลำบากมาก หรือกรณีฝากครรภ์ ตรวจหาเชื้อเอชไอวี (HIV) ถุงยางอนามัย วัคซีนเด็ก วัคซีนทุกสิทธิ ก็จะเกิดปัญหา” นายนิมิตร์ กล่าวและว่า ดังนั้น จะของดเว้นเพราะกังวลด้านกฎหมาย จึงไม่ถูกต้อง” นายนิมิตร์ กล่าว
นายนิมิตร์ กล่าวว่า สิ่งที่ตนรับฟังการประชุมบอร์ด สปสช. แล้วรู้สึกไม่สบายใจ คือ ที่ปรึกษากฎหมายของรัฐมนตรีว่าการ สธ. บอกว่า มีหน้าที่ป้องกัน เพื่อไม่ให้รัฐมนตรีว่าการ สธ.ลงนามแล้วผิดกฎหมาย
“นั่นหมายถึง เขาพร้อมทำลายหลักการใหญ่เรื่องงานป้องกันที่ต้องดูแลทุกคน เป็นการป้องกันคน 1 คน โดยไม่สนใจว่า ระบบนี้จะพังหรือไม่ กลไกการส่งเสริมป้องกันของประเทศจะพังหรือไม่ ฉะนั้น วันนี้ผมขอบคุณบอร์ด สปสช.ทุกคน โดยเฉพาะเสียงข้างมาก ที่ยืนยันว่าต้องรักษาระบบ แม้จะมีเสียงค้านในที่ประชุมว่า ต้องรับผิดชอบในการลงมติครั้งนี้ว่า หากเกิดข้อที่ผิดกฎหมายจะต้องถูกดำเนินคดีอย่างน้อย 20 ปี ขอบคุณที่เสียงข้างมากยืนยันเพื่อป้องกันโรคให้ทุกคน ตามที่เราได้ดึงงบฯ ส่วนนี้ออกมาจากงบเหมาจ่ายรายหัว เสียงข้างมากยืนยันในสิ่งที่สำนักงบประมาณ ระบุว่าการตั้งงบเพื่อดูแลทุกคนเป็นการกระทำที่ถูกต้องใน เป็นสิ่งที่คณะรัฐมนตรี (ครม.)มอบหมายไว้ตามมาตรา 18 (14) ทำให้เราเห็นความกล้าหาญของบอร์ด สปสช.ในครั้งนี้” นายนิมิตร์ กล่าว

