หมอทวีชี้ทั่วโลกป่วยปอดอักเสบ 400 ล้านคน/ปี แถมโควิดไม่มีวันไปไหน แนะวัคซีนช่วยได้

11.11.22 | 12:04 น.

หมอทวีชี้ทั่วโลกป่วยปอดอักเสบ 400 ล้านคน/ปี แถมโควิดไม่มีวันไปไหน แนะวัคซีนช่วยได้

วันนี้ (11 พฤศจิกายน) สถาบันวัคซีนแห่งชาติ และมูลนิธิวัคซีนเพื่อประชาชน จัดเวทีเสวนาเนื่องในวัน “ปอดอักเสบโลก World Pneumonia Day2022” ที่โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ (รัตนาธิเบศร์) จ.นนทบุรี

รศ. (พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิกรรมการวัคซีนแห่งชาติ กล่าวว่า หลายคนอาจมีคำถามว่า ปอดบวม และ ปอดอักเสบ ต่างกันหรือไม่ แต่จริงๆ แล้วเหมือนกัน แต่ควรใช้คำว่า ปอดอักเสบมากกว่า ซึ่งทั่วโลกนั้น ปีหนึ่งๆ จะมีผู้ป่วยประมาณ 400 ล้านคน เสียชีวิต 2.5 ล้านคน ในจำนวนนี้ครึ่งหนึ่งอายุต่ำกว่า 15 ปี

“จึงถือเป็นโรคได้หมดทุกอายุ แต่การดูแลจะต่างกันในแต่ละช่วงวัย ซึ่งผู้เสียชีวิตกลุ่มเด็กส่วนใหญ่อายุต่ำกว่า 5 ปี ฉะนั้น จึงเป็นกลุ่มที่โรคปอดอักเสบรุนแรง เนื่องจากภูมิคุ้มกันต่ำ ร่วมกับโรคประจำตัว ขณะที่ ผู้ใหญ่ที่เสียชีวิตมักจะอายุมากกว่า 65-70 ปีขึ้นไป เนื่องจากมีโรคประจำตัว ติดเชื้อแล้วอาการรุนแรงได้ง่าย ดังนั้น โรคปอดอักเสบ หรือโรคติดเชื้อจะพบมากในคนอายุน้อยและอายุมากๆ ส่วนกลุ่มวัยทำงาน พบได้น้อยกว่า” รศ. (พิเศษ) นพ.ทวีกล่าว

ทั้งนี้ รศ. (พิเศษ) นพ.ทวีกล่าวว่า สาเหตุการเกิดอาการปอดอักเสบ มีได้จาก 1.หายใจเอาไวรัสเข้าไปในร่างกาย ซึ่งเกิดได้น้อย เนื่องจากร่างกายมีระบบต่อสู้กับเชื้อโรค และ 2.เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย โดยตัวสำคัญที่สุดคือ นิวโมคอคคัส (pneumococcal) ซึ่งเป็นเชื้อที่อยู่ในลำคอ รอวันที่จะจู่โจมในวันที่ร่างกายอ่อนแอ เช่น เป็นไข้หวัด ทางเดินหายใจขรุขระนำพาเชื้อลงปอดไป หรือเข้าสู่ระบบเลือดที่จะเกิดโรคทางสมอง กระดูก เกิดเป็นกลุ่มโรคปอดอักเสบที่รุนแรง (IPD)

รศ. (พิเศษ) นพ.ทวีกล่าวว่า ปัจจัยที่จะเกิดโรคปอดอักเสบ นอกจากอายุแล้ว การกินนมแม่ก็สำคัญ เพราะเด็กเล็กที่ได้กินนมแม่ก็จะมีภูมิคุ้มกัน ทางการแพทย์จึงสนับสนุนอย่างยิ่งให้เด็กหลังคลอดกินนมแม่เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันสู้โรคต่างๆ ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม อากาศที่มีฝุ่นทำให้เกิดการระคายเคืองในระบบทางเดินหายใจได้ หรือบ้านที่มีควันบุหรี่ ก็ทำให้คนในบ้านเกิดปอดอักเสบได้ง่ายขึ้น ปัจจัยทางเศรษฐกิจของประเทศ เช่น การขาดอาหารทำให้ร่างกายอ่อนแอลง ภูมิคุ้มกันก็จะลดลง และปัจจัยส่วนบุคคล ฉะนั้น วัคซีนสำคัญมาก ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนา ในอนาคตอันใกล้นี้ วัคซีนจะเป็นส่วนประกอบหลักในการต่อสู้กับโรคภัยอย่างมาก

Advertisement

รศ. (พิเศษ) นพ.ทวีกล่าวว่า การระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้เกิดองค์ความรู้ในการพัฒนาวัคซีนสูง ดังนั้น วัคซีนในอนาคตจะมีโอกาสสำเร็จสูงมาก

“เชื้อไวรัส RSV ที่ทำให้เกิดปอดอักเสบในเด็กและผู้ใหญ่สูง แต่ข่าวล่าสุด ก็เริ่มพัฒนาวัคซีนใกล้สำเร็จแล้ว มีผลการศึกษาในผู้สูงอายุแล้วก็จะมีการศึกษาในเด็กต่อไป นอกจากนั้น มีการศึกษาในหญิงตั้งครรภ์ที่เมื่อคลอดลูก ก็จะมีภูมิคุ้มกันป้องกันเชื้อตั้งแต่อยู่ในท้องได้” รศ. (พิเศษ) นพ.ทวีกล่าว

รศ. (พิเศษ) นพ.ทวีกล่าวว่า นอกจากนี้ วัคซีนป้องกันปอดอักเสบที่เกิดจากเชื้อต่างๆ อย่างวัคซีนต่อเชื้อนิวโมคอคคัส เป็นวัคซีนที่อยากได้มาก โดยเฉพาะในเด็กเพื่อป้องกันโรคไอพีดี อาการรุนแรง นอกจากนี้ ยังมีวัคซีนฮิบ (Hib) ซึ่งปัจจุบันเด็กไทยได้แล้ว ป้องกันทั้งปอดอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบได้ ส่วนวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่กำลังระบาด ยิ่งการสวมหน้ากากอนามัยลดลง การระบาดจะมากขึ้น ดังนั้น การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ปีละครั้ง แต่คุ้มค่ามาก เพราะนอกจากป้องกันไข้หวัดใหญ่ ยังป้องกันนิวโมคอคคัสได้

“สุดท้ายขอย้ำเรื่องโรคโควิด-19 ว่า ไม่มีวันไปไหน จะอยู่กับเราไปชั่วกัลปาวสาน และจะลากเอาพี่น้องมาด้วย ดังนั้น โควิด-19 เป็นตัวอย่างสำคัญ ว่าการบาลานซ์ของธรรมชาติกับมนุษย์สำคัญมาก ยังมีเชื้อโคโรนาไวรัสตัวใหม่ๆ อีกมากที่รออยู่ และรอที่ไหน เชื่อว่า รออยู่ในค้างคาว ดังนั้น ข่าวที่ไปกินค้างคาว อย่าเล่นกับไฟ อันตรายสุดสุด เพราะค้างคาวเป็นสุดยอดแห่งสัตว์นำเชื้อโรคต่างๆ ทั้งไข้หวัดใหญ่ โคโรนาไวรัส ไข้สมองอักเสบ พิษสุนัขบ้า ฯลฯ” รศ. (พิเศษ) นพ.ทวีกล่าว และว่า การฉีดวัคซีนโควิด-19 จะป้องกันอาการรุนแรง ปอดอักเสบ และเสียชีวิตได้ ดังนั้น กลุ่มเสี่ยงผู้สูงอายุให้รีบไปฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น (บูสเตอร์ โดส) จะป้องกันการเสียชีวิตได้ ทั้งนี้ เพราะโควิด-19 ป่วยแล้วก็หาย แต่หากลงปอด จนเกิดปอดอักเสบจะรุนแรงมาก