สธ.เผยไทยติดโควิดนอน รพ.เพิ่มขึ้น 3-4% จริง! แต่ยังอยู่ในเกณฑ์รับมือได้

11.11.22 | 16:11 น.
แฟ้มภาพ

สธ.เผยไทยติดโควิดนอน รพ.เพิ่มขึ้น 3-4% จริง! แต่ยังอยู่ในเกณฑ์รับมือได้

วันนี้ (11 พฤศจิกายน) นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์โรคโควิด-19 ในช่วงนี้ที่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ขึ้น ร้อยละ 3-4 ว่า หลักการคือ เมื่อมีกิจกรรม การรวมกลุ่มคนมากๆ ก็จะพบการระบาดของเชื้อได้มากขึ้นตามธรรมชาติ ซึ่งกองระบาดฯได้ติดตามข้อมูลผู้ป่วยที่เข้ารักษาในโรงพยาบาล (รพ.) พบว่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 3-4 แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่คาดการณ์เอาไว้

ทั้งนี้ นพ.จักรรัฐกล่าวว่า หากผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเกินร้อยละ 10 ก็จะถือว่าเพิ่มขึ้นมาก แต่ขณะนี้ยังเป็นการเพิ่มขึ้นในลักษณะค่อยๆ เพิ่ม อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญคือ 1.การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่ทำให้ผู้ติดเชื้อมีอาการน้อยมาก เช่น ไอเล็กน้อย ซึ่งตามธรรมชาติของโรคก็จะแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นได้น้อยลง แม้จะไม่มีการกักตัวก็ไม่ทำให้เชื้อกระจายไปมาก นอกจากนั้น ยังเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ที่มากขึ้นด้วย เพราะคนไม่ได้มีอาการหนักจนต้องเข้า รพ. และ 2.คนส่วนใหญ่ยังให้ความร่วมมือในการสวมหน้ากากอนามัยป้องกัน

“ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 3-4 นั้น จริง แต่จากการตรวจสอบกับ รพ.ต่างๆ พบว่ามีผู้เข้ารับการตรวจและยืนยันว่าเป็นโควิดจำนวนมาก เพียงแต่อาการน้อยมาก หลายจังหวัดไม่พบผู้เสียชีวิตต่อเนื่องเป็นเวลานับเดือน ส่วนใหญ่อาการไม่หนักก็ไม่ต้องนอน รพ. (แอดมิต) ฉะนั้น เป็นไปไม่ได้แล้วที่ รพ.จะเตียงเต็ม นอกจากกรณีการเอาเตียงผู้ป่วยโควิด-19 ไปรองรับผู้ป่วยโรคอื่น” นพ.จักรรัฐกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่ดีขึ้น หมายถึงว่าจะไม่มีโอกาสที่จะระบาดใหญ่แล้ว นพ.จักรรัฐกล่าวว่า ไม่ใช่ไม่มีโอกาส แต่มีโอกาสน้อยมาก นอกจากจะมีสายพันธุ์ใหม่ ดังนั้น เราก็ใช้ชีวิตให้ปกติที่สุด เพื่อไม่ให้เครียดจนเกินไป สำหรับการคาดการณ์หลังปีใหม่ ก็อาจจะพบผู้ติดเชื้อใหม่รายวันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่เราดูเทียบรายสัปดาห์ อย่างเมื่อก่อนเราเคยมีผู้ป่วยแอดมิตสัปดาห์ละ 30,000 ราย ขณะนี้เหลือ 300-400 ราย

Advertisement