เปิดใจ! อดีตขี้ยาเลิกยาบ้าใน 7 วัน ด้วยกัญชา แนะรัฐให้ความรู้ ปชช.ใช้ถูกต้อง

15.11.22 | 15:51 น.

เปิดใจ! อดีตขี้ยาเลิกยาบ้าใน 7 วัน ด้วยกัญชา แนะรัฐให้ความรู้ ปชช.ใช้ถูกต้อง

วันนี้ (15 พฤศจิกายน 2565) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่เครือข่ายประชาชนเพื่อการมีกฎหมายควบคุมกัญชาในประเทศไทย จัดเวทีแถลงการณ์ยืนยันถึงความจำเป็นของการมี พ.ร.บ.กัญชา เพื่อควบคุมกัญชาเชิงระบบในสังคมไทย ที่สวนครูองุ่น ซอยทองหล่อ 3 กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2565

นายพงษ์พัฒน์ นามมูลน้อย หรือ ไก่ อายุ 33 ปี เจ้าของ “เดินวนฟาร์ม” ได้เปิดเผยประสบการณ์ชีวิต ว่า ก่อนจะเป็นเจ้าของฟาร์ม เคยเป็น “ขี้ยา” ใช้สารเสพมาทุกชนิด ทั้ง เหล้า บุหรี่ ยาอี ยาบ้า ฯลฯ มาตั้งแต่อายุ 14 ปี เป็นทั้งผู้เสพและผู้ค้ายาเสพติด

“ลองมาทุกชนิด ไม่รู้ผิดรู้ถูก คิดไม่ได้ ใช้ชีวิตไม่เป็น ไม่เห็นความสำคัญของพ่อแม่และครอบครัว หมกมุ่นกับยานรก มาถึง 15 ปี ช่วงแรกตอบสนองความต้องการ จนกลายเป็นสนุก และสุดท้ายกลายเป็นขี้ยา หาความสุขไม่ได้ ร่างกายทรุดโทรม” นายพงษ์พัฒน์กล่าว และว่า แต่จุดเปลี่ยนของชีวิตคือ มีการปราบปรามยาเสพติดหนักมาก ทั้งฆ่าตัดตอน และจับขังคุก

นายพงษ์พัฒน์ กล่าวถึงเหตุผลที่เข้าไปในวังวนยาเสพติดนั้น ไม่ได้เกิดจากการอยากลอง แต่เกิดจากการตอบโจทย์ความต้องการของชีวิต ณ เวลานั้น ด้วยความที่ตนทำงานเป็นม้าเร็วส่งอาหารในช่วงกลางคืน กลางวันต้องเรียน จึงทำให้ร่างกายอ่อนล้า และหมดพลังที่จะทำงานให้ได้ดี

Advertisement

“มีเพื่อนแนะนำให้ใช้ยาบ้า เพื่อให้ร่างกายตื่นและมีพลัง พอได้ลอง ก็พบว่ามันตื่นและทำให้ไม่ง่วงจริง จึงได้เริ่มใช้ แรกๆ ลองแค่วันละ 1 ขา (ยาบ้า 1 เม็ดมี 4 ขา) พอหมดฤทธิ์ยาก็ง่วงอีก เลยต้องเพิ่มปริมาณจนเพิ่มเป็น 1 เม็ด (4 ขา)  และมากขึ้นเรื่อยๆ จากเสพเป็นขาย เพราะเห็นช่องทางในการนำรายได้มาซื้อยามาเสพ” นายพงษ์พัฒน์กล่าว และว่า เมื่อเริ่มจากยาบ้า ก็เชื่อมโยงไปใช้สิ่งเสพติดชนิดอื่นเกือบทุกชนิด ยาอี ยาไอซ์ เหล้า บุหรี่ ฯลฯ ร่างกายทรุดโทรม สมองสั่งการช้า เบลอ พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง เพราะไม่ใช่การใช้แบบธรรมดา แต่ใช้ต่อเนื่องมาถึง 15 ปี

นายพงษ์พัฒน์กล่าวว่า กระทั่งเจอกัญชา จึงได้ทดลองใช้ตั้งแต่ยังผิดกฎหมาย เพราะรู้ว่ากัญชามีสรรพคุณในการบรรเทาโรคบางอย่างได้ จึงได้ปลูกไว้หลายต้น และได้ลองเสพต่อเนื่อง 7 วัน

“ปรากฏว่า เราหยุดยาบ้าได้ และลืมสิ่งเสพติดชนิดอื่นไปเลย จึงได้ใช้ต่อเนื่องมาอีก 3 เดือน ทำให้ร่างกายจำ และปรับตัวจนคุ้นชิน ไม่รู้สึกว่าเราต้องการจะไปเสพอะไรอีก และผลพวงที่ได้จากกัญชา คือ ความนิ่ง สงบ ไม่ทำร้ายใคร ไม่ฉุนเฉียว คงไม่เกินไปนัก ถ้าเปรียบเป็นต้นไม้สวรรค์ รักษาได้หลายอย่าง หนุนเสรี แต่ต้องมีการให้ความรู้วิธีใช้อย่างถูกต้องเหมาะสม และโดยส่วนตัว ปัจจุบันก็เลิกใช้กัญชาแล้ว เนื่องจากได้ในสิ่งที่ชีวิตต้องการแล้ว จึงหยุดและพอ ใครที่บอกว่าใช้กัญชาแล้วไปทำร้ายคนอื่น ไปปีนเสาไฟ ผมยืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็นไปไม่ได้ เขาต้องเสพกัญชาร่วมกับยาเสพติดอื่นแน่นอน ผมอยู่ตรงนี้มานาน เพื่อนผมแก๊งเดียวกัน ตีรันฟันแทง ใครมองหน้าไม่ได้ มีเจ็บมีตายแน่ มันเจอกัญชาเข้าไป ยังยืนยิ้มให้เขา กินข้าวได้มากขึ้น ใจเย็น เล่นกีตาร์ได้เพราะนิ่งขึ้น มีเวลาใช้สมอง ใช้ความคิด ผมพูดได้เลยว่า ผมยกความดีให้กัญชา ใครที่บอกใช้กัญชาแล้วหลอน เรียกมาหาผมเลย พวกนี้มั่วมาก ทำวงการกัญชาเสียหมด กัญชาไม่เคยทำให้คนประสาทหลอน มากสุดก็แค่ ไม่ออกจากบ้าน เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง เพื่อนผมคนหนึ่ง เคยเรียกว่า สารพัดความเลวอยู่กับมันทั้งหมด นักเลงสุดๆ ขับรถซิ่งมาหาผม เบรกทีได้ยินกันไปหลายบ้าน ผมให้กัญชาไป ขากลับมันจูงรถมอเตอร์ไซค์กลับ ผมก็เจอมาแล้ว” นายพงษ์พัฒน์กล่าว

นายพงษ์พัฒน์กล่าวว่า มีหลายคนที่ตนดึงมาใช้กัญชา ก็เปลี่ยนชีวิตแทบทุกคน จากที่เคยไม่ทำงาน วันๆ เอาแต่เสพยา ก็กลับไปทำงาน บางคนไปวาดการ์ตูน บางคนไปเป็นผู้จัดการบริษัท มีหลายคนเป็นนักดนตรี ทำงานศิลปะ บางคนยังใช้กัญชาอยู่ บางคนเลิก

“อย่างผมนี่คือ เลิก เพราะได้ชีวิตที่ต้องการแล้ว และก็เลิกมาตั้งแต่ยังไม่มีกัญชาเสรี เรามีครอบครัว ถ้าทำอะไรที่ผิดกฎหมาย ถูกจับไป ลูกเมียก็จะเสียใจ แต่ก็ไม่เคยเสียงาน คนใช้กัญชาไม่เสียงาน แต่ยาเสพติดอย่างอื่นเสียงาน ความเป็นกัญชา มันเคลิ้ม ไม่มีความกดดันตัวเอง ไม่ร้อนใจ เวลาสูบ ความร้อนใจ กระหายต้องการอย่างอื่น มันลดลงไป จากมือสั่น ลงแดง ไม่ทำงาน เหมือนคนบ้า อ้อนวอนใครก็ได้ไปซื้อยาบ้ามาให้เม็ดละพันก็ยอม แต่กัญชาไม่เป็น” นายพงษ์พัฒน์กล่าว และว่า ถึงแม้จะรู้ว่ากัญชาดี แต่ก็ยังดึงเพื่อนมาได้ไม่ทั้งหมด หลายคนยังไม่พร้อม

นายพงษ์พัฒน์กล่าวว่า ไม่ได้เสนอแนะต่อรัฐบาล แต่สิ่งที่อยากเห็นคือ อยากให้ควบคุมในระดับการใช้กัญชาอย่างถูกต้อง ทั้งปริมาณการใช้ รวมถึงแนะนำสรรพคุณในกรณีที่ใช้ในทางการแพทย์ โดยส่วนตัวเชื่อว่า แม้ว่ากัญชาจะดี แต่ถ้าใช้มากเกินไปก็ไม่ได้ สมุนไพรที่ว่าดีที่สุดในโลก ใช้เกินขนาดก็เป็นโทษได้เช่นเดียวกัน ตนปลูกกัญชามานาน ตั้งแต่ยังไม่ถูกกฎหมาย เวลาใครเจ็บไข้ได้ป่วย ก็เอาไปให้

“ผมบอกเลยว่า กัญชาเปรียบเสมือนต้นไม้สวรรค์ ผมช่วยคนมาเยอะ คนแก่ป่วยก็เอาไปให้เขาต้มเป็นสมุนไพรกิน ใช้ใบในปริมาณน้อย แต่ก็ไม่รู้ว่าแค่ไหนถึงพอเหมาะ การสื่อสารกับชาวบ้านจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะคนสูงอายุที่เข้าไม่ถึงสื่อโซเชียล และข้อมูลที่ถูกต้อง ใครมีวิชาการ งานวิจัย มีความรู้ด้านนี้ก็ควรจะสกัดมาเป็นยาทางเลือกให้ได้ แต่จะให้ผมไปพูด คนก็คงไม่เชื่อ ต้องเป็นหมอ นักวิชาการ นักวิจัยช่วยพูด ผมไม่เห็นด้วยหากจะคว่ำ พ.ร.บ.กัญชา แต่ควรเน้นเรื่องการให้ความรู้และคุมการใช้ โดยเฉพาะเรื่องของอายุ เด็กก็ไม่สมควรใช้ เพราะจะทำให้อยากนอน ไม่เรียน และเขาก็ไม่สามารถแยกแยะได้เหมือนในวัยที่ผมเคยลอง” นายพงษ์พัฒน์กล่าว

ทั้งนี้ ไก่ หรือนายพงษ์พัฒน์ เรียนจบชั้น ม.3 ปัจจุบันเป็นเจ้าของฟาร์ม “เดินวนฟาร์ม” เขาและครอบครัวปลูกผักออร์แกนนิค ส่งขาย เป็นวิทยากรการปลูกผักให้กับโรงเรียนต่างๆ และยังหารายได้เสริมจากการเป็นสารพัดช่าง ทั้งช่างซ่อมคอมพิวเตอร์และปริ้นเตอร์ ช่างไฟ ช่างเชื่อม ช่างเฟอร์นิเจอร์ ช่างฝ้า ช่างก่อสร้าง