อนุทิน ยันออกประกาศคุมช่อดอกสกัดร้านขายกัญชา ชี้มี พ.ร.บ. เพิ่มความสะดวก กม.

16.11.22 | 11:59 น.

อนุทิน ยันออกประกาศคุมช่อดอกสกัดร้านขายกัญชา ชี้มี พ.ร.บ. เพิ่มความสะดวก กม.

หลังมีรายงานข่าว นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) แสดงความกังวลเกี่ยวกับร้านขายกัญชาเพื่อสันทนาการ พร้อมเร่งให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาผ่านร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กัญชา กัญชง พ.ศ. … นำเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภานั้น

ล่าสุด วันนี้ (16 พฤศจิกายน 2565) เฟซบุ๊ก “อนุทิน ชาญวีรกูล” ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) โพสต์ข้อความระบุว่า ทราบข่าวข้อกังวลในแบบเดียวกับที่นายสมชาย แสวงการ กังวลมาระยะหนึ่งแล้ว ดังนั้น ในระหว่างที่รอการบังคับใช้ พ.ร.บ.กัญชา กัญชงฯ สธ.จึงได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ.2565 ฉบับปรับปรุง ที่เน้นควบคุม “ช่อดอกกัญชา”

ทั้งนี้ ข้อความดังกล่าวระบุว่า “ได้เห็นข่าว ส.ว.สมชาย แสวงการ แสดงความกังวลเกี่ยวกับร้านค้าที่ขายกัญชาให้นักท่องเที่ยวสูบในร้าน ผมได้รับฟังและเข้าใจข้อกังวลของสังคมในเรื่องนี้มาระยะหนึ่งแล้ว ระหว่างที่เรารอการพิจารณา พ.ร.บ.กัญชา กัญชงฯ ในสภาฯ

นั่นคือ เหตุผลที่เราออกประกาศสมุนไพรควบคุมกัญชาฉบับใหม่ ที่ปรับปรุงจากฉบับเดิมขึ้นมา เพราะประกาศฉบับเดิมนั้น เน้นควบคุมการขายให้เด็กและสตรีมีครรภ์ แต่ฉบับใหม่มีการห้ามการขายช่อดอกทั้งหมด ไม่ว่ากับใคร ยกเว้นได้รับอนุญาต โดยเฉพาะการขายช่อดอกที่แปรรูปเพื่อสูบด้วย แม้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนยืนยันว่าการสูบกัญชาแบบคนที่ใช้เป็นจะไม่เป็นอันตรายเท่าเหล้า บุหรี่ ซึ่งเราก็ทำเพื่อตอบสนองต่อข้อกังวลของสังคมโดยตรง ระหว่างรอ พ.ร.บ.กัญชาฯ

ประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ว่าด้วยเรื่องกำหนดช่อดอกเป็นสมุนไพรควบคุมนั้น ผมได้ลงนามและส่งไปที่สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว หมายความว่า หลังประกาศฉบับนี้ถูกประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา ใครก็เปิดร้านกัญชาเพื่อสูบไม่ได้ ขายช่อดอกไม่ได้ ยกเว้นคนที่ขอใบอนุญาต ซึ่งเราเปิดช่องไว้สำหรับการแพทย์ อย่าลืมว่า มีการใช้กัญชาเพื่อรักษาโรคและบำบัดการติดยาเสพติด เช่น พวกยาบ้าได้ด้วย

Advertisement

ผมเห็นตรงกับท่าน ส.ว.ครับ อยากให้สภาฯ พิจารณาผ่านกฎหมายโดยเร็ว ไม่ควรประวิงเวลา เพราะถ้ามีกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอยู่ในที่เดียวกัน แทนที่จะเป็นประกาศหลายๆ ฉบับอย่างที่มีอยู่ ก็ย่อมสะดวกกว่าสำหรับผู้บังคับใช้ หากมีอะไรที่กระทรวงสาธารณสุขทำเพิ่มเติมได้ระหว่างนี้ เราก็จะดำเนินการอย่างดีที่สุด”