จิตแพทย์ชี้ทำห้องรก อาจไม่ใช่ขี้เกียจ แต่เป็นโรคฮอร์ดดิ้ง ชอบสะสมของไม่มีคุณค่า

18.11.22 | 13:42 น.

จิตแพทย์ชี้ทำห้องรก อาจไม่ใช่ขี้เกียจ แต่เป็นโรคฮอร์ดดิ้ง ชอบสะสมของไม่มีคุณค่า

วันนี้ (18 พฤศจิกายน 2565) นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีโลกออนไลน์แชร์คลิปวิดีโอหญิงรายหนึ่งที่เก็บของไว้ในห้องจนล้นแทบไม่มีที่นอน ซึ่งมีคนดูกว่า 2.4 ล้านครั้ง โดยหลายคอมเมนต์ตั้งข้อสังเกตว่า มีอาการป่วยทางจิตหรือไม่ บ้างก็บอกว่าหรือแค่ขี้เกียจเก็บของ ว่า เรามักจะได้ยินเรื่องนี้อยู่บ่อยๆ ส่วนกรณีที่เกิดขึ้น ตนยังไม่เห็นข้อมูล จึงไม่สามารถให้ข้อมูลได้ชัดๆ ว่า เกิดจากสาเหตุใดหรือเป็นโรคทางจิตเวชหรือไม่ แต่ก็จะมีโรคทางจิตเวชที่เกี่ยวข้อง คือ ภาวะชอบเก็บสะสมสิ่งของ หรือ “Hoarding Disorder” หนึ่งในกลุ่มอาการย้ำคิดย้ำทำ ซึ่งการจะบอกว่าเป็นโรคนี้หรือไม่ต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ก่อน

“แต่หลายกรณีที่เห็นผู้ที่เป็นภาวะฮอร์ดดิ้ง คือ สะสมของเยอะๆ เรียงกันเป็นชั้นๆ ไม่มีที่เดินหรือนอน ไม่มีพื้นที่ส่วนตัวเลย รวมถึงไม่สามารถทิ้งของนั้นๆ ไปได้แม้ว่าของจะมีหรือไม่มีคุณค่าต่อตัวเขาเอง และรู้สึกโกรธ ถ้ามีคนไปยุ่งกับของของเขา รวมถึงบางรายมีภาวะแยกตัวออกจากสังคม มองไม่เห็นว่าสิ่งที่ตัวเองสะสมนั้นเป็นปัญหา ที่หมายถึงสุขภาพกายด้วย เพราะสภาพแวดล้อมมีเชื้อโรค มีฝุ่นสะสม” นพ.วรตม์ กล่าว

โฆษกกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า สำหรับภาวะฮอร์ดดิ้งจะต่างจากอาการขี้เกียจที่คนมักจะไม่เก็บข้าวของ ไม่ล้างจาน แต่ส่วนมากที่พบคือ ห้องสกปรก เลอะเทอะ แต่ไม่มีการสะสมของ ยังมองว่าความสกปรกเป็นปัญหาและยิ่งรู้สึกดีใจที่มีคนมาเก็บของทำความสะอาดให้ ต่างจากฮอร์ดดิ้งที่ชอบสะสมของไว้และมองว่าความสกปรกไม่ใช่ปัญหา

“มีบางกรณีที่เคยเจอ เช่น คนที่เป็นโรคซึมเศร้า หรือโรคไบโพลาร์มากๆ ที่ไม่มีแรง ทำอะไรไม่ได้ ห้องเริ่มสกปรก นี่จึงเป็นสาเหตุที่ต้องให้จิตแพทย์วินิจฉัยว่า เป็นปัญหาใดเกิดขึ้น แต่ฮอร์ดดิ้งจะชัดมากคือ สะสมของที่ไม่ได้มีประโยชน์ เก็บของจากที่อื่นมาสะสมไว้ เช่น ชามหรือถุงพลาสติก ของที่ไม่ได้มีคุณค่าทางจิตใจของเขา ซึ่งจะต่างกับนักสะสมของทั่วไป” นพ.วรตม์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากเจอคนใกล้ชิดมีอาการคล้ายฮอร์ดดิ้ง จะมีวิธีพูดคุยกับเขาอย่างไร นพ.วรตม์ กล่าวว่า กล่าวว่า เราจะไม่สามารถตัดสินได้ว่าใครมีภาวะทางจิตหรือเป็นฮอร์ดดิ้งหรือไม่ ต้องพาไปพบผู้เชี่ยวชาญ แต่วิธีสังเกตเบื้องต้นคือ มีอาการแยกตัว ไม่ค่อยมีเพื่อนหรือญาติ ทำให้อาการมากขึ้น สะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนน่าตกใจ อย่างไรก็ตาม การที่เขามีคุณเป็นเพื่อนก็เป็นเรื่องที่โชคดี เราจึงควรไปคุยกับเขาว่าการที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมแบบนี้เป็นอันตรายต่อสุขภาพกายและใจ แนะนำให้ลองไปพบผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้คำแนะนำ รวมถึงเพื่อนก็ควรจะพาไปด้วย เพราะอาการฮอร์ดดิ้งสามารถรักษาได้ โดยอาศัยคนใกล้ชิดที่ให้กำลังใจ พูดคุยกับเขา ไม่ให้กลับมามีอาการเริ่มสะสมของอีก เพื่อให้เขาใช้ชีวิตให้สิ่งแวดล้อมที่สะอาดขึ้นได้

Advertisement