สปสช.จัดครบ 20 ปี สู่ทศวรรษที่ 3 ยันประชาชนมีความมั่นคงด้านสุขภาพ

สปสช.จัดครบ 20 ปี สู่ทศวรรษที่ 3 ยันประชาชนมีความมั่นคงด้านสุขภาพ

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2565 ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จัดงาน “วันสถาปนาสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ” ตรงกับวันที่ 19 พฤศจิกายนของทุกปี โดยปีนี้ครบรอบปีที่ 20 ก้าวสู่ทศวรรษที่ 3

ทั้งนี้ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. เป็นประธานวางพวงมาลัยรูป นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ เลขาธิการ สปสช.คนแรก และเป็นผู้ผลักดันการก่อตั้งกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยมี นพ.วินัย สวัสดิวร และ นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา อดีตเลขาธิการ สปสช. พร้อมด้วยอดีตผู้บริหารหน่วยงานด้านสาธารณสุข อาทิ นพ.วิชัย โชควิวัฒน อดีตอธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล อดีตเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และ นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เข้าร่วม ในปีนี้ พระปัญญานันทมุนี เจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษดิ์ ร่วมแสดงธรรมเทศนา เรื่อง “พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา และกตัญญู คุณธรรม สู่ความเบิกบานงาน และสำราญในชีวิต” ด้วย

Advertisement

นพ.จเด็จกล่าวว่า วันนี้ สปสช.เดินทางมาถึงปีที่ 20 แล้ว และกำลังก้าวย่างสู่ทศวรรษที่ 3 ในการทำหน้าที่ดูแลสิทธิสุขภาพและการเข้าถึงบริการสุขภาพให้กับประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ที่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้กับคนไทยทุกคน

“หลักประกันสุขภาพแห่งชาติมีความหมายสอดคล้องกับ ‘Universal health coverage’ ซึ่งในการร่วมประชุมเวทีต่างประเทศมีคำถามว่า ทำไมไทยจึงใช้คำว่า Security (ความมั่นคง) ไม่ใช้ Insurance (ประกัน) เหมือนที่ต่างประเทศใช้กัน เหตุผลในเรื่องนี้ก็เนื่องจาก นพ.สงวนมีวิสัยทัศน์ในการสร้างระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่ไม่อยากให้เป็นแค่เรื่องของระบบประกัน แต่เป็นการมุ่งสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพให้กับประชาชน ซึ่งจะทำให้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติมีความยั่งยืน โดย สปสช.จะยังคงยึดการขับเคลื่อนตามทิศทางนี้ต่อไป” นพ.จเด็จกล่าว

ด้าน นพ.วินัยกล่าวว่า เมื่อมองกลับมาที่ สปสช.และระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติแล้ว รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ทำงานที่นี่และทุกครั้งต้องนึกถึง นพ.สงวน ในฐานะผู้ที่ผลักดันทุกทาง เพื่อให้เกิดหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งบทบาท สปสช.คือเป็นตัวแทนของประชาชนเพื่อทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพและเรื่องสุขภาพก็ไม่มีวันจบสิ้น ทั้งการเพิ่มสิทธิประโยชน์ก็ไม่ได้หมายความว่าทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพ ดังนั้นเมื่อ สปสช.ทำหน้าที่ลดอุปสรรคทางการเงินแล้ว หากเราต้องการให้ประชาชนเข้าถึงบริการก็ต้องทำในมิติอื่นเพิ่มเติม ทั้งปัญหาอุปกรณ์และเครืองมือแพทย์ ยาและเวชภัณฑ์ เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ในอนาคตจะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ฉะนั้นบทบาท สปสช.จะไม่มีวันลดลงและจะมีกลไกที่ช่วยให้เข้าถึงบริการเพิ่มเติม และในอีก 20 ปี สปสช.จะยังคงทำหน้าที่นี้ต่อไป โดยจะได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนเพิ่มมากขึ้น

ขณะที่ นพ.ศักดิ์ชัยกล่าวว่า มี 3 สิ่ง ที่เป็นความภาคภูมิใจและต้องบอกคน สปสช. คือ 1.การได้มาทำงานที่นี่ทำให้ได้อยู่ท่ามกลางผู้ที่เป็นพหูสูตรซึ่งได้สร้างนวัตกรรมทางสังคม หลักประกันสุภาพแห่งชาติต้องบอกว่าเป็นระบบทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระดับประเทศ ทำให้คนไทยมีหลักประกันสุขภาพ 2.วิสัยทัศน์ขับเคลื่อน สปสช. ตั้งแต่เริ่มต้นเรายึดหลักการเพื่อให้ “ทุกคนบนผืนแผ่นดินไทยได้รับการคุ้มครองสุขภาพ”

“จนถึงวันนี้ 20 ปี ถึงสมัยของ นพ.จเด็จ สปสช.เองไม่เคยเปลี่ยนแปลงยังคงเดินหน้าหลักการเดิม สะท้อนถึงความตั้งใจ และ 3.การขับเคลื่อนจากนี้ ด้วยระบบบริการวันนี้เรามาถึงจุดที่เพิ่มเติมได้น้อยมาก เพราะ สปสช.ได้ทำให้เกิดความคุ้มครองและทั่วถึง มีเพียงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่ยังต้องทำเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม เพื่อทำประชาชนให้เกิดความมั่นใจยิ่งขึ้น สปสช.ต้องดึงผู้เล่นใหม่ โดยเฉพาะท้องถิ่นเข้ามาร่วมดูแลสุขภาพและเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยทั้งหมดต้องเดินไปด้วยกัน” นพ.ศักดิ์ชัยกล่าว

บ่ายวันเดียวกัน นพ.จเด็จได้นำผู้บริหารและบุคลากร สปสช. ร่วมประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริตและประกาศเจตนารมณ์เป็นองค์กรคุณธรรมต้นแบบประจำปี 2566 ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และกระทรวงวัฒนธรรม ตามหลัก “คุณธรรมนำการพัฒนา” ภายใต้คุณธรรมเป้าหมาย “พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา กตัญญู” จาก “ปัญหาที่อยากแก้” และ “ความดีที่อยากทำ” ดังนี้

ปัญหาที่อยากแก้ 1.การใช้ข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน เพียงพอในการบริหารและจัดการกับปัญหาอุปสรรค 2.การสร้างภูมิคุ้มกันในการบริหารองค์กรในด้านงบประมาณให้มีความยั่งยืน 3.การส่งเสริมบุคลากรให้มีสำนึกดีมีคุณธรรม ปฏิบัติตามวัฒนธรรมและค่านิยมขององค์กร

ความดีที่อยากทำ 1.การปฏิบัติตามระเบียบวินัยของหน่วยงานอย่างเคร่งครัด 2.การปฏิบัติจิตอาสา เสียสละเพื่อผู้อื่น และสังคม 3.การกตัญญู สำนึกความดี ส่งเสริมคนดีมีความสามารถ

 

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image