สปสช.ยันดีเลย์เซ็นเกณฑ์กองทุนปี’66 ไม่กระทบคนไข้บัตรทอง โอนค่าโควิดกว่าหมื่นล้านแล้ว!

23.11.22 | 18:08 น.

สปสช.ยันดีเลย์เซ็นเกณฑ์กองทุนปี’66 ไม่กระทบคนไข้บัตรทอง โอนค่าโควิดกว่าหมื่นล้านแล้ว!

วันนี้ (23 พฤศจิกายน) นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวถึงประเด็นร่างประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การดำเนินงานและการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 กรณีบริการด้านเสริมสุขภาพและป้องกันให้แก่ประชาชนไทยทุกคนว่า แม้ขณะนี้ร่างหลักเกณฑ์ฯฉบับดังกล่าวจะยังไม่ได้รับการลงนามจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) จนอาจทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าจะเกิดผลกระทบกับหน่วยบริการและการให้บริการแก่ประชาชนนั้น

“สปสช.ขอเรียนว่า ประเด็นนี้ไม่ส่งผลกระทบกับการให้บริการแก่ประชาชน หน่วยบริการยังคงให้บริการประชาชนตามปกติเช่นเดิม แม้ว่าการประกาศใช้หลักเกณฑ์ฯฉบับดังกล่าวอาจล่าช้ากว่าปกติไปบ้าง เนื่องจากมีการตีความกฎหมายที่ต่างกันว่าสิทธิในการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ครอบคลุมคนไทยทุกคนหรือเฉพาะผู้มีสิทธิบัตรทอง” นพ.จเด็จกล่าว

ขณะเดียวกัน เลขาธิการ สปสช.กล่าวว่า สปสช.ไม่ได้นิ่งนอนใจ ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2565 ได้มีการประชุมชี้แจงกับตัวแทนหน่วยบริการทั่วประเทศแล้ว 1 รอบ และวันที่ 4 กรกฎาคม 2565 บอร์ด สปสช. ก็ได้มีการประชุมหารือถึงแนวทางแก้ปัญหา และประธานบอร์ด สปสช.ก็อยู่ระหว่างการพิจารณาอย่างรอบคอบและจะเร่งพิจารณาให้เร็วที่สุด

“ดังนั้น เชื่อว่าอีกไม่นานจะมีความชัดเจนว่าจะดำเนินการกับร่างหลักเกณฑ์ฉบับนี้อย่างไรต่อไป ซึ่งในกรณีที่ต้องเสนอเรื่องเพื่อขอความชัดเจนจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ไม่มีผลกระทบกับหน่วยบริการและประชาชน ประชาชนยังคงเข้าถึงสิทธิรักษาพยาบาลในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้เหมือนเดิม” นพ.จเด็จกล่าว

นพ.จเด็จกล่าวอีกว่า สิทธิในการรับบริการรักษาพยาบาลของผู้มีสิทธิบัตรทองยังคงมีสิทธิอยู่เช่นเดิม สามารถเข้ารับบริการได้ตามปกติ เป็นคนละประเด็นกับเรื่องหลักเกณฑ์ฯ ที่เป็นกระบวนการบริหารจัดการระหว่าง สปสช. และหน่วยบริการ ไม่เป็นเหตุให้ระงับสิทธิของผู้มีสิทธิได้ และขอสื่อสารไปยังหน่วยบริการต่างๆ ว่าในระหว่างนี้ขอให้จัดบริการตามปกติ ส่วนประเด็นที่ยังเป็นปัญหาอยู่ จะมีความชัดเจนในเร็วๆ นี้ แน่นอน

Advertisement

นอกจากนี้ เลขาธิการ สปสช.กล่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา สปสช.ได้โอนเงินค่าบริการโควิด-19 หลังจากได้รับอนุมัติโครงการค่าบริการสาธารณสุขภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปี 2565 เพิ่มเติม ให้กับหน่วยบริการ 1,300 กว่าแห่ง เป็นเงินจำนวน 10,038.73 ล้านบาท ประกอบด้วย ค่าบริการตรวจคัดกรอง 350.06 ล้านบาท ค่าบริการให้การรักษาในโรงพยาบาล (รพ.) 1,635.38 ล้านบาท ค่าบริการรักษาผู้ป่วยกลุ่มอาการสีเขียว 8,053.29 ล้านบาท และในสัปดาห์นี้ จะมีการโอนเงินค่าบริการโควิด-19 เพิ่มเติมให้กับหน่วยบริการอีก 1,700 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 11,738.73 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับหน่วยบริการได้อีก