ไม่เซ็น!! อนุทิน เบรกจัดสรรงบบัตรทองปี’66 ให้เวลา สปสช.ปรับปรุงรายละเอียด
วันนี้ (30 พฤศจิกายน 2565) ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีชมรมแพทย์ชนบทแสดงความห่วงใยกรณีที่รัฐมนตรีว่าการ สธ.ยังไม่มีการลงนามจัดสรรงบประมาณในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ปี 2566 ว่า เรื่องนี้ชมรมแพทย์ชนบทไม่ต้องเป็นกังวล ให้ความกังวลเป็นหน้าที่ของเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ปลัด สธ.
“ถึงอย่างไร สธ.ก็ไม่ให้มีช่องว่าง ถึงอย่างไรก็ต้องดูแลประชาชน ทั้งนี้ การที่ยังไม่ได้ลงนาม ไม่ถือว่าล่าช้าเกินไป ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย แม้ว่าเรื่องนั้นจะฟังดูดี แต่หากไม่ถูกต้องตามที่กฎหมายระบุไว้ เราก็ยังทำอะไรไม่ได้ แต่ไม่ใช่หน้าที่ชมรมแพทย์ชนบทที่จะมาเสนออะไรทั้งสิ้น ชมรมแพทย์ชนบทเป็นข้าราชการในสังกัด สธ. อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของปลัด สธ. ก็ต้องปฏิบัติตนให้อยู่ในระเบียบวินัยของการเป็นข้าราชการ” นายอนุทินกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อติดขัดที่ยังทำให้ไม่สามารถลงนามได้คืออะไร นายอนุทินกล่าวว่า เป็นขั้นตอนทางกฎหมาย ต้องมีการแก้ไขจากต้นเรื่อง
“ส่วนไหนที่ไม่มีปัญหา เราก็ให้ดำเนินการไปก่อน ส่วนไหนที่มีปัญหา ต้องตรวจสอบกับฝ่ายกฎหมาย หน่วยงานที่ถือกฎหมายอาจจะต้องถึงขั้นนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มอบหมายให้ปฏิบัติได้ถูกต้องตามกฎหมายได้ ตรงนี้เป็นส่วนที่ สปสช.เสนอมา ซึ่งฝ่ายกฎหมายตรวจสอบดูว่ายังมีความขัดแย้งกับข้อกฎหมายอยู่ จึงส่งกลับไปให้ สปสช. ทำรายละเอียดเสนอกลับเข้ามาใหม่ เราต้องทำทุกอย่างตามข้อกฎหมาย ไม่ถูกกฎหมายไม่ได้ ไม่เช่นนั้น จะมีปัญหาในภายหลัง ส่วนที่มีปัญหาก็เกี่ยวกับเรื่องของ PP หรืองบส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค แต่เรื่อง UC หรืองบประมาณบัตรทองนั้น ไม่มีปัญหา แต่ไม่ว่าจะเป็น PP หรือ UC อะไรก็ตาม แม้ว่าจะยังไม่เซ็น โรงพยาบาลในสังกัด สธ.ยังคงให้การดูแลผู้ป่วยตามมาตรฐาน เรื่องนี้จะเอาถูกใจไม่ได้ ต้องเอาถูกต้อง สิ่งที่เขาเสนอมานั้น ถือว่าถูกใจหมด ผมก็เห็นด้วย แต่ขั้นตอนในทางกฎหมาย ยังไม่เปิดขนาดนั้น ก็ต้องไปแก้ไข เราไม่ได้บอกว่า จะไม่ทำ เคยเสนอในที่ประชุมว่า ขอให้แยก ส่วนที่ทำได้ ก็ทำไปเลย สปสช. ก็บอกว่าไม่ควรแยก ถ้าไม่ควรแยก ก็ต้องมาเช็กกฎหมาย ปรากฎว่า หากไม่แยก ก็ไปไม่ได้ ไม่ใช่ผมไม่เซ็น แต่มันไม่ถูกต้อง” นายอนุทินกล่าว
เมื่อถามว่า ที่ผ่านมางบ PP มีการใช้ดำเนินการที่ครอบคลุมประชาชนทุกสิทธิ ขณเดียวกัน ก็มีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) คอยตรวจสอบเรื่องการใช้งบประมาณอยู่ สตง.เคยทักท้วงเรื่องนี้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตนไม่ทราบ ต้องสอบถาม สปสช.ดู อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ได้มีการพูดคุย สปสช.ให้ทำรายละเอียดเสนอกลับมาใหม่
“จริงๆ มีหลายช่องทาง ส่วนที่ทำได้ ทำไปก่อน แต่ถ้าไม่ได้ สปสช.ก็ต้องตั้งเรื่องเสนอเข้า ครม.อีกครั้ง ต้องดูตามขั้นตอน ถึงอย่างไรก็ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ไม่มีใครมากดดันผมได้ ถ้าไม่ถูกต้อง ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการเตะถ่วง จะเตะถ่วงทำไม เพราะผมก็รักประชาชน มีหน้าที่ดูแลประชาชน แต่จะเอาถูกใจแต่ไม่ถูกต้อง ในระบบราชการปฏิบัติไม่ได้ หาก สปสช.ปรับปรุงเสร็จเมื่อไร พร้อมเมื่อไร ก็ลงนามเมื่อนั้น รัฐมนตรีลงนามในฐานะประธานบอร์ด สปสช. แต่ต้องลงนามในข้อเสนอที่ถูกต้อง ถ้าบอกว่า คณะกรรมการมีมติเช่นนี้แล้ว รัฐมนตรีต้องลงนามตาม แต่หากยังมีข้อขัดข้องทางกฎหมายก็ต้องแก้ไขก่อน จึงบอกเลขาธิการ สปสช.หลายครั้งแล้ว คนที่ทำหน้าที่งานธุรการ งานเอกสาร หากประธานฯ ทักแล้วว่าไม่ถูกต้อง ก็ต้องเสนอสิ่งที่ปฏิบัติได้ขึ้นมา ไม่ใช่มาบอกว่าให้ประธานเซ็นไปเถอะ ไม่เป็นอะไร แบบนั้น ไม่ได้ ประธานต้องรับผิดชอบต่อกรรมการอีก 33 คน ด้วย เซ็นไปแล้วผิดกันหมด เราทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่ได้” นายอนุทินกล่าว
ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัด สธ.กล่าวว่า ในเรื่องของการบริหารจัดการงบประมาณ ขณะนี้ไม่มีปัญหา หากได้รับมาก็เข้าเงินบำรุง ซึ่งปัจจุบันโรงพยาบาลมีเงินบำรุงเพียงพอ ไม่มีปัญหาในการดูแลประชาชน

