อธิบดีกรมแพทย์แผนไทยฯ ยัน ปชช.รู้จักใช้กัญชา ตำรับน้ำมันภูมิปัญญารักษาคนไข้กว่าแสนราย

1.12.22 | 11:40 น.

อธิบดีกรมแพทย์แผนไทยฯ แจง ส.ส.ปชป. ยัน ปชช.รู้จักใช้กัญชา เผยตำรับน้ำมันจากภูมิปัญญาจ่ายผู้ป่วยแล้วกว่าแสนราย

กรณีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงข่าว “กัญชาทางการแพทย์แผนอนุทิน” ซึ่งระบุ 5 ข้อแตกต่างที่ผิดเพี้ยนจากมาตรฐานสากลในนโยบายกัญชาทางการแพทย์ และได้กล่าวถึงอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ลงตรวจพื้นที่ถนนข้าวสาร กรุงเทพมหานคร พบว่ามีการใช้กัญชาเชิงสันทนาการ โดยมีการยอมรับว่าประกาศสมุนไพรควบคุม ไม่ครอบคลุมกรณีที่มีการจัดพื้นที่สูบกัญชานอกสถานประกอบการได้ ทั้งยัง ตั้งคำถามว่า การประกาศสมุนไพรควบคุมจะต้องเป็นพืชหายากและที่จะสูญพันธุ์ แต่ไม่มีเจตนารมณ์ควบคุมพืชที่มีสารเสพติดอย่างกัญชานั้น

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ ให้สัมภาษณ์ “มติชน” ถึงกรณีดังกล่าวว่า พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ.2542 หมวด 3 การคุ้มครองสมุนไพร มาตรา 44 เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองสมุนไพร ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา กำหนดประเภท ลักษณะ ชนิด และชื่อของสมุนไพรที่มีค่าต่อการศึกษาหรือวิจัย หรือมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ หรืออาจจะสูญพันธุ์ ให้เป็นสมุนไพรควบคุม ส่วนการควบคุมเพียง “ช่อดอก” ต้องเรียนว่า ในคณะกรรมการฯ ประกอบด้วย ผู้แทนกฤษฎีกา นักกฎหมายเกือบทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยกันดูว่าสามารถกำหนดประเภท ลักษณะ ชนิดของสมุนไพร ซึ่งนิยามของ พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาฯ ไม่ได้หมายถึงแค่พืช แต่รวมถึงส่วนต่างๆ ของพืชและสัตว์ด้วยได้ ดังนั้น กฎหมายมีความชัดเจน มีมาตรฐาน

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการตั้งข้อสังเกต “กัญชาไทยเสรีเต็มรูปแบบ” ทั้งที่ชาวบ้านปลูกไม่มีมาตรฐาน แต่ สธ.ยังอ้างว่าคนไทยใช้กัญชาได้เองโดยไม่ต้องใช้แพทย์ นพ.ธงชัย กล่าวว่า เราพูดชัดว่า เราสนับสนุนนโยบายกัญชาเพื่อการแพทย์ เศรษฐกิจ และสุขภาพ กัญชามาเดี่ยวๆ ไม่ได้ ต้องมีกฎหมายมาควบคุม

“ซึ่งวันนี้เราใช้กฎหมายของ สธ.ที่มีอยู่ ควบคุมได้ แต่จะมีขั้นตอนการบังคับใช้ มีข้อจำกัดบางประเด็น หากผมจะตอบคำถามนี้ ผมอยากเรียกร้องให้ท่านผู้แทนราษฎรในฐานะที่มีบทบาทหน้าที่ในการออกกฎหมาย น่าจะมาออกกฎหมายในประเด็นที่ ส.ส.มีความเห็นว่าควรควบคุม ให้ได้รับการควบคุม นี่เป็นบทบาทหน้าที่ของท่าน ส่วนผมมีหน้าที่ใช้กฎหมายที่มีอยู่บังคับใช้ เพื่อใช้ประโยชน์จากกัญชาทางการแพทย์ เศรษฐกิจ และสุขภาพ” นพ.ธงชัย กล่าว

นพ.ธงชัย กล่าวว่า ส่วนกรณีที่กล่าวว่า คนไทยปลูกกัญชาพื้นบ้านไม่มีมาตรฐาน มีสารโลหะหนัก ต้องเรียนว่าตนได้ลงพื้นที่หลายแห่ง คนไทยมีภูมิปัญญาชาวบ้าน ซึ่งกรมการแพทย์แผนไทยฯ กำลังรวบรวมข้อมูลส่วนนี้ เช่น วิสาหกิจชุมชนโนนสะอาด จ.อุดรธานี ปลูกกัญชาเรียนรู้ พัฒนาจนมีมาตรฐาน เกิดเป็นผลิตภัณฑ์มากมาย ทั้งสินค้าและยา อย่างการดองกัญชา ทำเป็นยาใช้กันเองในชุมชน และได้ประโยชน์ด้านสุขภาพ หรือเป็นกัญชาลุงดำ ที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ฉะนั้น จะบอกว่าชาวบ้านไม่รู้จัก ทำกัญชาไม่มีคุณค่า จึงไม่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม การนำกัญชาไปทำยา ผ่านการตรวจสารโลหะหนักแล้ว พร้อมให้ข้อมูลความรู้ประชาชนให้รู้จักการปลูกเพื่อใช้ประโยชน์ ดังนั้น ชาวบ้านเขามีความรู้อยู่แล้ว

Advertisement

“ตัวอย่างแบบนี้มีเยอะในหลายพื้นที่ จริงๆ ส.ส. แต่ละท่านก็น่าจะเห็นในพื้นที่ของท่านเองอยู่ จะบอกว่าไม่มีประโยชน์กับประชาชน จึงไม่ใช่ หากเราดูย้อนไป กัญชาเป็นพืชที่ใช้หลายพันปี อย่างไทยที่เห็นชัดๆ คือ สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีตำรับยากัญชาเป็นส่วนประกอบ ผู้เชี่ยวชาญแผนไทยก็ได้เอามาทบทวนด้วยวิธีคิดแผนปัจจุบัน เราก็ได้ตำรับยาที่เข้าบัญชียาหลักกว่า 10 ตำรับ” นพ.ธงชัย กล่าว

อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ กล่าวว่า สูตรกัญชาที่ได้รับการยอมรับ ใช้ในคลินิกกัญชาทางการแพทย์ “น้ำมันกัญชาสูตร อ.เดชา” ขณะนี้จ่ายให้ผู้ป่วยแล้วกว่า 100,000 ราย

“ของกรมการแพทย์แผนไทยฯ เองก็มีตำรับเมตตาโอสถ และการุณย์โอสถ ที่เพิ่มเข้ามาใหม่ มีการจ่ายยาไปแล้วหลักหมื่นราย ขณะที่องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ก็ผลิตน้ำมันกัญชาอีก 4 สูตร ใช้ในการแพทย์แผนปัจจุบันเพื่อใช้ในโรงพยาบาลต่างๆ ทั้งรัฐและเอกชน ทั้งหมดนี้เป็นจุดแข็งของไทย เมื่อตอนที่ผมไปประชุมกัญชาทางการแพทย์ต่างประเทศ ทางยุโรป หรือประเทศอิสราเอลที่ทำกัญชากันมานาน เขากลับมองว่าของไทยดี เพราะมีภูมิปัญญาเดิม เราจึงควรเอาจุดแข็งมาต่อยอด ยืนยันว่ากัญชาเป็นพืชที่มีประโยชน์ สามารถทำได้จริง ประชาชนทั่วประเทศ หลายจังหวัดมีตัวอย่าง ในอดีตที่แอบปลูกพัฒนากันมาเอง แต่ตอนนี้เปิดเผยได้แล้ว สูตรเหล่านั้นก็ถูกยกขึ้นมาใช้อย่างถูกต้อง” นพ.ธงชัย กล่าว