สธ.ตั้งเป้าใส่ฟันเทียม 7.2 หมื่นราย เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 72 พรรษา

1.12.22 | 13:19 น.

สธ.ตั้งเป้าใส่ฟันเทียม 7.2 หมื่นราย เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 72 พรรษา

วันนี้ (1 ธันวาคม 2565) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการอำนวยการโครงการฟันเทียม รากฟันเทียม เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567 เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2565 มี กรมอนามัย ร่วมกับ กรมการแพทย์ สำนักงานปลัด สธ. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มูลนิธิทันตนวัตกรรมในพระบรมราชูปถัมภ์ และกรมบัญชีกลาง ดำเนินโครงการดังกล่าวเพื่อให้ประชาชนที่สูญเสียฟันได้รับบริการใส่ฟันเทียมแบบถอดได้ และผู้ที่มีความจำเป็นได้รับบริการฝังรากฟันเทียมเพื่อรองรับฟันเทียมทั้งปาก หรือเกือบทั้งปากได้รับบริการอย่างครอบคลุม ทั่วถึง ลดความเหลื่อมล้ำของการให้บริการแต่ละกลุ่มสิทธิประโยชน์ให้ได้รับสิทธิ์อย่างเท่าเทียม ตามนโยบายของรัฐบาล “เข้าถึง เท่าเทียมไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยให้ความสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพ และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทย ทั้งนี้ การมีสุขภาพปากและฟันไม่ดีจะส่งผลต่อการใช้ชีวิต
เป็นอย่างมาก การจัดทำโครงการฟันเทียม รากฟันเทียมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2567 จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการมากขึ้น ตั้งเป้าหมายปี 2565 ประชาชนได้รับบริการใส่ฟันเทียมถอดได้ทั้งปากหรือเกือบทั้งปาก จำนวน 72,000 ราย และประชาชนที่มีความจำเป็นต้องได้รับบริการฝังรากฟันเทียม จำนวน 7,200 ราย นอกจากนี้ ยังพัฒนารูปแบบกลไกการบริหารจัดการโครงการให้ครอบคลุม มีประสิทธิภาพ ทั้งการจัดทำคู่มือการดำเนินงานด้านวิชาการและบริหารจัดการสำหรับทันตแพทย์ การพัฒนาหลักสูตรและอบรมฟื้นฟูบุคลากร ร่วมกับ กรมการแพทย์ และมูลนิธิทันตนวัตกรรมในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อรองรับการจัดบริการฟันเทียมและรากฟันเทียม พัฒนาศักยภาพแกนนำภาคประชาชนในการคัดกรองและค้นหาผู้สูงอายุเพื่อส่งต่อเข้ารับบริการ รวมทั้งสำรวจความต้องการของหน่วยบริการที่ต้องจัดซื้อเครื่องมือจากเขตสุขภาพต่างๆ และกรุงเทพมหานคร เพื่อสนับสนุนการให้บริการให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

“สำหรับประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ สามารถรับคำปรึกษาได้ที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน เพื่อให้ทันตแพทย์ตรวจช่องปากและวางแผนการรักษา ซึ่งการให้บริการฝังรากฟันเทียม ต้องพบทันตแพทย์
เพื่อประเมินความจำเป็น และเข้ารับบริการประมาณ 2 – 3 ครั้ง ใช้เวลาดำเนินการประมาณ 30 นาที – 1 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสภาพช่องปาก หลังจากนั้น จะมีการนัดหมายเพื่อตรวจสภาพรากฟันเทียมและเหงือกเป็นระยะเพื่อให้สามารถใช้งานอย่างมีคุณภาพยาวนานที่สุด” นพ.สุวรรณชัย กล่าว