กรมวิทยาศาสตร์ฯ เผยเดลตาครอนยังไม่จัดเป็นโควิดพันธุ์ใหม่ จ่อนำเชื้อทดสอบภูมิคุ้มกันคนไทย
วันนี้ (2 ธันวาคม 2565) นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาครอน รายแรกของประเทศไทย เป็นหญิงไทย อายุ 47 ปี ซึ่งขณะนี้หายป่วยแล้ว ว่า โดยปกติมีการเฝ้าระวังสายพันธุ์เป็นประจำ ทางศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ในต่างจังหวัด จะตรวจด้วยวิธีเบื้องต้น (SNP) ว่าเป็นสายพันธุ์ใด เช่น โอมิครอน BA.1, BA.2, BA.4, BA.5 หรือ BA.2.75 ได้ผลอย่างไร ก็จะส่งตัวอย่างไปถอดรหัสพันธุกรรมแบบทั้งตัว (Whole genome sequencing) รายสัปดาห์ เพราะมีค่าใช้จ่ายสูง จึงตรวจเป็นรอบๆ ฉะนั้น ผลการตรวจก็จะรายงานเป็นรายสัปดาห์ หากจะรู้ว่ามีคนติดเชื้อเดลตาครอนเพิ่มหรือไม่ก็จะรอผลในช่วงวันที่ 5-6 ธันวาคมนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า เดลตาครอนเป็นไวรัสสายพันธุ์ใหม่หรือไม่ นพ.ศุภกิจ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการจัดว่าเป็นสายพันธุ์ใหม่ เดลตาครอนเป็นลักษณะของเชื้อไวรัสเก่า 2 ตัวรวมกัน แต่ถ้าจะเรียกว่าสายพันธุ์ใหม่ คือ ไม่มีที่มาที่ไปที่เชื่อมโยงกับไวรัสตัวเก่า
“อย่างตอนแอลฟามาเป็นเดลต้า แล้วมาเป็นโอมิครอน ซึ่งไม่มีความเชื่อมโยงกันเลย หลายคนเมื่อเจอไวรัสที่เปลี่ยนแปลงไป ก็จะเรียกว่าสายพันธุ์ใหม่ ดังนั้น ก็ต้องดูว่าเป็นใหม่แบบไหน ถ้าใหม่แบบมีความแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง แบบนี้เรียกใหม่จริง” นพ.ศุภกิจ กล่าว
เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการเพาะเชื้อไวรัสเดลตาครอน เพื่อทดสอบกับภูมิต้านทานของคนไทยหรือไม่ นพ.ศุภกิจ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังเพาะเชื้อเดลตาครอน ซึ่งจะใช้เวลาระยะหนึ่ง แต่ต้องเรียนว่า การจะเพาะเชื้อขึ้นหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับตัวอย่างเชื้อที่เก็บมาจากผู้ป่วย
“บางครั้งอาจเป็นเชื้อตายแล้วก็เพาะไม่ขึ้น เราก็ต้องรอให้มีตัวอย่างเชื้อใหม่จากผู้ป่วยรายอื่น ส่วนเชื้อที่เจอก่อนหน้าคือ BA.2.75 เพาะขึ้นได้จำนวนมากแล้ว ซึ่งขั้นตอนต่อไปคือ นำไปทดสอบกับภูมิคุ้มกันของคนที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 ในรูปแบบต่างๆ ว่า ฉีดกี่เข็มสามารถยับยั้งเชื้อได้ เมื่อได้ความชัดเจน กรมวิทยาศาสตร์ฯ จะรายงานผลให้ทราบอีกครั้ง” นพ.ศุภกิจ กล่าว

