‘ชัชชาติ’ วิ่งเช้ามืด เลาะกรุงพนมเปญ ก่อนประชุมผู้นำเมืองหลวงอาเซียน – ทักพนักงานกวาดถนน โดนทำหน้าตกใจใส่ ชี้ กัมพูชา มีคนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารเมืองมากขึ้น
เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ไลฟ์ผ่านเฟสบุ๊กช่วงเช้ามืดเช้า ที่ถนนหน้าโรงแรม Sokha Phnompenh กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา โดย นายชัชชาติ จะเข้าร่วมการประชุมผู้นำเมืองหลวงอาเซียน (The Meeting of Governors / Mayors of ASEAN Capitals : MGMAC) คู่ขนานกับการประชุมนายกเทศมนตรีอาเซียน (SEAN Mayors Forum : AMF)
อ่านข่าว : ‘ชัชชาติ’ เยือนกัมพูชา พบ ‘ฮุนเซน’ ถก ‘ผู้นำเมืองหลวงอาเซียน’ 15 ชาติ

นายชัชชาติกล่าวว่า ไม่ได้มาเยือนพนมเปญ 10 ปีแล้ว เมืองมีความสะอาดสะอ้าน คล้ายๆ กับประเทศไทยที่มีพนักงานกวาดถนนมาทำความสะอาด มีรถมาเก็บขยะช่วงเช้า
นายชัชชาติเดินพาดูการจัดเก็บขยะหน้าโรงแรม พร้อมทักทายพนักกวาดถนนว่า “Good morning” แต่พนักงานกวาดถนนทำท่าตกใจ นายชัชชาติจึงกล่าวว่า “คงตกใจว่าไอ้นี่มาจากไหน”

ทั้งนี้ นายชัชชาติสังเกตเห็นว่า พนักงานเก็บขยะโยนขยะเข้าไปบนรถ โดยไม่มีการแยกที่ท้ายรถก่อนเหมือนในกรุงเทพฯ
ส่วนถนนที่นายชัชชาติเดินเท้า มีการตีเส้นเลนถนน นายชัชชาติทึกทักว่า น่าจะเป็นการแบ่งให้รถมอเตอร์ไซต์ไว้โดยเฉพาะ

“บอกก็ไม่รู้นึกว่าอยู่กรุงเทพฯ คล้ายๆ กัน แต่รถวิ่งคนละทาง ต้องระวังเหมือนกัน”
“วันนี้ไม่มีแอดมินมา ถ้าวิ่งไปถ่ายไป คงมีคนเมาแน่ เพราะไม่มีอุปกรณ์ คิดถึงทุกคนนะครับ” นายชัชชาติกล่าว

ต่อมา นายชัชชาติได้ถ่ายทอดสดอีกครั้ง บนชั้น 20 ของโรงแรม ซึ่งเป็นดาดฟ้าเห็นวิวแม่น้ำได้โดยรอบ ทั้งนี้ ที่ตั้งโรงแรม Sokha Phnompenh เป็นจุดที่แม่น้ำ 4 สาย ไหลมาบรรจบเป็นแม่น้ำโขง ซึ่งฝั่งตรงข้ามด้านทะเลสาบ ‘โตเลนสาบ’ เป็นพระบรมราชวังจตุมุขสิริมงคล
นายชัชชาติ กล่าวถึงบรรยากาศการวิ่งเมื่อช่วงเช้ามืดว่า คนวิ่งไม่ได้เยอะมาก เพราะอาจจะวิ่งเช้าไป แต่มีคนออกมาขี่จักรยานหลาย 10 คัน อากาศเย็นสบาย

เมื่อนายชัชชาติถ่ายบรรยากาศไปฝั่งเมืองที่มีการพัฒนาอยู่ สังเกตเห็น “ทาวเวอร์เครน” ที่ใช้สำหรับสร้างอาคารสูง อย่างน้อย 10 กว่าตัว
นายชัชชาติกล่าวอีกว่า เมื่อคืนได้พูดคุยกับรองผู้ว่าฯ กรุงพนมเปญ เป็นชายหนุ่ม อายุ 42 ปี จบปริญญาเอก ที่ประเทศฝรั่งเศส พูดภาษาอังกฤษคล่องแคล่ว พูดถึงปัญหาภายในเมืองที่มีความคล้ายกับกรุงเทพฯ เช่น รถติด โครงสร้างพื้นฐานเก่า กรุงพนมเปญมีการฟื้นฟูหลังผ่านสงครามกลางเมือง โดยมีการตั้งเมืองบริวารโดยรอบ (Satellite Town) 6 เมืองรอบพนมเปญ ผู้อาศัยอยู่ใจกลางเมืองเริ่มลดลง แต่ไปเพิ่มอยู่เมืองบริวารคล้ายๆ กับกรุงเทพฯ ที่เขตสัมพันธวงศ์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ผู้อยู่อาศัยลดลง แต่จะไปอยู่ที่ เขตมีนบุรี เขตนอกจอก มากขึ้น


นายชัชชาติกล่าวว่า กรุงพนมเปญ มี 14 เขต แต่มีอำนาจมากกว่าผู้อำนวยการเขตของกรุงเทพฯ เพราะ ผู้อำนวยการเขตที่กรุงพนมเปญ ดูแลตำรวจด้วย
นายชัชชาติกล่าวถึงการประชุมวันนี้ว่า คงมีการหารือทวิภาคี (Bilateral) เป็นการหารือแบบ 2 ฝ่าย การเจรจาแบบ 2 เมืองจะได้ผลมากกว่า ส่วนการหารือแบบพหุภาคี (Multilateral) ได้แค่กรอบกว้างๆ แต่ไปดูรายละเอียดแบบทวิภาคีเอา

“วันนี้คงได้เจอ ผู้ว่าฯ กรุงเวียงจันทน์ ผู้ว่าฯ กรุงพนมเปญ ซึ่งท่านได้มากรุงเทพฯ แล้วหนหนึ่ง คงหาความร่วมมือกันว่าอนาคตจะทำอะไรด้วยกันได้” นายชัชชาติกล่าว
พร้อมเล่าว่า ที่ประเทศกัมพูชา ใช้สกุลเงินเหรียญสหรัฐ เมื่อเช้าไปซื้อกาแฟกระป๋อง 70 เซ็นต์ หรือประมาณ 21 บาท ซึ่งแพงกว่าประเทศไทย โดยรองผู้ว่าฯ กรุงพนมเปญ ระบุว่าค่าครองชีพที่นี่ไม่ได้ถูกมาก ส่วนค่าเงินเรียลของกัมพูชาเองนั้นค่อนข้างคงที่ เพราะอาจจะไม่ค่อยมีคนใช้ด้วย

“เมื่อวานแลกเงินที่สนามบิน เขาบอกว่าต้องใช้แบงก์ใหม่ เพราะแบงก์เก่าเขาไม่ค่อยรับ” นายชัชชาติกล่าว
นายชัชชาติกล่าวอีกว่า ในเวลา 07.30 น. จะเข้าประชุม โดยสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา จะเป็นประธานพิธีเปิดการประชุม ซึ่งอาจจะมีการพบปะสั้นๆ ช่วงบ่ายจะมีการหารือทวิภาคีระหว่างเมือง และตอนเย็นจะเดินทางกลับประเทศไทย
“ถ้าพวกเรามีโอกาสก็มาเที่ยวเมืองพนมเปญ เป็นเมืองที่สวยงาม เมื่อวานบินด้วยไทยสไมล์ กัปตันเคยเป็นลูกศิษย์ที่วิศวะ จุฬาฯ พนักงานบนเครื่องก็ดี เพราะสายการบินเริ่มกลับมา ทุกคนมีความสุข” นายชัชชาติกล่าว และว่า
ตอนนี้มีคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานมากขึ้น เราเห็นผู้บริหารเมืองหลายคนเป็นคนรุ่นใหม่ และได้รับการศึกษาที่ดี อย่างรองผู้ว่าฯ กรุงพนมเปญ เข้าใจถึงผังเมืองแนวคิดต่างๆ ถือว่าเป็นนิมิตหมายของเมืองใหม่ ที่จะมีคนรุ่นใหม่ช่วยกันดูแลมากขึ้น เพราะเมืองมันเปลี่ยน ต้องเอาความรู้ เอาเทคโนโลยี มาประสานความร่วมมือกัน

“มาที่นี่อบอุ่น เหมือนมาบ้านญาติ ทุกคนอัธยาศัยไมตรีดี วิ่งไปก็รู้สึกปลอดภัย บ้านเมืองสะอาดสะอ้านดี มีคนมานั่งริมแม่น้ำโขง กินอาหารกัน คล้ายๆ กับบ้านเรา”
“อนาคตเมืองต้องเชื่อมโยงกัน เหตุการณ์ต่างๆ จะเกิดในระดับเมืองมากขึ้น เราจะเห็นเมือง Urbanization หรือเมืองที่เติบโต เศรษฐกิจจะขยับจากการผลิตมาสู่ภาคบริการมากขึ้น บทบาทเมืองจึงสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจของประเทศ การกำหนดทิศทางเมืองจึงเป็นเรื่องสำคัญ” นายชัชชาติกล่าว


