สธ.หนุนนโยบายเร่งผลิตจิตแพทย์ ลดปัญหาขาดแคลน ดูแลสุขภาพใจประชาชนทั่วถึง

6.12.22 | 16:20 น.

สธ.หนุนนโยบายเร่งผลิตจิตแพทย์ ลดปัญหาขาดแคลน ดูแลสุขภาพใจประชาชนทั่วถึง

วันนี้ (6 ธันวาคม 2565) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้มอบนโยบายให้ สธ.เร่งแก้ไขปัญหาจำนวนจิตแพทย์ไม่เพียงพอ เพื่อรองรับการดูแลสุขภาพจิตและจิตเวช ขยายกรอบอัตรกำลังและมีแผนขยายการฝึกอบรม ร่วมประชุม หาแนวทางร่วมกับภาคีเครือข่ายในการผลิตจิตแพทย์ ตั้งเป้าเพิ่มจิตแพทย์อีก 400 คน ภายใน 5 ปี ให้กระจายครอบคลุมทั่วประเทศ

นายอนุทินกล่าวว่า การดูแลส่งเสริมสุขภาพจิตของคนไทยเป็นนโยบายสำคัญของ สธ.จากระบบคลังข้อมูลสุขภาพ สธ. ปีงบประมาณ 2565 พบว่ามีผู้ป่วยจิตเวชที่มารับบริการตามการรักษาจากทุกสิทธิรวมกันทั้งสิ้น 2,519,255 คน ทั้งนี้ ตามประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ พ.ศ.2564 มีแนวทาง “ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย” นั้น คาดการณ์ว่า ผู้เสพยาเสพติดจะมีประมาณ 1.9 ล้านคน จำแนกตามลักษณะความรุนแรงของการเสพติดเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

1.กลุ่มผู้เสพติด ประมาณ 35,000 คน ที่ต้องได้รับการบำบัดฟื้นฟูระยะยาวโดยส่งต่อสถานบริการ หรือโรงพยาบาลเฉพาะทางที่มีจิตแพทย์ให้การดูแลรักษาต่อเนื่อง

2.กลุ่มผู้เสพ ประมาณ 4.56 แสนคน กลุ่มนี้ควรเข้าการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพด้วยสถานพยาบาลในพื้นที่โดยมีทีมบุคลากรทางการแพทย์ผู้ผ่านการอบรมและมีจิตแพทย์ของจังหวัดเป็นพี่เลี้ยง

และ 3.กลุ่มผู้ใช้ ประมาณ 1.2 ล้านคน ซึ่งเป็นกลุ่มที่สามารถดูแลได้ในพื้นที่ด้วยกลไกชุมชนที่บูรณาการร่วมกันทั้งหน่วยงานในและนอก สธ. ทั้งนี้ ทีมสาธารณสุข 3 หมอ ได้แก่ โรงพยาบาลชุมชน (รพช.) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.)  และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ซึ่งดูแลส่งเสริมสุขภาพประชาชนอย่างใกล้ชิดในชุมชน ได้ร่วมจัดทำแนวทางการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยกลุ่มนี้ร่วมกับจิตแพทย์ในแต่ละจังหวัด และเขตสุขภาพในการบำบัดผู้ป่วยจิตเวช และยาเสพติด ทำให้เกิดการดูแลต่อเนื่องเชื่อมโยง ในชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพตามหลักวิชาการ

Advertisement

ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงษ์ ปลัด สธ.กล่าวว่า สำนักงานปลัด สธ.ได้จัดวางกลไกสำคัญในการดูแลผู้ป่วยจิตเวช และยาเสพติด โดยขณะนี้ สป.ได้เปิดหอผู้ป่วยใน ผู้ป่วยจิตเวช และยาเสพติดที่โรงพยาบาลศูนย์ (รพศ.) และโรงพยาบาลทั่วไป (รพท.) แล้ว จำนวน 33 จังหวัด ใน 11 เขตสุขภาพ คิดเป็นร้อยละ 42.9 ทำให้สามารถดูแลผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรงได้อย่างรวดเร็วปลอดภัย และยังจัดตั้งกลุ่มงาน จิตเวชและยาเสพติด ใน รพช.จำนวน 268 แห่ง หรือร้อยละ 34.58 ช่วยรองรับผู้ป่วยที่ต้องได้รับการดูแลบำบัดต่อเนื่องใกล้บ้านทำให้การบริการไร้รอยต่อ ผู้ป่วยฟื้นสุขภาวะที่ดีและอยู่ได้ในสังคมอย่างสุขสงบ ทั้งนี้ ในวันที่ 24-25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา กรมสุขภาพจิตจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการการขับเคลื่อนกลไกการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิต จิตเวชฉุกเฉิน และยาเสพติด ณ โรงแรมไมด้า แกรนด์ ทราวดี จ.นครปฐม ผู้บริหาร สธ.ระดับสูงและผู้บริหาร รพศ.และ รพท.ต่างร่วมใจมุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบาย สธ.เร่งเพิ่มศักยภาพบุคลากร และสถานที่ให้พร้อมบริการดูแลแบบผู้ป่วยจิตเวชแบบผู้ป่วยในให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2565

“อย่างไรก็ตาม การเปิดหอผู้ป่วยในรักษาผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดใน รพศ.และ รพท. ต้องอาศัยอัตรากำลังจิตแพทย์ที่พอเพียงในการปฏิบัติงานบำบัดผู้ป่วยอย่างเข้มข้นจนอาการฉุกเฉินทุเลาแล้วพิจารณาส่งต่ออย่างเหมาะสม รวมทั้งการจัดตั้งกลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติด ใน รพช.ทุกแห่ง ที่ต้องมีจิตแพทย์ในจังหวัด หรือเขตสุขภาพเป็นพี่เลี้ยงในการจัดระบบบริการรับ-ส่งต่อดูแลต่อเนื่องแก่ผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดในพื้นที่ได้ ดังนั้น สธ.จึงสนับสนุนกรอบอัตรากำลังจิตแพทย์และมีแผนขยายการฝึกอบรมจิตแพทย์ให้สามารถเอื้อการผลิตจิตแพทย์ได้โดยเร็วยิ่งขึ้น” นพ.โอภาสกล่าว

พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า จำนวนบุคลากรทางการแพทย์ด้านสุขภาพจิต โดยเฉพาะจิตแพทย์ทั่วไปและจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นยังขาดแคลน โดยปัจจุบัน มีจิตแพทย์ภาพรวมที่ให้บริการในสังกัด สธ.และกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพียง 822 คน จำแนกเป็นจิตแพทย์ทั่วไป จำนวน 632 คน ร้อยละ 76.9 และจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น จำนวน 190 คน ร้อยละ 23.1 อัตราเฉลี่ยจิตแพทย์ 1.25 คน ต่อแสนประชากรในปี 2565 โดยกระจายอยู่ตามภูมิภาคต่างๆได้แก่ กรุงเทพมหานคร 367 คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 114 คน ภาคกลาง (รวมตะวันตก) 112 คน ภาคเหนือ 103 คน ภาคใต้ 83 คน และภาคตะวันออก 43 คน ปัจจุบันกรมสุขภาพจิตได้ประสานความร่วมมือกับราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทย และสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย เพื่อหารือแนวทางในการเพิ่มการผลิตจิตแพทย์ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

“ทั้งนี้ กรมสุขภาพจิตตั้งเป้าหมายการเพิ่มอัตราเฉลี่ยจิตแพทย์ เป็น 1.7 คนต่อแสนประชากร โดยร่วมผลักดันผลิตจิตแพทย์ให้ได้ 400 คน ภายในระยะเวลา 5 ปี พร้อมกระจายบริการในทุกเขตสุขภาพ ให้ประชาชนที่มีปัญหาสุขภาพจิตเข้าถึงบริการใกล้บ้านอย่างทั่วถึงเช่นเดียวกับโรคเรื้อรังอื่นๆ ได้ สธ.ใส่ใจ ตระหนักถึงความสำคัญต่อการพัฒนาระบบและศักยภาพบุคลากร เพื่อรองรับให้บริการสุขภาพจิตและจิตเวชที่ครอบคลุม มีคุณภาพ แก่ผู้รับบริการ ครอบครัว ชุมชน และสังคมพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิต ส่งเสริมการผลิตจิตแพทย์ เพื่อประชาชน” พญ.อัมพรกล่าว